ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนที่มีอาการภูมิแพ้เรื้อรัง ทั้งจาม น้ำมูกไหล คันตา หรือผิวหนังอักเสบจนรบกวนชีวิตประจำวัน น่าจะคุ้นเคยกับการกินยาแก้แพ้และการพ่นจมูกกันดีอยู่แล้ว แต่พอหมดฤทธิ์ยา อาการก็กลับมากวนใจอีก วนลูปแบบนี้อยู่เรื่อยๆ จนทำให้เกิดคำถามว่าจะมีวิธีไหนบ้างไหมที่จะรักษาให้หายขาด หรือลดความรุนแรงลงได้แบบยั่งยืน คำตอบหนึ่งที่หมอ มักจะแนะนำให้คนไข้พิจารณาก็คือ การรักษาด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัด หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าการฉีดวัคซีนภูมิแพ้

วัคซีนภูมิแพ้คืออะไร ทำไมถึงช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้?

เวลาที่เราพูดถึงวัคซีน คนส่วนใหญ่จะนึกถึงการป้องกันโรคติดเชื้อ เช่น ไข้หวัดใหญ่ แต่สำหรับวัคซีนภูมิแพ้ (Allergen Immunotherapy) หลักการจะต่างออกไปเล็กน้อย มันคือการนำสารก่อภูมิแพ้ที่ตัวคนไข้แพ้จริงๆ เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ หรือรังแคสัตว์ มาเจือจางในปริมาณน้อยมากๆ แล้วค่อยๆ ฉีดหรือหยอดเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายหลักไม่ใช่การไปกดอาการเหมือนยาแก้แพ้ แต่เป็นการฝึกให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราค่อยๆ ทำความคุ้นเคยและสร้างความอดทนต่อสารเหล่านั้น เปรียบเสมือนการส่งทหารเข้าไปทำความเข้าใจกับศัตรูทีละน้อย จนวันหนึ่งร่างกายเรียนรู้ที่จะไม่มองว่าสารนั้นเป็นอันตราย อาการภูมิแพ้ที่เคยรุนแรงจึงค่อยๆ ลดลงหรือหายไปได้ในที่สุด

ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีนี้?

ไม่ใช่คนเป็นภูมิแพ้ทุกคนที่จะต้องใช้วัคซีนนี้ แนวทางการรักษาด้วยวิธีนี้มักจะเหมาะกับกลุ่มคนไข้ที่มีลักษณะเฉพาะดังนี้

  • คนที่มีอาการแพ้เรื้อรังและรักษาด้วยยาแล้วยังเอาไม่อยู่: กินยาหรือพ่นยามานานหลายปี แต่อาการก็ยังกำเริบเวลากลับไปเจอฝุ่นหรืออากาศเปลี่ยน
  • คนที่ไม่อยากกินยาหรือใช้ยาพ่นไปตลอดชีวิต: ต้องการหาทางเลือกในการรักษาที่ปรับเปลี่ยนภูมิคุ้มกันของร่างกายในระยะยาว
  • คนที่แพ้สารก่อภูมิแพ้ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก: เช่น ไรฝุ่นในห้องนอน หรือฝุ่นละอองในอากาศรอบตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ในชีวิตประจำวัน
  • เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไป: ซึ่งเป็นวัยที่ระบบภูมิคุ้มกันพัฒนาพอที่จะเริ่มรับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้

ขั้นตอนและรูปแบบของวัคซีนภูมิแพ้มีอะไรบ้าง?

เมื่อผลการตรวจผิวหนังหรือเจาะเลือด (Skin Prick Test หรือ Specific IgE) ยืนยันแน่ชัดแล้วว่าเราแพ้อะไร แพทย์จะวางแผนการรักษาซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2 รูปแบบหลักๆ ด้วยกัน

แบบฉีดเข้าใต้ผิวหนัง วิธีดั้งเดิมที่ใช้กันแพร่หลาย

วิธีนี้แพทย์จะฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าที่บริเวณต้นแขน ช่วงแรกจะต้องมาพบแพทย์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยจะค่อยๆ เพิ่มปริมาณความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนถึงโดสคงที่ จากนั้นจะเว้นระยะห่างออกไปเป็นทุกๆ 2 ถึง 4 สัปดาห์ ระยะเวลาในการรักษาโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 3 ถึง 5 ปี เพื่อให้ภูมิคุ้มกันปรับตัวได้อย่างถาวร

แบบอมใต้ลิ้น ทางเลือกใหม่สำหรับคนกลัวเข็ม

สำหรับคนที่ไม่ชอบการฉีดยา ปัจจุบันมีวัคซีนชนิดหยอดหรืออมใต้ลิ้น ซึ่งสามารถทำเองที่บ้านได้หลังจากแพทย์สอนวิธีที่ถูกต้องในครั้งแรก วิธีนี้มีความสะดวกและปลอดภัยสูง โอกาสที่จะเกิดอาการแพ้รุนแรงทั่วร่างกายมีค่อนข้างน้อย แต่มีข้อจำกัดคือตัวเลือกของสารก่อภูมิแพ้ยังมีน้อยกว่าแบบฉีด และต้องมีความสม่ำเสมอในการอมทุกวัน

ช่วงเริ่มต้นฉีดวัคซีนต้องเตรียมตัวและระวังอะไรบ้าง?

เนื่องจากตัวยาคือสิ่งที่เราแพ้ ช่วงแรกของการรักษาจึงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเสมอ หลังจากฉีดวัคซีนแล้ว แพทย์จะให้นั่งพักรอดูอาการที่คลินิกหรือโรงพยาบาลอย่างน้อย 30 นาที เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของร่างกายว่ามีอาการแพ้เฉียบพลัน เช่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หรือมีผื่นลมพิษกระจายทั่วตัวหรือไม่

นอกจากนี้ ในวันที่ฉีดวัคซีนควรงดการออกกำลังกายหนักๆ หรืออาบน้ำอุ่นจัดๆ เพราะความร้อนจะทำให้เลือดไหลเวียนเร็วขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายดูดซึมวัคซีนเร็วเกินไปจนเกิดอาการข้างเคียงได้ง่าย

ข้อดีและข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

หมออยากให้มองว่าวัคซีนภูมิแพ้เป็นการลงทุนกับสุขภาพในระยะยาว ข้อดีที่ชัดเจนที่สุดคือ เมื่อจบคอร์สการรักษา 3 ถึง 5 ปีแล้ว หลายคนสามารถหยุดยาแก้แพ้ได้ อาการภูมิแพ้ลดลงอย่างถาวร และช่วยป้องกันไม่ให้โรคพัฒนาไปสู่หอบหืดในอนาคต

แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ ความสม่ำเสมอและวินัย เพราะการรักษาใช้เวลานาน ต้องมาตามนัดอย่างต่อเนื่อง และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หากขาดความต่อเนื่อง ประสิทธิภาพในการรักษาอาจลดลงได้

ปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางที่ใช่สำหรับตัวคุณ

โรคภูมิแพ้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการใช้ชีวิตร่วมกับมันโดยต้องพึ่งยาตลอดเวลาก็อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แนวทางการใช้วัคซีนภูมิแพ้ถือเป็นแสงสว่างที่ช่วยให้เราหลุดพ้นจากวังวนของอาการแพ้เรื้อรังได้ หากใครสนใจ แนะนำให้เข้ามาตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงกับแพทย์เฉพาะทางด้านภูมิแพ้ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับร่างกายของเราเอง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down