ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อเปิดผ้าอ้อมของลูกน้อยวัยไม่กี่เดือนแล้วพบว่ามีมูกเลือดปนออกมา หัวใจของคนเป็นพ่อแม่แทบจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความกังวลใจแล่นเข้ามาทันทีว่าลูกกำลังเจ็บป่วยรุนแรงตรงไหนหรือไม่ อาการถ่ายเป็นมูกเลือด ท้องเสียเรื้อรัง หรือแหวะนมบ่อยในทารก หลายครั้งไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร แต่เป็นอาการที่ฟ้องว่าร่างกายกำลังต่อต้านโปรตีนในอาหารบางชนิด

หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจก่อนว่า แนวทางการรักษาภาวะลำไส้อักเสบจากการแพ้อาหาร นั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวจนเกินรับมือ หากเราเข้าใจกลไก สังเกตอาการได้อย่างถูกต้อง และได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ลำไส้ของลูกน้อยจะสามารถฟื้นตัวและกลับมาแข็งแรง เจริญเติบโตได้ตามวัยอย่างแน่นอน

ทำไมการแพ้อาหารของลูก ถึงส่งผลต่อลำไส้จนอักเสบได้?

กลไกการแพ้อาหารในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กทารกช่วงขวบปีแรก มักเป็นกลุ่มอาการแพ้อาหารผ่านระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่ได้อาศัยสารบ่งชี้ภูมิแพ้ชนิดอี (Non-IgE mediated food allergy) ซึ่งมีความแตกต่างจากการแพ้แบบเฉียบพลันที่จะแสดงอาการรวดเร็ว เช่น ผื่นลมพิษ ตาบวม หรือหายใจติดขัด

ในภาวะนี้ โปรตีนแปลกปลอมจากอาหารที่ผ่านเข้ามาในระบบทางเดินอาหาร เช่น โปรตีนจากนมวัว นมถั่วเหลือง หรือแป้งสาลี จะเข้าไปกระตุ้นให้เซลล์เม็ดเลือดขาวในผนังลำไส้เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังบริเวณเยื่อบุลำไส้ใหญ่และลำไส้ส่วนปลาย เมื่อเยื่อบุลำไส้อักเสบและบวม จึงทำให้เกิดเมือกมูกและมีเส้นเลือดฝอยเล็กๆ แตกปนออกมากับอุจจาระของลูกนั่นเอง

สังเกตสัญญาณเตือน: อาการแบบไหนที่ฟ้องว่าลำไส้ลูกกำลังประท้วง

อาการของภาวะลำไส้อักเสบจากการแพ้อาหารมักค่อยเป็นค่อยไป โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการเด่นๆ ได้ดังนี้

  • อุจจาระมีมูกเลือดปน: อาจเริ่มจากมูกใสปนเลือดเป็นเส้นๆ สีแดงสด หรืออุจจาระมีสีคล้ำปนเลือด
  • ท้องเสียเรื้อรังหรือถ่ายบ่อย: ลูกอาจถ่ายเหลวบ่อยกว่าปกติ อุจจาระมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวและเป็นน้ำ
  • อาการทางระบบทางเดินอาหารส่วนบน: มีอาการแหวะนมบ่อย อาเจียน หรือมีลมในท้องมากจนท้องอืด
  • ร้องโยเยผิดปกติ: โดยเฉพาะหลังจากกินนมเสร็จไม่นาน ลูกจะร้องกวนคล้ายอาการโคลิกเนื่องจากปวดเกร็งท้อง
  • น้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์: เนื่องจากลำไส้ที่อักเสบไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่

วิธีรักษาภาวะลำไส้อักเสบจากการแพ้อาหารอย่างเป็นขั้นตอน

หัวใจสำคัญของ แนวทางการรักษาภาวะลำไส้อักเสบจากการแพ้อาหาร คือการงดเว้นอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นอย่างเด็ดขาด เพื่อเปิดโอกาสให้เยื่อบุลำไส้ที่เสียหายได้ฟื้นฟูตัวเอง โดยมีแนวทางปฏิบัติแบ่งตามลักษณะการเลี้ยงดูดังนี้

1. การปรับอาหารของคุณแม่ หากลูกยังกินนมแม่

นมแม่คือสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก แต่เนื่องจากโปรตีนจากอาหารที่คุณแม่กินสามารถผ่านทางน้ำนมไปสู่ลูกได้ หากลูกมีภาวะลำไส้อักเสบจากการแพ้อาหาร คุณแม่จำเป็นต้องปรับพฤติกรรมการกินอย่างเคร่งครัด

  • งดกลุ่มอาหารเสี่ยงสูง (Elimination Diet): เริ่มจากการงดผลิตภัณฑ์จากนมวัวทุกชนิด รวมถึงเนย ชีส และเบเกอรี่ หากอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้งดกลุ่มอาหารเสี่ยงอื่นเพิ่มเติม เช่น ถั่วเหลือง ไข่ แป้งสาลี และอาหารทะเล
  • อ่านฉลากอาหารอย่างละเอียด: หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของเวย์โปรตีน (Whey), เคซีน (Casein) หรือเลซิตินจากถั่วเหลือง
  • จดบันทึกอาหาร: การจดบันทึกสิ่งที่คุณแม่กินในแต่ละวัน จะช่วยให้เชื่อมโยงได้ง่ายขึ้นว่าอาการของลูกสัมพันธ์กับอาหารชนิดใดที่คุณแม่เพิ่งกินเข้าไป

2. การเลือกนมสูตรพิเศษ หากลูกจำเป็นต้องกินนมผง

สำหรับทารกที่กินนมผง หรือในกรณีที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ การรักษาคือการเปลี่ยนไปใช้นมสูตรพิเศษสำหรับเด็กแพ้โปรตีนนมวัวโดยเฉพาะ

  • นมสูตรผ่านการย่อยอย่างละเอียด (Extensively Hydrolyzed Formula - eHF): เป็นนมที่นำโปรตีนนมวัวมาตัดย่อยจนมีโมเลกุลขนาดเล็กมาก ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของลูกตรวจจับไม่ได้และไม่เกิดการแพ้
  • นมสูตรกรดอะมิโน (Amino Acid-Based Formula - AAF): ในรายที่มีอาการอักเสบรุนแรงหรือใช้กลุ่มแรกแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์จะแนะนำนมสูตรที่ทำจากกรดอะมิโนอิสระ ซึ่งไม่มีส่วนประกอบของโปรตีนขนาดใหญ่เลย
  • หมายเหตุ: ไม่แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้นมแพะหรือนมแกะ เนื่องจากโครงสร้างโปรตีนมีความคล้ายคลึงกับนมวัวสูง และมีโอกาสแพ้ข้ามกันได้สูงถึงร้อยละเก้าสิบ

3. การเริ่มอาหารตามวัยอย่างระมัดระวัง

เมื่อลูกอายุครบ 6 เดือน และถึงเวลาต้องเริ่มอาหารมื้อแรก คุณพ่อคุณแม่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

  • เริ่มให้อาหารทีละอย่าง ชนิดเดี่ยวๆ เป็นเวลา 3-5 วัน เพื่อสังเกตอาการแพ้ก่อนเริ่มชนิดใหม่
  • เริ่มจากอาหารที่มีความเสี่ยงในการแพ้ต่ำ เช่น ข้าวบด บดผสมกับผักใบเขียว หรือเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อหมู
  • หลีกเลี่ยงการเริ่มอาหารกลุ่มเสี่ยงสูงพร้อมกันหลายอย่าง

ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ปลอดภัย และช่วยให้ลำไส้ของลูกกลับมาแข็งแรง

นอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นแล้ว การดูแลสภาพแวดล้อมรอบตัวและการดูแลเรื่องความสะอาดก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

  • ดูแลความสะอาดของขวดนมและอุปกรณ์: การล้างและนึ่งฆ่าเชื้อขวดนมอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อซ้ำซ้อนในลำไส้ที่กำลังอ่อนแอ
  • เฝ้าระวังเรื่องการขาดน้ำ: หากลูกมีอาการถ่ายบ่อย ควรให้จิบน้ำเกลือแร่สำหรับเด็กทีละน้อยเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำและเกลือแร่
  • ให้เวลาร่างกายได้ฟื้นฟู: โดยทั่วไปหลังจากงดอาหารที่แพ้อย่างเด็ดขาด อาการถ่ายเป็นมูกเลือดมักจะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่การที่เยื่อบุลำไส้จะกลับมาสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องมีความอดทนและไม่ใจร้อนป้อนอาหารต้องห้ามให้ลูกก่อนเวลาอันควร

อาการแบบไหนที่ต้องระวัง และต้องรีบพาลูกมาโรงพยาบาลทันที

แม้ว่าภาวะลำไส้อักเสบจากการแพ้อาหารส่วนใหญ่จะสามารถดูแลรักษาได้ที่บ้านหลังจากการปรับอาหาร แต่หากลูกมีอาการผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นร่วมด้วย ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อป้องกันอันตราย

  • ลูกมีไข้สูง ซึมลง ไม่ร่าเริง หรือร้องไห้งอแงไม่ยอมหยุด
  • มีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง พ่นออกมาบ่อยครั้งจนไม่สามารถกินนมได้
  • ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสดปริมาณมาก หรืออุจจาระมีสีดำเข้มคล้ายถ่าน
  • มีสัญญาณของการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา หรือปัสสาวะออกน้อยมาก (ผ้าอ้อมแห้งนานกว่า 6 ชั่วโมง)

ภาวะลำไส้อักเสบจากการแพ้อาหารเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรัก ความเข้าใจ และความอดทนอย่างสูงของคุณพ่อคุณแม่ในการควบคุมดูแลเรื่องอาหารอย่างเข้มงวด ข่าวดีก็คือ เด็กส่วนใหญ่ที่มีภาวะนี้จะมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ และสามารถหายขาดจากอาการแพ้ได้เมื่อระบบย่อยอาหารและระบบภูมิคุ้มกันเติบโตเต็มที่ในช่วงอายุ 1-3 ปี การจับมือร่วมกับแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down