ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่เห็นลูกน้อยหายใจครืดคราด มีเสมหะติดคอจนนอนไม่ได้ ร้องไห้งอแงเพราะอึดอัด คนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมรู้สึกใจคอไม่ดีตามไปด้วย และเมื่อคุณหมอหรือพยาบาลแนะนำให้พ่นยาหรือดูดเสมหะ แม้จะช่วยให้ลูกหายใจโล่งขึ้นได้ทันตา แต่ความกังวลก็ยังไม่หมดไปเสียทีเดียว หลายครอบครัวมักจะถามหมอเสมอว่า หลังจากพ่นยาหรือดูดเสมหะไปแล้ว จะต้องดูแลลูกอย่างไรต่อ และอาการแบบไหนที่เรียกว่าปลอดภัยหรือกำลังแย่ลง

หมอจึงอยากมาชวนพูดคุยและแบ่งปันแนวทาง การสังเกตและประเมินอาการทารกหลัง การทำหัตถการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจการตอบสนองของร่างกายลูกน้อย และสามารถดูแลเขาได้อย่างถูกวิธีและอุ่นใจที่สุด

หลังพ่นยาหรือดูดเสมหะเสร็จใหม่ๆ ลูกควรมีอาการอย่างไรบ้าง?

โดยทั่วไปแล้ว หลังจากได้รับการพ่นยาขยายหลอดลมหรือการดูดเสมหะอย่างถูกวิธี ลูกน้อยควรจะรู้สึกสบายตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สังเกตได้ง่ายๆ จากสิ่งเหล่านี้

  • หายใจโล่งและสม่ำเสมอขึ้น: เสียงครืดคราดในอกหรือในลำคอจะลดลงอย่างชัดเจน อัตราการหายใจกลับมาเป็นปกติ ไม่หอบเหนื่อย
  • สีผิวดูชมพูมีเลือดฝาด: ริมฝีปากและผิวหนังไม่มีอาการซีดหรือเขียวคล้ำ สะท้อนว่าได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
  • ดูผ่อนคลายและหลับได้ง่ายขึ้น: จากเดิมที่งอแงเพราะอึดอัด ลูกจะเริ่มสงบลงและสามารถนอนหลับพักผ่อนได้ดีขึ้น
  • เริ่มดูดนมหรือกินอาหารได้ดีขึ้น: เมื่อทางเดินหายใจโล่งขึ้น ลูกก็จะมีแรงและสามารถกลืนนมได้สะดวกขึ้นโดยไม่สำลัก

อาการข้างเคียงปกติที่พบได้บ่อย... ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจ

หลังจากการพ่นยาขยายหลอดลมหรือดูดเสมหะ ร่างกายของเด็กอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองบางอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวและจะค่อยๆ หายไปเอง ดังนี้

หัวใจเต้นเร็วหรือมือเท้าสั่นเล็กน้อย

ตัวยาพ่นบางชนิด โดยเฉพาะยากลุ่มขยายหลอดลม มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและมีอาการมือเท้าสั่นเล็กน้อยหลังพ่นเสร็จ หากลูกยังมีสีหน้าสดใส ไม่หอบ และอาการสั่นค่อยๆ ลดลงภายใน 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ถือว่าเป็นปฏิกิริยาปกติจากยาที่พบได้ทั่วไป

ร้องไห้งอแงหรือมีอาการเพลีย

การดูดเสมหะเป็นหัตถการที่ทำให้เด็กสึกอึดอัดและระคายเคืองในรูจมูกหรือลำคอได้ ลูกจึงมักจะร้องไห้อย่างรุนแรงในขณะทำ ซึ่งการร้องไห้นี้อาจทำให้เด็กเพลียและหลับไปทันทีหลังทำเสร็จ หรือบางรายอาจจะงอแงต่ออีกสักพักเพราะรู้สึกไม่สบายตัว

มีอาการไอมากขึ้นชั่วคราว

การพ่นยาจะช่วยทำให้เสมหะที่เหนียวข้นละลายและอ่อนตัวลง ส่งผลให้กลไกตามธรรมชาติของร่างกายกระตุ้นให้ไอเพื่อขับเสมหะเหล่านั้นออกมา ดังนั้น หากลูกไอมากขึ้นหลังพ่นยาแต่ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าร่างกายกำลังขับเสมหะออก

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าลูกรักกำลังหายใจสบายขึ้น

เพื่อให้มั่นใจว่าการรักษาได้ผลดี คุณพ่อคุณแม่สามารถประเมินความสบายตัวของลูกได้โดยดูจากพฤติกรรมและการทำกิจกรรมประจำวัน หากลูกน้อยเริ่มกลับมาเล่น ยิ้มแย้ม แจ่มใส และมีปฏิกิริยาตอบโต้กับสิ่งรอบข้างได้ตามปกติ แม้จะยังมีอาการไออยู่บ้าง ก็แสดงว่าระบบทางเดินหายใจได้รับการฟื้นฟูเป็นที่น่าพอใจแล้ว

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาลูกกลับมาโรงพยาบาลทันที

แม้ว่าการพ่นยาและดูดเสมหะจะช่วยบรรเทาอาการได้ดี แต่ในทารกบางรายที่มีภาวะหลอดลมไวมากหรือมีการติดเชื้อรุนแรง อาการอาจทรุดลงได้ หากพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  • หายใจเร็วและหอบเหนื่อย: สังเกตเห็นซี่โครงบุ๋ม หน้าอกหรือใต้ลิ้นปี่บุ๋มลึกเข้าไปขณะหายใจเข้า หรือปีกจมูกบานออกทุกครั้งที่หายใจ
  • มีเสียงหายใจผิดปกติ: ได้ยินเสียงวี๊ดหรือเสียงครืดคราดดังชัดเจน แม้จะเพิ่งดูดเสมหะหรือพ่นยาไปไม่นาน
  • ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ: เป็นสัญญาณเตือนขั้นวิกฤตว่าร่างกายกำลังขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด: ลูกดูอ่อนแรง ไม่ยอมดูดนม ร้องไห้ไม่มีเสียง หรือปลุกตื่นยาก
  • มีไข้สูงเฉียบพลัน: หรือมีอาการอาเจียนบ่อยครั้งจนไม่สามารถทานอะไรได้เลย

วิธีดูแลและฟื้นฟูร่างกายของเจ้าตัวเล็กหลังทำหัตถการ

การดูแลหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนพ่นยาและดูดเสมหะมีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจของลูกสะอาดและฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

เช็ดหน้าและบ้วนปากหลังพ่นยา

หลังจากพ่นยาเสร็จทุกครั้ง ควรใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดหน้าและรอบปากของลูกเพื่อป้องกันการระคายเคืองผิวจากคราบยา หากลูกโตพอที่จะบ้วนปากได้ ควรให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด หรือให้ดื่มน้ำตามเล็กน้อยหากเป็นทารก เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราในช่องปากจากฤทธิ์ของยาพ่นบางชนิด

ให้ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ

น้ำอุ่นจะช่วยละลายเสมหะที่ยังหลงเหลืออยู่ให้เหนียวน้อยลงและขับออกได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในทารกที่ยังไม่สามารถขากเสมหะเองได้ การดื่มน้ำอุ่นทีละน้อยแต่บ่อยครั้งจะช่วยบรรเทาอาการระคายคอได้ดีมาก

จัดท่าทางในการนอนให้เหมาะสม

จัดให้ลูกนอนในท่าหัวสูงเล็กน้อย โดยใช้หมอนหนุนช่วงไหล่และศีรษะให้สูงขึ้น หรืออุ้มลูกในแนวตั้งหลังอิ่มนม เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างและหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น ลดโอกาสเกิดการสะสมของเสมหะในหลอดลม

การดูแลทารกที่มีปัญหาทางเดินหายใจต้องอาศัยความใส่ใจและความใจเย็นเป็นอย่างมาก หมอหวังว่าคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีความมั่นใจในการประเมินอาการของลูกน้อยหลังการพ่นยาหรือดูดเสมหะ และสามารถตัดสินใจดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้เจ้าตัวเล็กกลับมาแข็งแรงสดใสและหายใจได้อย่างเต็มปอดอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down