เวลาที่นั่งตรวจอยู่ในห้องตรวจแล้วได้ยินประโยคว่า คุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมีความจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดมดลูกแบบถอนรากถอนโคน เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนคงเข่าอ่อนและมีความกังวลสารพัดวิ่งเข้ามาในหัว ทั้งเรื่องความปลอดภัย ร่างกายที่จะเปลี่ยนไป และการใช้ชีวิตหลังจากนั้น วันนี้หมอเลยอยากมานั่งคุยให้ฟังกันแบบเคลียร์ชัด เข้าใจง่าย เหมือนเวลาเราคุยกันที่ห้องตรวจครับ
ผ่าตัดมดลูกแบบถอนรากถอนโคน คืออะไร และต่างจากการผ่าตัดธรรมดายังไง
ถ้าเป็นการผ่าตัดมดลูกธรรมดาที่เราคุยกันบ่อยๆ ในเคสเนื้องอกหรือช็อกโกแลตมดลูก คุณหมอจะเอาแค่มดลูกกับท่อนำไข่หรือรังไข่ออก แต่สำหรับการการผ่าตัดมดลูกแบบถอนรากถอนโคน ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกว่า Radical Hysterectomy มันคือการผ่าตัดใหญ่ที่เลเวลอัพขึ้นไปอีกขั้นครับ
เป้าหมายหลักของการผ่าตัดแบบนี้คือการจัดการกับเซลล์มะเร็งให้หมดจดจริงๆ เราจึงไม่ได้เอาแค่มดลูกออก แต่ต้องเลาะเอาเนื้อเยื่อรอบๆ มดลูกที่เรียกว่าพาราเมเทรียม (Parametrium) ส่วนบนของช่องคลอด และต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกรานออกด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าเซลล์มะเร็งตัวร้ายมันแอบหลบซ่อนหรือกระจายตัวไปที่อื่นต่อ
โรคอะไรบ้างที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดใหญ่แบบนี้
ไม่ใช่โรคทางนรีเวชทุกโรคที่จะต้องใช้การผ่าตัดวิธีนี้นะครับ ส่วนใหญ่แล้วคุณหมอจะเลือกใช้การผ่าตัดมดลูกแบบถอนรากถอนโคน ในกรณีเหล่านี้ครับ
- มะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้นถึงระยะลุกลามเฉพาะที่: ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่เราต้องทำการผ่าตัดแบบนี้เพื่อกวาดล้างเซลล์มะเร็งให้เกลี้ยง
- มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกบางชนิด: ที่มีการกระจายตัวออกนอกตัวมดลูกในระดับที่ต้องอาศัยการเลาะต่อมน้ำเหลืองร่วมด้วย
- เนื้องอกหรือมะเร็งอื่นๆ ในอุ้งเชิงกราน: ที่แพทย์ประเมินแล้วว่าการผ่าตัดแบบธรรมดาเอาออกไม่หมด
ขั้นตอนการผ่าตัดและความรู้สึกระหว่างนอนโรงพยาบาล
พอได้ยินคำว่าผ่าตัดใหญ่ หลายคนจะกลัวเรื่องความเจ็บและการพักฟื้น ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ก้าวหน้ามาก ทั้งการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเดิมและการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวดและทำให้ฟื้นตัวไวขึ้น
ในวันผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะดูแลเรื่องการบล็อกหลังหรือดมยาสลบให้คนไข้หลับไปตลอดการผ่าตัด ใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 4 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับความยากง่าย เมื่อเสร็จแล้วคนไข้จะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 4 ถึง 7 วัน เพื่อให้คุณหมอและพยาบาลคอยดูแลแผล เช็กระบบขับถ่าย และประเมินอาการปวดอย่างใกล้ชิด
ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรหลังผ่านการผ่าตัดใหญ่มาแล้ว
นี่คือคำถามยอดฮิตที่คนไข้ถามหมอมากที่สุด หลังจากผ่านการผ่าตัดมดลูกแบบถอนรากถอนโคน ร่างกายจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่นอนครับ ซึ่งเราต้องเตรียมตัวรับมือ
- ประจำเดือนหมดไปถาวร: เพราะไม่มีมดลูกแล้ว คนไข้จะไม่สามารถมีประจำเดือนได้อีก
- อาการวัยทองถามหา (ถ้าต้องตัดรังไข่ร่วมด้วย): หากอายุยังน้อยและรังไข่ยังปกติ คุณหมออาจจะพยายามเก็บรังไข่ไว้ข้างใดข้างหนึ่งเพื่อผลิตฮอร์โมน แต่ถ้าจำเป็นต้องตัดออกทั้งสองข้าง คนไข้จะเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือนทันที อาจมีอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์สวิง ซึ่งคุณหมอจะพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทนตามความเหมาะสม
- การใช้ชีวิตคู่: ช่องคลอดอาจจะสั้นลงเล็กน้อยจากการตัดแต่งเนื้อเยื่อ แต่ยังสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติเมื่อแผลหายดีและได้รับอนุญาตจากแพทย์
การดูแลตัวเองช่วงพักฟื้นที่บ้านให้แผลหายไวและปลอดภัย
พอกลับมาพักที่บ้านแล้ว การดูแลตัวเองคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงเร็วขึ้นครับ
- งดงานหนักและของหนัก: ในช่วง 6 สัปดาห์แรกห้ามยกของหนักเด็ดขาด รวมถึงห้ามออกกำลังกายหักโหม เพื่อป้องกันไม่ให้แผลด้านในปริ
- เรื่องการขับถ่าย: อย่าปล่อยให้ท้องผูกเด็ดขาด เพราะเวลาเบ่งจะไปกระทบกระเทือนแผลผ่าตัด ให้กินผักผลไม้เยอะๆ และดื่มน้ำมากๆ
- งดการสวนล้างช่องคลอดและงดมีเพศสัมพันธ์: ต้องรอให้แผลภายในสมานสนิทดีเสียก่อน ซึ่งคุณหมอจะนัดตรวจภายในเพื่อประเมินอีกครั้ง
สัญญาณเตือนแบบไหนที่แปลว่าแผลมีปัญหา ต้องรีบหาหมอด่วน
โดยทั่วไปแผลจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้เมื่อไหร่ ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ให้รีบมาโรงพยาบาลทันที
- มีไข้สูงหนาวสั่น
- แผลผ่าตัดมีอาการบวม แดง ร้อน หรือมีหนองไหลออกมา
- ปวดท้องน้อยรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แบบกินยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น
- มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดมากชุ่มผ้าอนามัย
- มีอาการปวดขา ขาบวมข้างเดียว ซึ่งอาจเกิดจากภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
การเผชิญหน้ากับโรคร้ายและการผ่าตัดใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ แต่ด้วยความเข้าใจ การเตรียมตัวที่ดี และการดูแลเอาใจใส่จากทั้งทีมแพทย์และคนรอบข้าง จะช่วยให้เราก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้งครับ