ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเจ็บเรื้อรังมานาน เส้นเอ็นอักเสบรักษาไม่หายสักที

หลายคนคงเคยผ่านสถานการณ์ที่ปวดส้นเท้า ปวดศอก หรือปวดไหล่มาเป็นเดือนๆ กินยาแก้ปวดก็แล้ว ทำกายภาพบำบัดก็แล้ว แต่อาการปวดกลับเป็นๆ หายๆ จนเริ่มถอดใจ นั่นเป็นเพราะเส้นเอ็นที่อักเสบเรื้อรังมักจะมีหินปูนเกาะ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเนื้อเยื่อจนร่างกายซ่อมแซมตัวเองไม่ได้แล้ว การรักษาด้วยคลื่นกระแทกจึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่หมอแนะนำสำหรับคนไข้ที่ไม่อยากผ่าตัด

คลื่นกระแทกทำงานอย่างไร เหมือนเสกให้หายเจ็บได้จริงหรือ

หลายคนสงสัยว่าเครื่องมือนี้ส่งคลื่นอะไรเข้าไปในร่างกาย หมออธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ว่า คลื่นกระแทก หรือ Shockwave Therapy ไม่ใช่กระแสไฟฟ้า แต่มันคือคลื่นเสียงความเข้มข้นสูงที่ส่งผ่านผิวหนังเข้าไปยังจุดที่เส้นเอ็นอักเสบโดยตรง กลไกสำคัญของมันคือการไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการอักเสบใหม่ในระดับเซลล์ เพื่อปลุกให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นมากขึ้น และเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ตายหรือเสื่อมสภาพให้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Shockwave Therapy

การรักษาประเภทนี้มักได้ผลดีมากกับกลุ่มคนไข้ที่มีปัญหาเส้นเอ็นอักเสบแบบเรื้อรัง โดยเฉพาะกลุ่มอาการดังต่อไปนี้

  • รองช้ำหรือปวดส้นเท้าที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่ดีขึ้น
  • อาการปวดศอกนักกอล์ฟ หรือศอกนักเทนนิส
  • หินปูนเกาะที่เอ็นไหล่
  • จุดกดเจ็บตามกล้ามเนื้อหลังหรือบ่าที่มีอาการมานานกว่า 3 ถึง 6 เดือน

ความรู้สึกตอนทำจะเจ็บมากไหม และต้องทำบ่อยแค่ไหน

คำถามที่พบบ่อยคือระหว่างทำจะรู้สึกอย่างไร หมอต้องบอกตามตรงว่า ในขณะที่เครื่องปล่อยคลื่นไปกระทบจุดที่มีปัญหา คนไข้จะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ หรือรู้สึกตึงบริเวณนั้น แต่เป็นความเจ็บที่ทนได้ เพื่อประสิทธิภาพการรักษา โดยปกติแล้วคนไข้ควรรับการรักษาต่อเนื่องประมาณ 3 ถึง 5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 1 สัปดาห์เพื่อให้ร่างกายมีเวลาซ่อมแซมตัวเองหลังจากได้รับกระตุ้นจากคลื่น

ข้อควรระวังและใครที่ห้ามทำคลื่นกระแทกเด็ดขาด

แม้จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยสูง แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง หมอจะไม่แนะนำให้ทำในกรณีต่อไปนี้

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่ายหรือกำลังกินยาละลายลิ่มเลือด
  • บริเวณที่มีการติดเชื้อหรือเป็นแผลเปิด
  • คนไข้ที่มีเนื้องอกหรือมะเร็งในบริเวณที่จะทำการรักษา
  • คนไข้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้า

ดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำเสร็จ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

หลังทำเสร็จ คนไข้อาจรู้สึกปวดระบมบริเวณที่ทำได้บ้างเล็กน้อยเป็นเวลา 1 ถึง 2 วัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ หมอแนะนำให้งดการออกกำลังกายหนักหรือการใช้แรงในบริเวณนั้นประมาณ 2-3 วัน เพื่อให้ร่างกายจัดระเบียบเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อที่ถูกกระตุ้นไว้ หากมีอาการปวดมากสามารถประคบเย็นได้ และที่สำคัญที่สุดคือการทำกายภาพบำบัดยืดเหยียดตามที่หมอแนะนำควบคู่ไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้อาการปวดกลับมาเป็นซ้ำอีก

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down