หลายคนคงเคยเผชิญกับอาการตื่นนอนตอนเช้า ก้าวเท้าลงพื้นก้าวแรกแล้วเจ็บแปลบที่ส้นเท้าเหมือนมีเข็มหมุดมาทิ่ม หรือบางคนนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ แล้วรู้สึกบ่าไหล่ตึงเป๊ะจนปวดร้าวขึ้นขมับ พยายามยืดเหยียดก็แล้ว ไปนวดแผนโบราณก็แล้ว หรือแม้กระทั่งกินยาแก้ปวดจนแสบกระเพาะ แต่อาการปวดเหล่านั้นก็ยังวนเวียนกลับมาเป็นซ้ำๆ ไม่หายขาดเสียที
ในฐานะหมอรักษาคนไข้ที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อและเอ็นกระดูกเรื้อรังมานาน หมออยากบอกว่าคุณไม่ได้คิดไปเอง และอาการเหล่านี้ไม่ได้รักษาไม่ได้ เพียงแต่เราอาจจะยังแก้ไม่ถูกจุด วันนี้หมอเลยอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเทคโนโลยีการรักษาทางกายภาพบำบัดที่จะช่วยจัดการกับอาการปวดดื้อด้านเหล่านี้ให้หมดไป นั่นคือ การใช้เครื่องมือทางฟิสิกส์บำบัด และพระเอกของงานอย่างคลื่นกระแทก
รู้จักเครื่องมือฟิสิกส์บำบัด: เพื่อนแท้ของกล้ามเนื้อที่ช่วยรักษาลึกกว่าการนวดมือ
เวลาพูดถึงงานกายภาพบำบัด หลายคนมักจะนึกถึงการดัด ดึง หรือนวดด้วยมือเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักกายภาพบำบัดมีเครื่องมือทางฟิสิกส์ที่ทันสมัยและหลากหลายมาก เครื่องมือเหล่านี้ทำงานโดยการส่งผ่านพลังงานในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นเสียง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือแสงเลเซอร์ ลงไปในชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกเกินกว่าที่มือของมนุษย์จะกดลงไปถึง เพื่อช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย ลดการอักเสบ และคลายพังผืดที่ยึดเกาะหนาแน่น
การทำกายภาพบำบัดด้วยคลื่นกระแทก: ทางเลือกใหม่เพื่อการสลายพังผืดและกระตุ้นการซ่อมแซมลึก
หากคุณมีอาการปวดเรื้อรังเกิน 3 เดือนขึ้นไป การทำกายภาพบำบัดด้วยคลื่นกระแทก หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Shockwave Therapy คือหนึ่งในวิธีที่หมอแนะนำมากที่สุด เครื่องมือนี้ทำงานโดยการส่งคลื่นกระแทกซึ่งเป็นคลื่นเสียงที่มีความเข้มข้นสูงและมีความเร็วสูงมากเข้าไปยังบริเวณที่มีอาการปวด
หลักการทำงานของเครื่องนี้เปรียบเสมือนการเข้าไป "ปลุก" ร่างกายให้กลับมาซ่อมแซมตัวเองใหม่อีกครั้ง โดยคลื่นกระแทกจะเข้าไปทำให้เกิดการบาดเจ็บเล็กๆ ในระดับที่ปลอดภัย (Microtrauma) บริเวณเนื้อเยื่อที่เรื้อรัง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารลดปวดตามธรรมชาติ เพิ่มการไหลเวียนของเลือด นำสารอาหารและออกซิเจนเข้ามาซ่อมแซมจุดที่เสียหาย และยังช่วยทำลายพังผืดหรือหินปูนที่เกาะอยู่ตามเส้นเอ็นให้สลายตัวไปได้ด้วย
คลื่นกระแทกแบบเจาะลึก vs แบบกระจาย ต่างกันอย่างไรและเหมาะกับจุดไหน?
เครื่องมือคลื่นกระแทกที่ใช้ในการรักษานั้น แท้จริงแล้วแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ ซึ่งหมออยากเล่าให้ฟังเพื่อที่คุณจะได้เข้าใจเวลาไปเข้ารับการตรวจรักษา
- คลื่นกระแทกแบบโฟกัส (Focused Shockwave): คลื่นประเภทนี้จะส่งพลังงานพุ่งตรงดิ่งลงลึกไปยังจุดเป้าหมายขนาดเล็กอย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับจุดปวดที่อยู่ลึก เช่น เอ็นข้อไหล่อักเสบ เอ็นร้อยหวาย หรือจุดที่มีหินปูนเกาะสะสม
- คลื่นกระแทกแบบกระจาย (Radial Shockwave): คลื่นประเภทนี้จะส่งพลังงานกระจายตัวเป็นวงกว้างออกไปรอบๆ เหมาะสำหรับการรักษาบริเวณกล้ามเนื้อผืนใหญ่ที่มีอาการตึงเกร็งสะสม เช่น กล้ามเนื้อบ่า หลัง สะโพก หรือต้นขา
นอกจากคลื่นกระแทกแล้ว ยังมีเครื่องมืออะไรอีกบ้างที่ช่วยลดปวดได้ดี?
ในการทำกายภาพบำบัดจริงๆ นักกายภาพบำบัดมักไม่ได้ใช้เครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่จะผสมผสานเทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด เครื่องมือยอดฮิตอื่นๆ ที่เรามักจะได้เห็นกันบ่อยๆ ได้แก่
1. เครื่องอัลตราซาวนด์บำบัด (Ultrasound Therapy)
เครื่องมือนี้จะปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงที่ตาเปล่ามองไม่เห็นและหูไม่ได้ยินลงไปในเนื้อเยื่อลึกประมาณ 2-5 เซนติเมตร คลื่นนี้จะทำให้โมเลกุลของกล้ามเนื้อสั่นสะเทือนจนเกิดเป็นความร้อนลึก ช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว นำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการตึงเกร็งของกล้ามเนื้อ และลดการอักเสบของเส้นเอ็นได้อย่างดีเยี่ยม
2. เลเซอร์กำลังสูงบำบัด (High-Power Laser Therapy)
การใช้แสงเลเซอร์พลังงานสูงยิงลงไปยังบริเวณที่ปวด แสงนี้จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ในร่างกายให้ทำงานและแบ่งตัวได้เร็วขึ้น ส่งผลให้แผลหรือการฉีกขาดของเส้นใยกล้ามเนื้อหายเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์บล็อกสัญญาณความปวดที่ส่งไปยังสมอง ทำให้คนไข้รู้สึกบรรเทาอาการปวดได้ทันทีหลังทำ
3. เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้า (Peripheral Magnetic Stimulation - PMS)
เครื่องนี้ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าลงไปกระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อโดยตรง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนไข้ที่มีอาการชามือ ชาเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือปวดจากเส้นประสาทถูกกดทับ เพราะคลื่นแม่เหล็กจะช่วยฟื้นฟูระบบการนำกระแสประสาทให้กลับมาทำงานเป็นปกติ
ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีเหล่านี้?
เทคโนโลยีทางฟิสิกส์บำบัดและคลื่นกระแทกเหมาะมากๆ สำหรับกลุ่มคนที่มีอาการปวดดังต่อไปนี้
- ผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม ปวดบ่า ไหล่ คอ เรื้อรัง
- ผู้ที่มีอาการรองช้ำ ปวดส้นเท้าเวลาลงน้ำหนักในตอนเช้า
- ผู้ที่มีอาการข้อศอกอักเสบจากการเล่นกีฬาหรือทำงานบ้าน (Tennis / Golfer's Elbow)
- ผู้ที่มีอาการปวดเอ็นร้อยหวายอักเสบ
- ผู้ที่มีอาการปวดตึงหลังสะโพก ร้าวลงขา จากอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท
การปฏิบัติตัวหลังรับการรักษา เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วที่สุด
หลังจากที่คุณเข้ารับการรักษาด้วยเครื่องมือทางฟิสิกส์ โดยเฉพาะหลังจากทำคลื่นกระแทก ร่างกายจะเกิดกระบวนการอักเสบเฉียบพลันขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมตัวเอง ดังนั้น หมอแนะนำให้ปฏิบัติตัวตามนี้เพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด
- หลีกเลี่ยงการประคบเย็น: หลังทำคลื่นกระแทก 24 ชั่วโมงแรก ห้ามนำน้ำแข็งมาประคบบริเวณที่ทำเด็ดขาด เพราะความเย็นจะไปยับยั้งกระบวนการอักเสบที่ดีที่ร่างกายกำลังใช้ซ่อมแซมตัวเอง หากมีอาการปวดตึง ให้พยายามพักการใช้งานหรือกินยาแก้ปวดพาราเซตามอลแทน
- ดื่มน้ำสะอาดมากๆ: การดื่มน้ำจะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น ช่วยขับของเสียที่คั่งค้างอยู่ในกล้ามเนื้อออกมาได้ง่ายขึ้น
- งดการออกกำลังกายหนักชั่วคราว: ควรงดการใช้งานกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นบริเวณที่ทำการรักษาอย่างรุนแรงประมาณ 1-2 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้เนื้อเยื่อได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่
สุดท้ายนี้ หมออยากฝากไว้ว่า การใช้เครื่องมือทางฟิสิกส์และการทำคลื่นกระแทกนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษาที่ช่วยระงับปวดและซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณหายปวดได้อย่างยั่งยืน คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การจัดท่าทางการทำงานให้ถูกต้อง และการออกกำลังกายยืดเหยียดเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ หากคุณกำลังมีอาการปวดเรื้อรัง ลองเข้ามาปรึกษากับแพทย์และนักกายภาพบำบัด เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุดร่วมกัน