ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

นาทีระทึกใจเมื่อเกิดเหตุพลาดพลั้งหลังสัมผัสความเสี่ยง

หลายคนอาจเคยผ่านสถานการณ์ที่ทำให้กังวลใจ ไม่ว่าจะเป็นกรณีถุงยางอนามัยแตก อุปกรณ์มีคมที่ปนเปื้อนเลือดทิ่มตำ หรือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หลายคนเริ่มตั้งคำถามทันทีว่า ชีวิตหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร และมีวิธีไหนที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจากการติดเชื้อเอชไอวีได้บ้าง คำตอบที่หมออยากให้ทุกคนทราบคือ ยา PEP (Post-Exposure Prophylaxis) หรือการใช้ยาป้องกันฉุกเฉินหลังการสัมผัสเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้อย่างมากหากได้รับยาอย่างทันท่วงที

ยิ่งเร็วยิ่งดี! ทำไมต้องรีบกินยาให้ทันภายใน 72 ชั่วโมง

หัวใจสำคัญที่สุดของการใช้ยา PEP คือเรื่องของเวลา เชื้อเอชไอวีหลังจากเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่ได้แปลว่าจะเกิดการติดเชื้อถาวรทันที ร่างกายยังมีช่วงเวลาสั้นๆ ที่เชื้อยังไม่ได้ฝังตัวลงในเซลล์เม็ดเลือดขาวอย่างสมบูรณ์ การกินยาต้านไวรัสเข้าไปในช่วงนี้จึงเปรียบเสมือนการส่งกองทัพไปสกัดกั้นไม่ให้เชื้อเพิ่มจำนวน

  • เวลาที่ดีที่สุดคือภายใน 2-24 ชั่วโมงแรกหลังสัมผัสเชื้อ
  • หากเกิน 72 ชั่วโมงไปแล้ว ประสิทธิภาพของยาจะลดลงอย่างมากจนไม่คุ้มค่าที่จะเริ่มกิน
  • การปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุดคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสุขภาพระยะยาว

กระบวนการตรวจประเมินก่อนเริ่มยาและการดูแลตลอด 28 วัน

เมื่อมาถึงคลินิก แพทย์จะไม่จ่ายยาให้ทันทีโดยไม่มีการซักประวัติ เราต้องพูดคุยกันถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง เพื่อประเมินว่าโอกาสในการติดเชื้อนั้นสูงหรือต่ำเพียงใด หากประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยง หมอจะเริ่มให้ยาต้านไวรัสชุดพิเศษซึ่งจะต้องรับประทานต่อเนื่องกันเป็นเวลา 28 วันเต็ม

การรับยา PEP ไม่ใช่แค่การกินยาให้ครบตามกำหนด แต่ต้องมีการตรวจเลือดเพื่อดูค่าตับ ค่าไต และตรวจหาการติดเชื้อพื้นฐานอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย รวมถึงการนัดติดตามผลอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่ายาออกฤทธิ์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

ผลข้างเคียงที่อาจเจอและวิธีดูแลตัวเองระหว่างรักษา

ยาต้านไวรัสในกลุ่ม PEP อาจทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายตัวได้บ้างในช่วงแรก ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย ได้แก่ อาการคลื่นไส้ มึนงง อ่อนเพลีย หรือท้องเสีย ซึ่งมักจะเป็นเพียงชั่วคราวในช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัว

วิธีจัดการกับผลข้างเคียงให้ใช้ชีวิตได้ปกติ

  • หากรู้สึกคลื่นไส้ ให้แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ แต่บ่อยขึ้น
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอตลอดทั้งวัน
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจซ้ำเติมอาการมึนงง
  • หากอาการรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิต ให้รีบปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเพื่อพิจารณาปรับยา ไม่ควรหยุดกินยาเองโดยเด็ดขาด

ก้าวต่อไปหลังกินยาครบและการวางแผนป้องกันระยะยาว

เมื่อกินยาครบ 28 วัน ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจบลงเพียงเท่านี้ เราต้องมีการตรวจยืนยันผลเลือดอีกครั้งในช่วง 1-3 เดือนหลังจบการกินยา เพื่อให้แน่ใจว่าสถานะเลือดเป็นลบอย่างชัดเจน หากใครที่รู้ตัวว่ามีความเสี่ยงบ่อยครั้ง การหันมาทำความรู้จักกับยา PrEP (ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ) อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและยั่งยืนกว่าการใช้ยาฉุกเฉินซ้ำๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายได้มากกว่า

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down