ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกดื้อหรือเราสื่อสารผิด? ทำไมการปรับเปลี่ยนคำพูดถึงเปลี่ยนพฤติกรรมได้

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้เด็ก มักจะได้ยินคุณพ่อคุณแม่ปรึกษาเรื่องลูกไม่ฟังคำสั่ง หรือมักจะเกิดการปะทะอารมณ์กันในบ้านบ่อยครั้ง หมอมักจะบอกเสมอว่า จริงๆ แล้วเด็กทุกคนไม่ได้อยากดื้อ แต่พฤติกรรมที่แสดงออกมาคือการสะท้อนถึงสิ่งที่เขายังไม่เข้าใจหรือการสื่อสารที่ยังไปไม่ถึงกัน เทคนิคการสื่อสารเชิงบวกและการสร้างวินัยเชิงบวกในครอบครัว ไม่ใช่แค่เรื่องของการพูดเพราะๆ แต่คือการสร้างฐานความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น เพื่อให้คำแนะนำของเราส่งผ่านไปถึงใจเด็กได้จริง

หยุดใช้อารมณ์แล้วเริ่มพูดให้เข้าถึงหัวใจลูก

เวลาลูกทำผิด บ่อยครั้งที่เรามักเผลอขึ้นเสียงหรือตำหนิด้วยอารมณ์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มักจะเป็นกำแพงที่ลูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง แทนที่จะฟังเหตุผล การสื่อสารเชิงบวกเริ่มต้นจากการเปลี่ยนมุมมอง เราต้องเปลี่ยนจากการเน้นที่ตัวปัญหา ไปเน้นที่ความรู้สึกและการหาทางแก้ร่วมกัน

  • พูดในสิ่งที่ต้องการให้เขาทำ แทนการพูดในสิ่งที่ห้ามไม่ให้ทำ เช่น แทนที่จะบอกว่า อย่าวิ่ง ให้เปลี่ยนเป็น เดินช้าๆ นะลูก
  • ใช้ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยความรู้สึกของเรา เช่น พ่อแม่รู้สึกกังวลเมื่อเห็นหนูทำแบบนี้ แทนการบอกว่า ทำไมหนูทำตัวแบบนี้
  • รับฟังโดยไม่แทรก เพื่อให้เขารู้สึกว่าเราเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่จะพูดความจริง

สร้างวินัยเชิงบวกด้วยกฎกติกาที่ตกลงกันได้

คำว่าวินัยเชิงบวก ไม่ใช่การตามใจหรือไม่มีกฎระเบียบ แต่คือการสอนให้เด็กเข้าใจเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมีกติกา โดยอาศัยความร่วมมือมากกว่าการบังคับด้วยอำนาจ

เปลี่ยนการลงโทษเป็นการเรียนรู้ผลกระทบ

การตีหรือการกักบริเวณมักทำให้เด็กกลัวและจดจำแค่ว่าเขาจะโดนทำโทษ แต่ไม่ได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นส่งผลเสียอย่างไร ลองเปลี่ยนมาใช้วิธีให้เขารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น หากเขาทำของเล่นเพื่อนพัง แทนการตี ควรให้เขาเป็นคนช่วยซ่อม หรือช่วยเก็บกวาด เพื่อให้เขาเข้าใจธรรมชาติของเหตุและผล

ชมเชยให้ถูกจุดเพื่อเสริมแรงพฤติกรรมดี

คำชมที่ได้ผลไม่ใช่แค่การพูดว่าเก่งมาก แต่เป็นการเจาะจงสิ่งที่เขาทำสำเร็จ เช่น วันนี้หนูช่วยเก็บของเล่นเข้าที่ได้เร็วมาก ทำให้บ้านเราสะอาดขึ้นเยอะเลย การให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ จะทำให้เขารู้สึกถึงคุณค่าและอยากทำพฤติกรรมดีๆ นั้นซ้ำอีก

สร้างกิจวัตรที่สม่ำเสมอเพื่อความมั่นคงทางจิตใจ

เด็กที่รู้ว่าในแต่ละวันต้องทำอะไรและมีลำดับขั้นตอนอย่างไร จะมีความมั่นใจและลดพฤติกรรมต่อต้านได้ดีกว่า การกำหนดตารางเวลาที่ชัดเจนในเรื่องพื้นฐาน เช่น เวลานอน เวลาทำการบ้าน หรือเวลาเล่น จะช่วยลดการโต้เถียงเพราะทุกคนเข้าใจตรงกันว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องทำในเวลานั้นๆ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างระเบียบวินัยที่ไม่ต้องใช้การสั่งการตลอดเวลา

เมื่อไหร่ที่ต้องใจเย็นและก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว

ในฐานะพ่อแม่ เราก็มีความเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา หากวันไหนรู้สึกว่าอารมณ์เริ่มพุ่งสูง อย่าฝืนสื่อสารในตอนนั้น ให้เลือกถอยห่างออกมาตั้งหลักก่อน เพราะการสื่อสารที่ดีที่สุดเกิดขึ้นจากความสงบ หากเรามีสติ เราจะสามารถถ่ายทอดวินัยและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพให้ลูกได้อย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down