ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการเจ็บคอ ปัญหาปวดหัวที่คุณหมอและคุณพ่อคุณแม่อยากได้คำตอบ

เวลาที่เห็นลูกน้อยหรือคนในครอบครัวเริ่มมีอาการเจ็บคอ ตัวร้อน งอแง กลืนอาหารลำบาก ความวิตกกังวลแรกที่เกิดขึ้นมักเป็นการตั้งคำถามว่า อาการคออักเสบครั้งนี้เกิดจากอะไร และจำเป็นต้องทานยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อทันทีเลยหรือไม่ ความจริงที่น่าสนใจคือ อาการเจ็บคอส่วนใหญ่ในเด็กและผู้ใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งสามารถหายได้เองตามธรรมชาติด้วยการพักผ่อนและรักษาตามอาการ แต่การติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อ Streptococcus pyogenes (Group A Streptococcus) เป็นกรณีที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายในระยะยาว

แพทย์ผู้ตรวจจึงต้องมีเครื่องมือที่แม่นยำและรวดเร็วในการช่วยประเมินความเสี่ยง หนึ่งในเกณฑ์การประเมินทางคลินิกที่เป็นที่ยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกคือ การตรวจประเมินด้วยคะแนนแมคไอแซก (McIsaac Score) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยคัดกรองเบื้องต้นอย่างมีประสิทธิภาพ

การตรวจประเมินด้วยคะแนนแมคไอแซก คืออะไร?

การตรวจประเมินด้วยคะแนนแมคไอแซก เป็นเครื่องมือประเมินทางคลินิกที่พัฒนาต่อยอดมาจากเกณฑ์เซนเตอร์ (Centor Score) โดย ดร. วอร์เรน แมคไอแซก (Dr. Warren McIsaac) กุมารแพทย์และนักวิจัย ได้เพิ่มปัจจัยด้าน "อายุ" เข้ามาในการคำนวณด้วย เนื่องจากกลุ่มอายุมีความสัมพันธ์อย่างมากกับโอกาสการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส กลุ่มเอ

เกณฑ์นี้ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความน่าจะเป็นของการติดเชื้อแบคทีเรียได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ใช้เวลานานในทุกราย ช่วยลดการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น และส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล

5 ข้อสังเกต การคำนวณคะแนนแมคไอแซกด้วยตนเองเบื้องต้น

การคำนวณคะแนนแมคไอแซกจะพิจารณาจากอาการแสดงทางคลินิกและอายุของผู้ป่วย โดยแบ่งเกณฑ์การให้คะแนนออกเป็น 5 ข้อ ดังนี้

  • 1. มีไข้สูง (อุณหภูมิร่างกายมากกว่า 38 องศาเซลเซียส): บวก 1 คะแนน
  • 2. ไม่มีอาการไอ: บวก 1 คะแนน (หากมีอาการไอ น้ำมูกไหล มักเอียงเอียงไปทางเชื้อไวรัสมากกว่า)
  • 3. ต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรหรือข้างลำคอด้านหน้าโตและเจ็บ: บวก 1 คะแนน
  • 4. ต่อมทอนซิลบวมแดง หรือมีจุดหนองขาว: บวก 1 คะแนน
  • 5. ปรับคะแนนตามช่วงอายุของผู้ป่วย:
    • อายุ 3 ปี ถึง 14 ปี: บวก 1 คะแนน (กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด)
    • อายุ 15 ปี ถึง 44 ปี: 0 คะแนน
    • อายุ 45 ปีขึ้นไป: ลบ 1 คะแนน (ความเสี่ยงต่ำลงมาก)

การแปลผลคะแนนและการดูแลรักษา

เมื่อนำคะแนนจากทุกข้อทีมารวมกัน จะได้ผลรวมตั้งแต่ 0 ถึง 5 คะแนน ซึ่งแพทย์จะนำผลคะแนนที่ได้ไปวางแผนการรักษาตามแนวทางมาตรฐานดังนี้

คะแนน 0 ถึง 1 คะแนน (ความเสี่ยงต่ำมาก)

โอกาสติดเชื้อแบคทีเรียมีน้อยกว่าร้อยละ 5 ถึง 10 ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มติดเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อเพิ่ม และไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แนะนำให้รักษาตามอาการ เช่น ทานยาลดไข้ ดื่มน้ำสะอาดพักผ่อนให้เพียงพอ และกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ

คะแนน 2 ถึง 3 คะแนน (ความเสี่ยงปานกลาง)

โอกาสติดเชื้อแบคทีเรียอยู่ในช่วงร้อยละ 15 ถึง 32 ในกลุ่มนี้ แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจป้ายคอเพื่อหาเชื้ออย่างเร่งด่วน (Rapid Antigen Detection Test) หรือส่งเพาะเชื้อ หากผลการตรวจยืนยันว่าเป็นเชื้อแบคทีเรีย จึงจะเริ่มให้ยาปฏิชีวนะ

คะแนน 4 ถึง 5 คะแนน (ความเสี่ยงสูง)

โอกาสติดเชื้อแบคทีเรียสูงถึงร้อยละ 38 ถึง 63 แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจยืนยัน หรือเริ่มให้ยาปฏิชีวนะในการรักษาทันทีตามความเหมาะสมทางคลินิก เพื่อลดระยะเวลาการเจ็บป่วยและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

ทำไมการประเมินนี้จึงสำคัญต่อลูกน้อยและครอบครัว?

ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการประเมินด้วยเกณฑ์นี้คือ การป้องกันภาวะ "การใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น" ยาปฏิชีวนะไม่ได้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัส การได้รับยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นนอกจากจะไม่ช่วยให้อาการเจ็บคอจากไวรัสหายเร็วขึ้นแล้ว ยังเสี่ยงต่อผลข้างเคียง เช่น อาการแพ้ยา ท้องเสีย ลำไส้อักเสบ และปัญหาใหญ่อย่างภาวะเชื้อดื้อยาในอนาคต

ในทางกลับกัน หากเป็นโรคคออักเสบจากเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัสจริง และไม่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้อง ยาอาจปล่อยให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมาได้ เช่น ไข้รูมาติก (Rheumatic Fever) ที่ส่งผลต่อหัวใจ หรือโรคไตอักเสบหลังการติดเชื้อ (Post-streptococcal glomerulonephritis)

สัญญาณเตือนที่ควรรีบพบแพทย์ทันที

แม้ว่าการตรวจประเมินด้วยคะแนนแมคไอแซกจะช่วยคัดกรองได้ดี แต่หากพบอาการเร่งด่วนดังต่อไปนี้ ควรรีบนำผู้ป่วยมาพบแพทย์โดยไม่ต้องรอคำนวณคะแนน:
  • หายใจลำบาก หายใจมีเสียงวี้ด หรือกลืนน้ำลายไม่ได้จนน้ำลายไหลย้อย
  • อ้าปากได้แคบลง หรือมีอาการปวดคอรุนแรงจนก้มหรือหันคอไม่ได้
  • มีอาการซึมลง อ่อนเพลียมาก หรือมีภาวะขาดน้ำ
  • มีผื่นแดงขึ้นตามตัวร่วมกับไข้สูงและคออักเสบ

การเข้าใจกลไกและเกณฑ์การตรวจประเมินทางแพทย์จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่และประชาชนทั่วไปมีความรู้ในการสังเกตอาการเบื้องต้น ลดความวิตกกังวล และร่วมมือกับแพทย์ในการวางแผนการรักษาได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down