ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตื่นมาแล้วเจ็บคอ คัดจมูก: สัญญาณเตือนจากระบบทางเดินหายใจส่วนบน

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก หรือบางวันฝุ่นละอองหนาแน่น หลายคนคงเคยตื่นมาแล้วรู้สึกระคายคอ น้ำมูกไหล หรือมีอาการไอคุกคัก อาการเหล่านี้มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เราเรียกทางการแพทย์ว่า โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย เพราะไม่ว่าใครก็ต้องเคยผ่านประสบการณ์การเป็นหวัดคัดจมูกกันมาแล้วทั้งนั้น

ในฐานะหมอ เวลาตรวจคนไข้ที่เดินเข้ามาด้วยอาการเหล่านี้ สิ่งแรกที่มักจะได้ยินบ่อยๆ คือ เป็นหวัดธรรมดาหรือเปล่า หรือทำไมช่วงนี้ถึงป่วยง่ายจอง วันนี้เรามาทำความเข้าใจโรคนี้กันแบบสบายๆ เหมือนนั่งคุยกันที่ห้องตรวจ เพื่อให้รู้เท่าทันและดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องเมื่อร่างกายส่งสัญญาณเตือน

โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนคืออะไร และทำไมถึงเป็นกันบ่อยจัง

ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด ระบบทางเดินหายใจส่วนบนของเราจะประกอบไปด้วย จมูก ไซนัส คอหอย และกล่องเสียง เมื่อเชื้อโรค ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละแปดสิบถึงเก้าสิบจะเป็นเชื้อไวรัส หลุดเข้ามาในร่างกายบริเวณนี้ มันก็จะเข้าไปก่อกวนเยื่อบุทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการอักเสบ บวม และผลิตเมือกหรือน้ำมูกออกมามากกว่าปกติ

เชื้อพวกนี้ติดต่อกันง่ายมาก ผ่านการไอ จาม หรือการเอามือไปจับสิ่งสกปรกแล้วมาสัมผัสใบหน้า ยิ่งช่วงไหนที่เราพักผ่อนน้อย ร่างกายอ่อนแอ หรือเครียด ภูมิคุ้มกันต่ำลง เจ้าไวรัสตัวร้ายก็พร้อมจะเล่นงานเราทันทีโดยไม่ต้องรอให้เชิญ

อาการแบบไหนที่บอกว่าเรากำลังเผชิญกับโรคนี้อยู่

อาการเริ่มต้นมักจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว โดยทั่วไปมักจะมีลำดับขั้นตอนการแสดงอาการที่คุ้นเคยกันดี ดังนี้

  • วันแรกๆ: เริ่มรู้สึกระคายคอ คันคอ กลืนน้ำลายแล้วแปลกๆ ตามมาด้วยอาการจาม คัดจมูก หรือน้ำมูกใสๆ เริ่มไหล
  • ช่วงกลางๆ: น้ำมูกอาจจะเปลี่ยนสีเป็นข้นขึ้นและเหลืองหรือเขียว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกระบวนการอักเสบ ไม่จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะเสมอไป บางคนอาจมีอาการไอร่วมด้วย หรือมีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยเนื้อตัวอ่อนเพลีย
  • ช่วงท้าย: อาการทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายในเจ็ดถึงสิบวัน หากร่างกายได้พักผ่อนเพียงพอ

ดูแลตัวเองที่บ้านอย่างไรให้หายป่วยเร็วขึ้น

เนื่องจากส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการเพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ วิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้นที่ได้ผลดีมีดังนี้

  • พักผ่อนให้เต็มที่: นี่คือยาวิเศษที่ดีที่สุด การนอนหลับช่วยให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรค
  • ดื่มน้ำอุ่นมากๆ: ช่วยให้เสมหะและน้ำมูกเจือจางลง ขับออกได้ง่ายขึ้น และช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ
  • กินอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย: เช่น โจ๊ก ข้าวต้มอุ่นๆ ซุปร้อนๆ ที่มีรสชาติไม่จัดจนเกินไป
  • ใช้น้ำเกลือล้างจมูก: ช่วยชะล้างน้ำมูกและสิ่งสกปรก ลดอาการคัดจมูกได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องพึ่งยาพ่นจมูกบ่อยๆ

กินยาอย่างไรให้ปลอดภัยและหายไว

หลายคนใจร้อนอยากหายเร็ว เลยหายามากินเองหลายๆ ชนิดพร้อมกัน ซึ่งบางทีอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี หลักการใช้ยาที่ถูกต้องคือการกินตามอาการ เช่น มีไข้หรือปวดหัวให้กินยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว มีน้ำมูกใสๆ กินยาลดน้ำมูก หรือมีอาการไอให้กินยาแก้ไอตามชนิดของอาการไอ

ข้อควรจำที่สำคัญคือ ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ ไม่มีความจำเป็นในการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนที่เกิดจากไวรัส การกินยาฆ่าเชื้อพร่ำเพรื่อไม่เพียงแต่ทำให้ไม่หายเร็วขึ้น แต่ยังสร้างปัญหาเชื้อดื้อยาในอนาคตอีกด้วย หากไม่แน่ใจควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนทุกครั้ง

อาการแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่โรคนี้ก็อาจพัฒนาไปเป็นไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ หรือปอดบวมได้ หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ควรรีบไปหาหมอตรวจอย่างละเอียด

  • ไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ลดลงเลยหลังกินยาลดไข้และเช็ดตัวผ่านไปสองสามวัน
  • แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด หรือรู้สึกเหนื่อยหอบแม้ไม่ได้ทำอะไรหนัก
  • เจ็บคอรุนแรงจนกลืนน้ำลายหรือกลืนน้ำไม่ได้เลย
  • ไอเรื้อรังนานเกินสองสัปดาห์ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
  • มีอาการซึมลง ปวดศีรษะรุนแรง หรืออาเจียนตลอดเวลา

ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้

การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ การป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการเอามือสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปอยู่ในที่ชุมชน และที่สำคัญที่สุดคือการรักษาร่างกายให้แข็งแรงด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้เราก็ห่างไกลจากโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนได้แล้ว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down