เวลาที่เปิดอัลบั้มรูปเก่าๆ หรือนั่งมองเด็กๆ วิ่งเล่นที่สนามหน้าบ้าน เรามักจะเผลอยิ้มให้กับความเติบโตของพวกเขา ลูกหลานใครตัวสูงใหญ่ ใครเริ่มมีน้ำมีนวลดูสุขภาพดี แต่ในฐานะหมอที่ตรวจเด็กๆ อยู่ทุกวัน บางครั้งหมอก็แอบกังวลใจเมื่อเจอเด็กที่รูปร่างเล็กผอมแห้ง หรือเด็กที่ดูจ้ำม่ำแต่โครงสร้างร่างกายกลับไม่สมส่วนตามเกณฑ์ เพราะเบื้องหลังรูปร่างเหล่านั้น อาจมีเรื่องของโภชนาการที่ไม่สมดุลซ่อนอยู่
หลายคนมักเข้าใจว่าปัญหาโภชนาการในเด็กหมายถึงเด็กผอมอดอยากเท่านั้น แต่ความจริงแล้วคำว่า ภาวะทุพโภชนาการและภาวะเตี้ยแคระแกร็นในเด็ก นั้นกินความหมายกว้างมาก และส่งผลกระทบระยะยาวต่อทั้งสมองและร่างกายที่พ่อแม่หลายคนอาจคาดไม่ถึง
ลูกกินน้อยหรือเลือกกินแบบนี้ แค่เรื่องนิสัยหรือสัญญาณเตือนโรค?
คุณแม่หลายท่านมักจะเดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจพร้อมกับถอนหายใจว่า ลูกกินยากเหลือเกิน กินข้าวแค่วันละไม่กี่คำ หรือบางคนกินแต่ขนมกรุบกรอบและน้ำหวาน อาหารหลักไม่ยอมแตะ ช่วงแรกเราอาจมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กวัยกำลังโตที่สนใจเล่นมากกว่ากิน
แต่ถ้าปล่อยให้พฤติกรรมการกินแบบนี้ดำเนินไปนานๆ ร่างกายจะไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็น ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่ต้องเอาไปใช้สร้างกล้ามเนื้อ เม็ดเลือด และที่สำคัญที่สุดคือสมอง ในช่วงขวบปีแรกจนถึงอายุ 5 ขวบ สมองของเด็กโตไวมาก ต้องการพลังงานและสารอาหารที่มีคุณภาพ ถ้าขาดช่วงนี้ไป โอกาสที่จะพัฒนาตามเกณฑ์ก็จะหายไปอย่างน่าเสียดาย
เมื่อความเตี้ยไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์ แต่ฟ้องว่าร่างกายกำลังขาดสารอาหารเรื้อรัง
คำถามยอดฮิตที่คุณหมอได้ยินบ่อยคือ ถ้าพ่อแม่ตัวเล็ก ลูกโตมาก็ต้องตัวเล็กใช่ไหม? ตอบตรงนี้เลยว่า ส่วนหนึ่งมีผลจากพันธุกรรมครับ แต่ถ้าเด็กมีความสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมากๆ จนเข้าข่าย ภาวะทุพโภชนาการและภาวะเตี้ยแคระแกร็นในเด็ก นั่นไม่ใช่แค่เรื่องกรรมพันธุ์แน่นอน
ภาวะเตี้ยแคระแกร็นเกิดจากการที่ร่างกายขาดสารอาหารติดต่อกันเป็นเวลานานจนร่างกายต้องปรับตัว โดยการหยุดการเจริญเติบโตในแนวตั้งเพื่อสงวนพลังงานไว้ให้อวัยวะภายในที่จำเป็นทำงานได้ก่อน ลองนึกภาพตามง่ายๆ ว่า ร่างกายเด็กพยายามประหยัดพลังงานเหมือนโทรศัพท์มือถือที่แบตเตอรี่เหลือต่ำกว่าสิบเปอร์เซ็นต์ ระบบไหนที่ไม่จำเป็นจะถูกปิดการทำงานลง ความสูงจึงหยุดชะงัก และที่น่ากลัวคือ ความเตี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงวัยเด็กนี้ มักจะแก้ไขให้กลับมาสูงตามปกติได้ยากมากเมื่อโตขึ้น
เช็กเกณฑ์การเจริญเติบโตของลูกด้วยตัวเองที่บ้านได้อย่างไร
หมออยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาลองสำรวจลูกน้อยด้วยวิธีง่ายๆ ครับ เริ่มจากการพาลูกไปชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงตามสถานพยาบาลเป็นประจำ แล้วนำมาเทียบกับกราฟแสดงการเจริญเติบโตสมุดสีชมพูของกระทรวงสาธารณสุข
- กราฟน้ำหนักเทียบกับส่วนสูง: ถ้าจุดอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ แปลว่าเริ่มมีภาวะผอมแห้งหรือขาดสารอาหารเฉียบพลัน แต่ถ้ากราฟพุ่งสูงเกินไปก็ระวังเรื่องโรคอ้วน
- กราฟส่วนสูงเทียบกับอายุ: ถ้าลูกเตี้ยกว่าเกณฑ์มาตรฐานมากๆ และเป็นติดต่อกันนาน นี่คือสัญญาณเตือนภัยของภาวะเตี้ยแคระแกร็นเรื้อรัง
นอกจากตัวเลขบนกราฟแล้ว ลองสังเกตพฤติกรรมรอบตัวด้วย เด็กที่ขาดสารอาหารมักจะดูซึมๆ เหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรงวิ่งเล่น กล้ามเนื้อไม่กระชับ ผิวแห้ง ผมบาง หรือเจ็บป่วยบ่อยกว่าเด็กวัยเดียวกัน เพราะภูมิต้านทานต่ำลง
วิธีปรับโภชนาการและสร้างเสริมการเติบโตให้ถูกจุด
การแก้ปัญหาเรื่องโภชนาการในเด็ก ไม่ใช่การบังคับให้ลูกกินอาหารปริมาณมากๆ จนหมดจาน แต่คือการเลือกอาหารที่มีคุณภาพให้ตรงกับความต้องการของร่างกายในแต่ละช่วงวัย
- เน้นโปรตีนคุณภาพดี: เช่น ไข่ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่มัน นมจืด หรือเต้าหู้ เพื่อเอาไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและสร้างมวลกล้ามเนื้อ
- เสริมคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน: ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต หรือเผือกมัน ให้พลังงานเสถียร ไม่เหนื่อยง่าย
- ผักผลไม้หลากหลายสี: วิตามินและเกลือแร่จากธรรมชาติช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารและภูมิคุ้มกัน
- สร้างบรรยากาศบนโต๊ะอาหารให้ผ่อนคลาย: เลิกเปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือระหว่างกินข้าว เพราะจะทำให้เด็กไม่รู้รสชาติอาหารและกินได้น้อยลงโดยไม่รู้ตัว
อาการแบบไหนที่ควรพาลูกมาปรึกษาคุณหมอทันที
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ลองปรับเรื่องอาหารและการเลี้ยงดูแล้ว แต่ลูกยังคงมีน้ำหนักลดลงต่อเนื่อง ส่วนสูงไม่ขยับเลยหลายเดือน หรือมีอาการท้องอืด ท้องเสียเรื้อรัง ตัวซีดเซียว อ่อนเพลีย ไม่มีแรง แนะนำว่าอย่าปล่อยไว้ครับ ควรพามาพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
บางครั้งภาวะนี้อาจไม่ได้เกิดจากการกินน้อยอย่างเดียว แต่อาจมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคภูมิแพ้อาหาร โรคระบบทางเดินอาหารดูดซึมสารอาหารไม่ได้ หรือปัญหาฮอร์โมนการเจริญเติบโต ซึ่งถ้าตรวจพบเร็ว หมอก็สามารถช่วยดูแลรักษาและวางแผนโภชนาการเฉพาะบุคคลให้ลูกน้อยกลับมาเติบโตสมวัยได้อย่างปลอดภัยครับ