ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลองจินตนาการถึงคืนที่เงียบสงบ จู่ๆ ลูกน้อยที่เพิ่งเข้านอนไปด้วยอาการเหมือนเป็นหวัดธรรมดา ก็ตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยเสียงไอที่เปลี่ยนไป เสียงนั้นแหบ แห้ง และก้องกังวานฟังดูคล้ายเสียงสุนัขเห่าหรือเสียงแมวน้ำ แถมเวลาหายใจเข้ายังมีเสียงดังครืดคราดจนหน้าอกบุ๋ม เหตุการณ์นี้มักสร้างความตื่นตระหนกให้กับพ่อแม่ทุกคน ซึ่งนี่คืออาการเด่นของโรคที่ทางการแพทย์เรียกว่ากลุ่มอาการครูพ (Croup) ภาวะทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้นที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก และจำเป็นอย่างยิ่งที่คนเป็นพ่อแม่ต้องเข้าใจและสังเกตอาการได้อย่างถูกต้อง

ทำความรู้จักกับโรคครูพ วายร้ายที่ชอบจู่โจมทางเดินหายใจเด็กตอนกลางดึก

โรคครูพ คือภาวะอักเสบและบวมของระบบทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กล่องเสียง หลอดลมคอ ไปจนถึงหลอดลมใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วมักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (Parainfluenza virus) เมื่อเชื้อโรคทำให้เนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจที่แคบอยู่แล้วของเด็กเกิดการบวม ลมหายใจที่ผ่านเข้าออกจึงทำได้ยากขึ้น เกิดเป็นเสียงไอสะท้อนก้องและเสียงหายใจที่ผิดปกติ มักพบในเด็กเล็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 3 ปี เนื่องจากโครงสร้างทางเดินหายใจของเด็กวัยนี้ยังมีขนาดเล็กและยืดหยุ่นสูง จึงเกิดการตีบแคบได้ง่ายกว่าเด็กโต

สังเกตอาการแบบไหนที่บอกว่าลูกกำลังเผชิญหน้ากับโรคครูพ

โดยทั่วไป อาการของโรคนี้มักจะเริ่มต้นเหมือนไข้หวัดธรรมดา มีน้ำมูก ไอเล็กน้อย และมีไข้ต่ำๆ แต่หลังจากนั้นประมาณ 1-2 วัน อาการจะเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่อากาศเย็นลง ลูกจะมีอาการไอเสียงแหบแห้ง ไอเสียงก้องสะท้อนคล้ายเสียงสุนัขเห่า เสียงร้องไห้หรือเสียงพูดจะแหบแห้งลงอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อหายใจเข้าลึกๆ จะมีเสียงดังครืดคราดแหลมสูง ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะรุนแรงขึ้นเมื่อเด็กตื่นเต้น ร้องไห้ หรือตื่นกลัว เนื่องจากกระบวนการร้องไห้จะยิ่งทำให้ทางเดินหายใจหดตัวและบวมมากขึ้น

วิธีแยกแยะโรคกลุ่มอาการครูพและการแยกแยะจากภาวะหลอดลมตีบอื่นๆ ที่พ่อแม่ต้องรู้

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคกลุ่มอาการครูพและการแยกแยะจากภาวะหลอดลมตีบอื่นๆ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมหาศาล เพราะแม้ว่าเด็กจะมีอาการหายใจติดขัดคล้ายกัน แต่สาเหตุที่แท้จริงอาจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งส่งผลต่อวิธีการรักษาที่ต่างกันไปด้วย ต่อไปนี้คือภาวะหลอดลมตีบประเภทอื่นที่พบบ่อยและวิธีสังเกตเพื่อแยกแยะออกจากโรคครูพ

1. ฝาปิดกล่องเสียงอักเสบเฉียบพลัน: อันตรายถึงชีวิต ไข้สูงเฉียบพลัน และน้ำลายไหลย้อย

ภาวะนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณฝาปิดกล่องเสียง ทำให้เกิดการอักเสบและบวมอย่างรวดเร็วจนปิดกั้นทางเดินหายใจเกือบทั้งหมด ต่างจากโรคครูพตรงที่เด็กจะมีไข้สูงมากเฉียบพลัน เจ็บคอรุนแรงจนกลืนน้ำลายไม่ได้ ทำให้มีน้ำลายไหลย้อยยืดออกจากปาก เด็กมักจะนั่งโน้มตัวไปข้างหน้า อ้าปาก และยื่นคางออกมาเพื่อช่วยให้หายใจง่ายขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือเด็กจะไม่มีอาการไอเสียงก้องเหมือนโรคครูพ และห้ามใช้ไม้กดลิ้นตรวจคอเด็กเด็ดขาดเพราะอาจกระตุ้นให้ทางเดินหายใจปิดสนิททันที

2. สิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ: เกิดขึ้นกะทันหันขณะเล่นหรือกินอาหาร

หากลูกกำลังเล่นของเล่นชิ้นเล็กๆ หรือรับประทานอาหาร แล้วจู่ๆ เกิดอาการสำลัก ไออย่างรุนแรง หน้าเขียว และหายใจไม่ออกในทันทีทันใด โดยไม่มีอาการไข้ ไม่มีน้ำมูก หรือไม่มีอาการหวัดนำมาก่อนเลย ให้สงสัยไว้ก่อนว่ามีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤตที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเพื่อเอาสิ่งแปลกปลอมออกโดยเร็วที่สุด

3. หลอดลมคออักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย: อาการคล้ายครพแต่รุนแรงกว่าและมีไข้สูงลิ่ว

เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนในหลอดลมคอ อาการเริ่มต้นอาจจะดูคล้ายโรคครูพจากไวรัสทั่วไป แต่หลังจากนั้นอาการจะแย่ลงอย่างรวดเร็ว เด็กจะมีไข้สูงมาก หน้าตาดูเพลียและป่วยหนักมาก มีเสมหะเหนียวข้นจำนวนมากอุดตันในหลอดลม และที่สำคัญคือจะไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาสูดขยายหลอดลมหรือยาลดบวมกลุ่มสเตียรอยด์ที่ใช้รักษาโรคครูพทั่วไป

4. โรคหอบหืดหรือหลอดลมฝอยอักเสบ: เสียงหายใจวี้ดตอนหายใจออก

ความแตกต่างที่ชัดเจนคือ โรคหอบหืดหรือหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลันเป็นการตีบตันของทางเดินหายใจส่วนล่าง เสียงหายใจที่เกิดขึ้นมักจะเป็นเสียงวี้ดแหลมสูงที่ได้ยินชัดเจนในช่วงที่เด็ก หายใจออก ในขณะที่โรคครูพซึ่งเป็นทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้น จะได้ยินเสียงครืดคราดแหลมสูงชัดเจนในช่วง หายใจเข้า และเด็กมักไม่มีอาการไอเสียงก้องแบบสุนัขเห่าร่วมด้วย

เมื่อลูกเริ่มมีอาการไอเสียงก้อง พ่อแม่ควรรับมือและปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร?

หากประเมินแล้วว่าลูกมีอาการของโรคครูพในระดับที่ไม่รุนแรง เช่น ยังสามารถเล่นได้ ดื่มน้ำได้ สีหน้ายังดูดีอยู่ สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือคนเป็นพ่อแม่ต้องตั้งสติและควบคุมความตื่นตระหนกของตัวเองให้ได้ เพราะหากพ่อแม่แสดงอาการตื่นกลัว ลูกจะรับรู้และเกิดความวิตกกังวล ร้องไห้โยเย ซึ่งการร้องไห้จะยิ่งกระตุ้นให้เนื้อเยื่อกล่องเสียงบวมตัวขึ้นและทำให้หายใจลำบากกว่าเดิม

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นทำได้โดยการพาลูกไปสูดดมไอน้ำอุ่น โดยเปิดน้ำอุ่นจากฝักบัวในห้องน้ำปิดประตูให้เกิดไอน้ำหนาแน่น แล้วอุ้มลูกเข้าไปนั่งสูดไอน้ำประมาณ 10-15 นาที หรือหากในคืนที่อากาศเย็น การอุ้มลูกออกไปรับลมนอกบ้านชั่วครู่ก็สามารถช่วยได้ เนื่องจากความเย็นและความชื้นจะช่วยลดอาการบวมของกล่องเสียงได้ดี พร้อมทั้งคอยป้อนน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้เสมหะอ่อนตัวลง

สัญญาณอันตรายที่ต้องวางมือทุกอย่างแล้วพาลูกส่งโรงพยาบาลทันที

แม้ว่าโรคครูพส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรงและค่อยๆ ดีขึ้นได้เอง แต่เนื่องจากระบบทางเดินหายใจของเด็กเล็กบอบบางมาก พ่อแม่จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีโดยไม่ต้องรอ:

  • ได้ยินเสียงหายใจดังครืดคราดแหลมสูง (Stridor) ตลอดเวลา แม้ในขณะที่ลูกกำลังนอนพักนิ่งๆ หรือไม่ได้ร้องไห้
  • ลูกต้องใช้แรงในการหายใจอย่างมาก สังเกตเห็นผิวหนังบริเวณซี่โครงบุ๋ม หน้าอกบุ๋ม หรือร่องคอบุ๋มลึกตามจังหวะการหายใจ รวมถึงปีกจมูกบานออก
  • ริมฝีปาก เล็บมือ หรือผิวหนังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีซีด หรือสีเขียวคล้ำ ซึ่งบ่งบอกว่าร่างกายกำลังขาดออกซิเจน
  • เด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด กระสับกระส่าย กระวนกระวาย หรือดูเหนื่อยอ่อนจนไม่มีแรงร้องไห้
  • มีไข้สูงลอย ไม่ยอมกลืนน้ำหรืออาหาร และมีน้ำลายไหลย้อยออกจากปากตลอดเวลา

การเข้าใจธรรมชาติของโรคครูพและการแยกแยะอาการได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือกับสถานการณ์วิกฤตกลางดึกได้อย่างมีสติ ช่วยลดความตื่นตระหนก และที่สำคัญที่สุดคือช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบทางเดินหายใจของลูกรักได้อย่างทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down