ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งเวลาที่คนไข้ผลตรวจเลือดออกมาแล้วพบว่าติดเชื้อไวรัส ไม่ว่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบหรือเอชไอวี คุณหมอมักจะแนะนำให้ส่งเลือดไปตรวจเพิ่มเติมในรายการที่เรียกว่า การตรวจปริมาณไวรัสในกระแสเลือด ซึ่งพอได้ยินชื่อตรวจยาวๆ แบบนี้ คนไไข้หลายคนก็มักจะเริ่มกังวลว่ามันคืออะไร แตกต่างจากการตรวจหาภูมิทายังไง และทำไมเราถึงต้องเช็กตัวเลขนี้ให้ละเอียดด้วย

ตรวจปริมาณไวรัสในกระแสเลือด คือการเช็กอะไรกันแน่?

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด การตรวจนี้คือการนับจำนวนตัวของเชื้อไวรัสที่ลอยอยู่ในเลือดของเราจริงๆ ครับ ไม่ใช่การดูร่องรอยการต่อสู้เหมือนการตรวจภูมิต้านทาน วิธีการทำจะใช้เทคโนโลยีทางห้องปฏิบัติการที่ค่อนข้างละเอียด เพื่อดูว่าตอนนี้ในเลือดหนึ่งมิลลิลิตร มีเชื้อไวรัสอยู่กี่สำเนา หรือที่ภาษาแพทย์เรียกว่า Viral Load นั่นเอง ยิ่งตัวเลขนี้สูง แปลว่าเชื้อโรคกำลังแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอยู่ในร่างกายเราเยอะมาก แต่ถ้าตัวเลขต่ำหรือตรวจไม่พบ ก็แปลว่าสถานการณ์ค่อนข้างสงบ

ความแตกต่างระหว่างการตรวจเจอเชื้อ กับการรู้ว่ามีไวรัสมากแค่ไหน

บางคนอาจจะสงสัยว่า แค่รู้ว่าติดเชื้อก็พอแล้วไหม ทำไมต้องมานั่งนับตัวเลขกันให้วุ่นวาย ขออธิบายแบบนี้ครับ การตรวจว่าเราติดเชื้อไหม เป็นการบอกแค่ว่า มี หรือ ไม่มี แต่การตรวจปริมาณไวรัสในกระแสเลือด มันเหมือนกับการนับกำลังพลของข้าศึก ทำให้เราประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำขึ้นว่า ตอนนี้โรคกำลังกำเริบหนักแค่ไหน หรือยาที่เรากินอยู่มันเก่งพอที่จะกดเชื้อไว้ได้หรือเปล่า

ช่วงเวลาไหนบ้างที่เราควรต้องตรวจเช็กตัวเลขนี้?

คุณหมอมักจะส่งตรวจปริมาณไวรัสในกระแสเลือดในหลายสถานการณ์ด้วยกัน หลักๆ จะแบ่งออกเป็นช่วงเวลาสำคัญดังนี้:

  • ช่วงก่อนเริ่มกินยาต้านไวรัส: เพื่อใช้เป็นตัวเลขตั้งต้นในการเปรียบเทียบ
  • ช่วงหลังจากกินยาไปได้ระยะหนึ่ง: เพื่อดูว่ายาที่เราใช้อยู่ได้ผลดีแค่ไหน เชื้อลดลงตามเป้าไหม
  • ช่วงที่หมอสงสัยว่าเชื้อดื้อยาหรือเปล่า: ถ้าจู่ๆ อาการกลับมาแย่ลง ทั้งที่กินยาตรงเวลา ตัวเลขนี้จะช่วยบอกความจริง
  • ตรวจติดตามอาการเป็นระยะ: เพื่อความมั่นใจว่าโรคสงบและอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้

อ่านผลตรวจอย่างไรให้เข้าใจ และตัวเลขบอกอะไรเราบ้าง?

เวลาที่ผลตรวจออกมา เรามักจะเห็นตัวเลขออกมาเป็นหลักพัน หลักหมื่น หรือบางทีก็เขียนว่า ตรวจไม่พบเชื้อ (Undetectable) คนไข้หลายคนชอบตกใจถ้าเห็นตัวเลขสูงๆ แต่หมออยากให้มองว่านี่คือเครื่องมือบอกแนวทางรักษา เป้าหมายหลักของเราในการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสเรื้อรัง คือการพยายามกดตัวเลขนี้ให้ลงมาต่ำที่สุด จนถึงจุดที่ตรวจไม่พบ ซึ่งแปลว่าร่างกายปลอดภัยจากความเสี่ยงที่ไวรัสจะไปทำลายอวัยวะอื่นๆ และยังช่วยลดโอกาสในการแพร่เชื้อไปยังคนรอบข้างได้อีกด้วย

การเตรียมตัวก่อนมาเจาะเลือดตรวจปริมาณไวรัส

ข่าวดีคือการตรวจปริมาณไวรัสในกระแสเลือดไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดครับ โดยทั่วไปไม่ต้องงดน้ำงดอาหารเป็นพิเศษ สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลย สิ่งสำคัญที่สุดคือการกินยาตามหมอสั่งอย่างสม่ำเสมอ และมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพราะตัวเลขที่ขึ้นๆ ลงๆ ในใบรายงานผล จะเป็นเข็มทิศชั้นดีช่วยให้หมอและคนไข้จับมือกันวางแผนดูแลสุขภาพระยะยาวได้อย่างแม่นยำที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down