ตื่นมาแล้วเจ็บคอ คัดจมูก แบบนี้เรียกว่าเป็นอะไรกันแน่?
เวลาที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้วรู้สึกแสบคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล หรือมีอาการไอแค๊กๆ หลายคนมักจะเหมารวมว่าเป็นแค่โรคหวัดธรรมดา แต่ในทางการแพทย์แล้ว อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่พวกเราทุกคนต้องเคยผ่านกันมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ไซนัสอักเสบ หรือคออักเสบ
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้มาทุกวัน ต้องบอกว่าโรคนี้มักจะมาเยี่ยมเยียนช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อย หรือช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย วันนี้เลยอยากชวนมาทำความเข้าใจกันให้ลึกซึ้งขึ้นว่า เจ้าเชื้อโรคพวกนี้มันมาจากไหน และเราจะดูแลตัวเองอย่างไรให้หายไวและไม่เรื้อรัง
ทำความรู้จักเจ้าเชื้อโรคที่ชอบมาป่วนจมูกและคอของเรา
ระบบทางเดินหายใจส่วนบนของเราประกอบด้วย จมูก โพรงจมูก คอหอย และกล่องเสียง ซึ่งทำหน้าที่เหมือนด่านหน้าในการกรองอากาศและปรับอุณหภูมมิก่อนจะส่งเข้าไปถึงปอด เมื่อเราหายใจเอาไวรัสหรือแบคทีเรียเข้าไป เจ้าเชื้อโรคเหล่านี้ก็จะเข้าไปเกาะและสร้างความเสียหายให้เยื่อบุผิวบริเวณนั้น
สาเหตุหลักกว่าร้อยละแปดสิบมักมาจากเชื้อไวรัส ซึ่งติดต่อกันง่ายมากผ่านการไอ จาม หรือเอามือไปโดนสิ่งสกปรกแล้วมาจับใบหน้า เชื้อโรคพวกนี้แพร่กระจายไวในที่แออัด ยิ่งช่วงไหนเครียด นอนดึก ภูมิคุ้มกันตก เจ้าเชื้อไวรัสพวกนี้ก็ยิ่งบุกรุกได้ง่ายขึ้นไปอีก
อาการแบบไหนที่ฟ้องว่าทางเดินหายใจส่วนบนกำลังมีปัญหา
อาการเริ่มต้นของโรคนี้มักจะมาแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากความรู้สึกระคายคอ ตามด้วยอาการคัดจมูก น้ำมูกใสๆ ที่เริ่มขุ่นขึ้นในเวลาต่อมา บางคนอาจมีอาการปวดหัวุมๆ ตัวร้อน หรือมีไข้ต่ำร่วมด้วย อาการไอและจามก็ตามมาติดๆ เพื่อขับเสมหะและสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย
โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้เองภายในเจ็ดถึงสิบวัน หากร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอและดื่มน้ำอุ่นมากๆ แต่ถ้าปล่อยไว้ไม่ดูแล หรือฝืนร่างกายทำงานต่อ อาการก็อาจลุกลามกลายเป็นไซนัสอักเสบหรือหลอดลมอักเสบได้
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเริ่มมีอาการป่วย
การรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ เพราะต้นเหตุมาจากไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อไม่มีผลในการรักษา ดังนั้น แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องมีดังนี้
- พักผ่อนให้เต็มที่: การนอนหลับคือยาวิเศษที่ดีที่สุด ช่วยให้ภูมิคุ้มกันได้ทำงานเต็มที่ในการกำจัดเชื้อโรค
- ดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ: ช่วยให้เสมหะไม่เหนียวข้น ขับออกได้ง่าย และช่วยให้คอชุ่มชื้น
- กินยาตามอาการ: เช่น ยาลดไข้ พาราเซตามอล ยาแก้ไอ หรือยาลดน้ำมูก โดยปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนทุกครั้ง
- กลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่น: ช่วยลดอาการเจ็บคอและลดจำนวนเชื้อโรคในช่องปากได้ดี
สัญญาณเตือนอันตรายแบบไหนที่ควรไปหาหมอทันที
แม้โรคนี้ส่วนใหญ่จะหายเองได้ แต่ก็มีบางกรณีที่ต้องระวังเป็นพิเศษ หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
- ไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส และเป็นติดต่อกันนานเกินสามวัน
- เจ็บคอมากจนกลืนน้ำลายแทบไม่ได้ หรือมีหนองที่ต่อมทอนซิล
- หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด หรือเจ็บหน้าอกเวลาหายใจ
- อาการไม่ดีขึ้นเลยหลังผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ หรือกลับแย่ลงหลังจากที่เคยดีขึ้นแล้ว
ปรับพฤติกรรมเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อย่อมดีกว่าการมารักษาทีหลัง การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการเอามือสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในที่ชุมชน เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มหาศาล ที่สำคัญที่สุดคือการรักษาร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และกินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเตรียมภูมิคุ้มกันให้พร้อมรับมือกับเชื้อโรคอยู่เสมอ