ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมการเขย่าลูกแรงๆ ถึงเป็นอันตรายมากกว่าที่คิด

หลายครั้งที่ผมเจอคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เดินเข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลใจ โดยเฉพาะเวลาที่ลูกร้องไห้งอแงไม่หยุด หรือบางครั้งเราเองก็เหนื่อยจนเผลอทำอะไรที่รุนแรงไปโดยไม่ตั้งใจ การเขย่าตัวลูกแรงๆ เพียงชั่วครู่ด้วยความหวังดีว่าอยากให้ลูกหยุดร้องหรือด้วยอารมณ์ชั่ววูบ อาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า ความเสี่ยงจากกลุ่มอาการเขย่าตัวเด็ก หรือ Shaken Baby Syndrome ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายกว่าที่หลายคนคาดคิดไว้มากครับ

กลไกที่เกิดขึ้นในสมองเมื่อเราเขย่าตัวเด็ก

ลองจินตนาการถึงสมองของทารกที่ยังนุ่มนิ่มเหมือนวุ้น และมีพื้นที่ว่างอยู่ในกะโหลกศีรษะ เมื่อเราจับลูกเขย่าอย่างรุนแรง ศีรษะของเด็กจะสะบัดไปมาอย่างรวดเร็ว ทำให้สมองเกิดการกระทบกระเทือนกับผนังด้านในของกะโหลกศีรษะ

ผลกระทบที่ตามมาคือเส้นเลือดในสมองฉีกขาด เกิดเลือดออกในสมอง สมองบวม และอาจส่งผลต่อเส้นประสาทตาจนถึงขั้นตาบอดได้ ที่สำคัญคือภาวะนี้มักไม่ทิ้งร่องรอยภายนอกให้เห็นชัดเจนเหมือนแผลฟกช้ำ ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าลูกไม่ได้เป็นอะไร ทั้งที่ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างหนักหนาสาหัสภายในแล้ว

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังให้ดี

หากเด็กได้รับการเขย่าจนเกิดความผิดปกติ อาการมักจะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีเสมอไป บางครั้งอาจมีอาการที่ดูเหมือนป่วยทั่วไปจนเราละเลย แต่ถ้าสังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้ ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน:

  • ลูกดูซึมลงอย่างผิดปกติ ไม่ยอมเล่น หรือไม่ยอมตอบสนอง
  • อาเจียนบ่อยครั้งโดยไม่มีสาเหตุ
  • หายใจลำบาก หรือหายใจไม่สม่ำเสมอ
  • รูม่านตามีขนาดไม่เท่ากัน หรือไม่ตอบสนองต่อแสง
  • มีอาการชักหรือเกร็งกระตุก

เมื่อความอดทนถึงขีดจำกัด ควรจัดการอย่างไร

ผมเข้าใจดีว่าการเลี้ยงเด็กทารกที่ร้องไห้ไม่หยุดนั้นบั่นทอนกำลังใจเพียงใด แต่เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่าอารมณ์เริ่มพุ่งสูงขึ้นจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ หรือรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะใช้อารมณ์กับลูก ให้ปฏิบัติตามแนวทางนี้ครับ:

  • วางลูกลงในที่ปลอดภัย เช่น เปลหรือเตียงเด็ก แล้วเดินออกมาจากห้องนั้นสักพัก
  • หายใจเข้าลึกๆ ดื่มน้ำเย็น หรือล้างหน้าเพื่อให้ตัวเองใจเย็นลง
  • ขอความช่วยเหลือจากคนในครอบครัว หรือคนใกล้ชิดให้เข้ามาช่วยดูแลลูกแทนชั่วคราว
  • ถ้าลูกยังร้องไม่หยุดและไม่พบอาการป่วยอื่น ให้ตรวจสอบว่าลูกหิว เปียกแฉะ หรือรู้สึกไม่สบายตัวหรือไม่ หากทำทุกอย่างแล้วลูกยังร้อง ให้ยอมรับว่านั่นเป็นธรรมชาติของเขาในช่วงเวลานั้น

หัวใจสำคัญของการป้องกันคือความเข้าใจ

การป้องกัน ความเสี่ยงจากกลุ่มอาการเขย่าตัวเด็ก ไม่ใช่เรื่องยากหากเรามีความเข้าใจและเตรียมตัวรับมือ การที่พ่อแม่รู้จักสังเกตอาการลูกและรู้ขีดจำกัดของตัวเอง จะช่วยลดอุบัติเหตุที่ไม่ตั้งใจเหล่านี้ได้ การอุ้มลูกด้วยความทะนุถนอมและการเล่นกับลูกอย่างเหมาะสมโดยไม่เขย่าศีรษะแรงๆ คือของขวัญที่ดีที่สุดที่พ่อแม่มอบให้ลูกได้เสมอครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down