ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งเวลาที่คนไข้เดินเข้ามานั่งคุยในห้องตรวจด้วยเรื่องความเครียด ความวิตกกังวล หรืออาการซึมเศร้า ลึกลงไปในเรื่องเล่าเหล่านั้นมักจะมีเงาของความรู้สึกหนึ่งซ่อนอยู่เสมอ นั่นคือความรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่เก่งพอ หรือไม่คู่ควรกับสิ่งดีๆ ในชีวิต ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ หรือ Self-Esteem ที่ลดลงกว่าปกติ

ในฐานะหมอที่นั่งฟังเรื่องราวชีวิตของคนไข้มานาน ผมพบว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย เพราะมันกัดกินความสุขในชีวิตประจำวันไปทีละน้อยโดยที่เราแทบไม่รู้ตัว วันนี้เลยอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจเรื่องนี้ไปด้วยกัน เหมือนเวลาที่เรานั่งคุยกันสบายๆ ที่คลินิกครับ

เช็คลิสต์อาการ: แบบไหนที่เรียกว่าเรากำลังใจร้ายกับตัวเองเกินไป?

เวลาที่เราพูดถึง ภาวะความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ หลายคนอาจคิดว่ามันคือความไม่มั่นใจในตัวเองเวลาต้องพรีเซนต์งานหน้าห้อง แต่จริงๆ แล้วมันกว้างกว่านั้นมากและแฝงอยู่ในพฤติกรรมประจำวัน ลองดูซิว่าอาการเหล่านี้คุ้นๆ หรือเปล่า

  • เสียงวิจารณ์ในหัวดังกว่าเสียงชม: ทำอะไรพลาดนิดหน่อยจะโทษตัวเองทันที แต่พอทำดีกลับคิดว่าเป็นเพราะโชคช่วย
  • กลัวการทำผิดแบบสุดขีด: ไม่กล้าลองทำอะไรใหม่ๆ เพราะกลัวล้มเหลวและกลัวคนอื่นมองว่าโง่
  • เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นตลอดเวลา: เลื่อนฟีดโซเชียลทีไรก็รู้สึกว่าชีวิตคนอื่นดีกว่า สมบูรณ์แบบกว่าเราไปเสียหมด
  • ปฏิเสธคำชมไม่เป็น: เวลาใครชมมักจะรีบปัดตกหรือหาข้อแก้ตัวทันที เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ดีแบบนั้นจริงๆ
  • ยอมให้คนอื่นเอาเปรียบ: ไม่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวเขาจะไม่รัก หรือกลัวความสัมพันธ์พัง

ย้อนดูสาเหตุ: ทำไมจู่ๆ เราถึงมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง?

ไม่มีใครเกิดมาแล้วเกลียดตัวเองหรอกครับ ทุกอย่างมีที่มาที่ไปเสมอ เหมือนกับโรคทางกายที่ต้องมีเชื้อโรคหรือความเสื่อม สำหรับ ภาวะความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ มักจะมีรากเหง้ามาจากประสบการณ์ในอดีต เช่น

  • บาดแผลทางใจในวัยเด็ก: อาจจะเคยโตมาในครอบครัวที่คาดหวังสูง ติเตียนบ่อย หรือเปรียบเทียบกับพี่น้อง ทำให้เด็กซึมซับความเชื่อที่ว่า ฉันต้องสมบูรณ์แบบถึงจะเป็นที่รัก
  • การถูกกลั่นแกล้งหรือบูลลี่: ประสบการณ์โดนล้อเลียนในช่วงวัยเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปร่าง หน้าตา หรือฐานะ ฝังใจจนโต
  • ความล้มเหลวครั้งใหญ่ในชีวิต: สอบตก สอบใบประกอบวิชาชีพไม่ผ่าน ธุรกิจเจ๊ง หรืออกหักอย่างรุนแรง แล้วก้าวข้ามผ่านช่วงเวลานั้นมาไม่ได้โดยไม่มีคนซัพพอร์ต

ผลกระทบเงียบๆ ที่ทำลายสุขภาพจิตและร่างกาย

ความน่ากลัวของ ภาวะความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ คือมันไม่ได้ทำให้แค่ใจพัง แต่มันส่งผลต่อร่างกายด้วย เมื่อเราเครียดและกดดันตัวเองตลอดเวลา ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาเรื่อยๆ ส่งผลให้นอนไม่หลับ ภูมิคุ้มกันต่ำ ปวดหัวเรื้อรัง และที่สำคัญคือเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลในระยะยาว

วิธีค่อยๆ สร้างความรู้สึกดีๆ ให้กลับมาหาตัวเองอีกครั้ง

ข่าวดีคือ Self-Esteem ไม่ใช่สิ่งติดตัวมาแต่กำเนิดที่เปลี่ยนไม่ได้ แต่มันเหมือนกล้ามเนื้อที่สามารถฝึกฝนและสร้างใหม่ให้แข็งแรงขึ้นได้ครับ มาลองปรับมุมมองและวิธีปฏิบัติกับตัวเองทีละนิดตามแนวทางเหล่านี้ดูครับ

หยุดเป็นผู้พิพากษาตัวเอง แล้วลองเปลี่ยนมาเป็นเพื่อนสนิท

ลองสังเกตเสียงในหัวเวลาเราทำผิดพลาด ถ้าเพื่อนสนิททำผิดพลาดแบบเดียวกัน เราจะด่าทอเขาด้วยถ้อยคำรุนแรงแบบที่เราใช้กับตัวเองไหม? แน่นอนว่าไม่ ลองเปลี่ยนมาพูดกับตัวเองด้วยความเมตตา เช่น ผิดพลาดแค่นี้เรื่องปกติ พรุ่งนี้เอาใหม่นะ

เลิกเอาชีวิตเราไปเทียบกับไฮไลท์ชีวิตคนอื่นในโซเชียล

จำไว้เสมอว่าสิ่งที่เราเห็นในหน้าจอ คือภาพที่ดีที่สุดที่คนอื่นเลือกตัดต่อมาให้ดู การเอาชีวิตจริงที่เต็มไปด้วยความเรียบง่ายและข้อบกพร่องของเรา ไปเทียบกับฉากหน้าของคนอื่น คือการทำร้ายตัวเองทางอ้อมที่ใจร้ายที่สุด

สะสมความสำเร็จเล็กๆ ในแต่ละวัน

ไม่ต้องรอให้ได้รางวัลชีวิตชิ้นใหญ่ แค่วันนี้ตื่นมาเก็บที่นอน ทำงานเสร็จทันเดดไลน์ หรือได้กินของอร่อยๆ ก็ถือเป็นความสำเร็จแล้ว ลองจดบันทึกเรื่องดีๆ หรือเรื่องที่เราภูมิใจในตัวเองวันละ 3 ข้อก่อนนอน สมองจะค่อยๆ ชินกับการมองเห็นคุณค่าของตัวเอง

การเดินทางเพื่อกลับมารักตัวเองอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน เหมือนกับการรักษาโรคเรื้อรังที่ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ แต่เชื่อผมเถอะครับว่า การได้เริ่มใจดีกับตัวเองในวันนี้ คือการลงทุนเพื่อความสุขที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตแล้วครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down