ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณแม่หลายคนที่ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร้อยเปอร์เซ็นต์มักจะรู้สึกอบอุ่นและภูมิใจที่ได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก แต่ในบางครั้ง ความกังวลใจก็เกิดขึ้นได้เมื่อพบว่าลูกน้อยเริ่มมีอาการงอแงผิดปกติ ร้องโคลิกไม่ยอมหยุด ผิวหนังมีผื่นแดงขึ้นตามตัว หรือแม้กระทั่งถ่ายออกมามีมูกเลือดปน ทั้งที่ลูกไม่เคยได้รับนมผงหรืออาหารอื่นเลยนอกจากน้ำนมแม่ ปัญหานี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับครอบครัวไม่น้อย แต่หมออยากบอกว่านี่คือหนึ่งในอาการของ ภาวะแพ้โปรตีนแปลกปลอมผ่านทางน้ำนมแม่ ที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด และเราสามารถร่วมกันดูแลรักษาให้ลูกกลับมาแข็งแรงได้

ทำไมโปรตีนจากอาหารที่แม่กิน ถึงส่งผ่านไปทำร้ายลูกน้อยได้?

นมแม่คือสารอาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน น้ำนมแม่ก็เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมต่อระหว่างอาหารที่คุณแม่รับประทานกับระบบทางเดินอาหารของลูก เมื่อคุณแม่รับประทานอาหารกลุ่มเสี่ยงที่มีโปรตีนโมเลกุลใหญ่ เช่น นมวัว ถั่วเหลือง แป้งสาลี ไข่ หรืออาหารทะเล โปรตีนเหล่านี้จะถูกย่อยในระบบทางเดินอาหารของแม่ แต่จะมีโปรตีนบางส่วนที่ยังคงสภาพเป็นโมเลกุลขนาดเล็กหลุดรอดเข้าสู่กระแสเลือดและปนออกมากับน้ำนมแม่

เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันและระบบทางเดินอาหารของทารกแรกเกิดยังเติบโตไม่เต็มที่ ผนังลำไส้ยังมีความบอบบางและยอมให้สิ่งแปลกปลอมผ่านได้ง่าย เมื่อร่างกายของลูกได้รับโปรตีนแปลกปลอมเหล่านี้ผ่านทางน้ำนม ระบบภูมิคุ้มกันของลูกจึงมองว่าโปรตีนเหล่านั้นเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตราย จึงกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านและแสดงออกมาเป็นอาการแพ้ในระบบต่างๆ ของร่างกาย

สังเกตอาการอย่างไรว่าลูกกำลังส่งสัญญาณเตือนว่าแพ้โปรตีนผ่านน้ำนม

อาการของภาวะนี้อาจไม่ได้แสดงออกมาทันทีหลังลูกดูดนม แต่อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน โดยอาการแสดงออกหลักๆ จะแบ่งออกเป็นสามระบบสำคัญที่คุณแม่สามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง

อาการทางระบบทางเดินอาหาร

  • ลูกมีอาการแหวะนมบ่อยกว่าปกติ หรืออาเจียนหลังกินนม
  • มีอาการท้องอืด ร้องกวนโยเยเหมือนปวดท้อง โดยเฉพาะอาการร้องไห้จ้าเป็นเวลานานในช่วงเย็นหรือค่ำที่คล้ายโคลิก
  • ถ่ายเหลวบ่อย ถ่ายเป็นมูก หรือในรายที่มีการอักเสบของลำไส้มากอาจพบมูกเลือดปนออกมาในอุจจาระ ซึ่งเป็นอาการสำคัญที่ทำให้คุณแม่พาลูกมาพบหมอมากที่สุด

อาการทางระบบผิวหนัง

  • มีผื่นแดงขึ้นตามใบหน้า ซอกคอ หรือตามข้อพับต่างๆ
  • ผิวหนังแห้งสาก มีอาการคัน หรือเป็นผื่นลมพิษเฉียบพลัน

อาการทางระบบทางเดินหายใจ

  • มีอาการครืดคราดในลำคอคล้ายมีเสมหะตลอดเวลา ทั้งที่ไม่มีไข้หรืออาการหวัด
  • มีน้ำมูกไหล หายใจเสียงดัง หรือในรายที่แพ้รุนแรงอาจมีอาการหอบเหนื่อย

แนวทางดูแลเมื่อลูกแพ้: แม่ต้องงดกินอะไร และเริ่มต้นอย่างไรดี?

เมื่อสงสัยว่าลูกมีภาวะแพ้โปรตีนแปลกปลอมผ่านทางน้ำนมแม่ สิ่งแรกที่หมอแนะนำไม่ใช่การให้ลูกหยุดกินนมแม่ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของคุณแม่เอง โดยกระบวนการนี้เรียกว่าการทดสอบด้วยการงดอาหารกลุ่มเสี่ยง

หมอจะแนะนำให้คุณแม่เริ่มต้นจากการจดบันทึกอาหารอย่างละเอียดในแต่ละวัน ควบคู่ไปกับการสังเกตอาการของลูก จากนั้นให้เริ่มงดกินอาหารกลุ่มเสี่ยงสูงทีละประเภท โดยกลุ่มที่พบว่าเป็นสาเหตุบ่อยที่สุดมีดังนี้

  • ผลิตภัณฑ์จากนมวัว: รวมถึงนมสด เนย ชีส เค้ก ขนมปัง และโยเกิร์ต
  • ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง: น้ำเต้าหู้ ซอสถั่วเหลือง เต้าหู้
  • แป้งสาลี: เบเกอรี่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมอบต่างๆ
  • อาหารทะเล ไข่ และถั่วเปลือกแข็ง: เช่น อัลมอนด์ ถั่วลิสง

การงดอาหารนี้ต้องทำอย่างเคร่งครัดเป็นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เนื่องจากโปรตีนแปลกปลอมที่ค้างอยู่ในร่างกายคุณแม่และลูกต้องใช้เวลาในการขับออก หากอาการของลูกดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังจากงดอาหารชนิดนั้น ย่อมเป็นสิ่งยืนยันว่าอาหารชนิดนั้นคือสาเหตุของการแพ้

ไขข้อข้องใจ: ลูกแพ้โปรตีนแปลกปลอม ยังกินนมแม่ต่อไปได้ไหม?

คำตอบคือ สามารถกินต่อได้และควรสู้เพื่อให้นมแม่ต่อไป นมแม่ยังคงเป็นวัคซีนหยดแรกและสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก การที่ลูกแพ้ไม่ได้เกิดจากน้ำนมแม่ไม่ดี แต่เกิดจากสารอาหารแปลกปลอมที่คุณแม่กินเข้าไป ดังนั้นตราบใดที่คุณแม่สามารถควบคุมและงดเว้นอาหารที่เป็นสิ่งกระตุ้นได้ ลูกก็สามารถดื่มนมแม่ได้อย่างปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

การงดอาหารอาจทำให้คุณแม่รู้สึกเหนื่อยและจำกัดในการเลือกกินอาหารค่อนข้างมาก แต่หมออยากให้กำลังใจว่า ภาวะนี้มักจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายสนิทได้เองเมื่อลูกโตขึ้น เนื่องจากระบบทางเดินอาหารและภูมิคุ้มกันของลูกพัฒนาจนแข็งแรงสมบูรณ์เต็มที่ โดยส่วนใหญ่แล้วอาการแพ้จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อลูกมีอายุประมาณ 1 ขวบขึ้นไป

หากคุณแม่ไม่มั่นใจว่าอาการของลูกเกิดจากภาวะแพ้โปรตีนแปลกปลอมผ่านทางน้ำนมแม่จริงหรือไม่ หรือรู้สึกกังวลเรื่องภาวะโภชนาการของตัวเองในระหว่างที่ต้องงดอาหาร หมอแนะนำให้พาลูกน้อยมาพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดและขอคำปรึกษา เพื่อการวางแผนการกินอาหารที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับทั้งคุณแม่และคุณลูก

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ