ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะกำลังกลุ้มใจ เพราะลูกน้อยบ่นปวดท้องอยู่บ่อยๆ พากไปหาคุณหมอ เจาะเลือด เอกซเรย์ หรืออัลตราซาวด์ดูก็แล้ว ผลตรวจทุกอย่างกลับปกติหมด หมอก็ตอบไม่ได้ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร แต่ลูกก็ยังเจ็บท้อง ท้องเสียสลับกับท้องผูกเรื้อรังอยู่ดี อาการแบบนี้แหละครับที่มักจะทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่เครียดตามไปด้วย วันนี้หมออยากชวนมาทำความรู้จักกับเจ้าโรคลำไส้แปรปรวนในเด็ก หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่า IBS เพื่อที่เราจะได้เข้าใจลูกและรู้วิธีรับมือที่ถูกต้องครับ
โรคลำไส้แปรปรวนในเด็ก คืออะไร ทำไมลูกถึงปวดท้องบ่อยๆ
เวลาที่เราพูดถึงโรคลำไส้แปรปรวน หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นโรคของผู้ใหญ่ที่ทำงานเครียดๆ แต่ความจริงแล้ว โรคนี้เกิดขึ้นกับเด็กโตและวัยรุ่นได้บ่อยพอสมควรเลยครับ ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวอวัยวะมีความเสียหายหรือเป็นแผลเหมือนโรคกระเพาะ แต่ปัญหาอยู่ที่ การทำงานของลำไส้มีความไวผิดปกติ หรือลำไส้บีบตัวไวเกินไป ทำให้เวลาที่มีแก๊ส อาหาร หรือความเครียดเข้ามากระตุ้นนิดหน่อย ระบบประสาทที่ผนังลำไส้ก็จะส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมองทันที เด็กๆ ก็เลยรู้สึกปวดท้อง ท้องอืด หรือถ่ายผิดปกติขึ้นมา
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าลูกอาจเป็นโรคลำไส้แปรปรวน
อาการของเด็กที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวนจะค่อนข้างกวนใจและเรื้อรังครับ โดยทั่วไปคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการหลักๆ ได้ดังนี้
- อาการปวดท้องที่เป็นๆ หายๆ: ลูกมักจะบ่นปวดท้องบริเวณรอบสะดือหรือท้องน้อย ซึ่งอาการปวดมักจะดีขึ้นหลังจากที่เด็กได้ขับถ่ายแล้ว
- ลักษณะการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป: บางคนท้องเสียบ่อย (ถ่ายเหลววันละหลายรอบ) บางคนท้องผูกสลับกับท้องเสีย หรือบางคนก็ท้องผูกเรื้อรัง
- มีลมในท้องเยอะ: เด็กมักจะรู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด เรอ หรือผายลมบ่อยกว่าปกติ
- อาการมักกำเริบเวลาเครียด: สสังเกตได้ว่าช่วงไหนที่เด็กมีความเครียด เช่น ช่วงใกล้สอบ หรือมีความกังวลเรื่องเพื่อน อาการปวดท้องจะมาทันที
อะไรคือตัวการสำคัญที่ทำให้ลำไส้ของเด็กแปรปรวน
สาเหตุที่แท้จริงยังไม่มีการระบุแน่ชัด แต่จากการศึกษาพบว่ามีหลายปัจจัยเข้ามาร่วมกันกระตุ้นให้ระบบการทำงานของลำไส้รวน:
- ระบบประสาทในลำไส้ไวต่อสิ่งกระตุ้น: ลำไส้ของเด็กกลุ่มนี้ตอบสนองต่อการย่อยอาหารหรือแรงดันในท้องเร็วกว่าปกติ
- ความเครียดและวิตกกังวล: สมองและลำไส้สื่อสารถึงกันตลอดเวลา ความเครียดจึงส่งผลตรงต่อการบีบตัวของลำไส้
- อาหารการกิน: การทานอาหารบางประเภท เช่น อาหารไขมันสูง น้ำอัดลม หรือนมวัว อาจไปกระตุ้นอาการได้
- เคยมีประวัติลำไส้อักเสบติดเชื้อมาก่อน: เด็กบางคนเคยท้องเสียรุนแรงจากเชื้อโรค แล้วระบบลำไส้ยังปรับตัวกลับมาเป็นปกติไม่ได้เต็มที่
วิธีดูแลและปรับพฤติกรรม เพื่อช่วยให้ลูกหายจากอาการปวดท้องกวนใจ
เนื่องจากโรคลำไส้แปรปรวนในเด็กไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคหรือแผลอักเสบ การรักษาจึงเน้นไปที่การปรับสมดุลการใช้ชีวิตและการกินอาหารเป็นหลักครับ
ปรับเปลี่ยนเมนูอาหารในแต่ละมื้อ
คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตว่าลูกทานอะไรแล้วมีอาการปวดท้องมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด ของทอด น้ำหวาน หรือน้ำอัดลมที่มีแก๊สเยอะ และควรเพิ่มอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ เพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่าย แต่ต้องค่อยๆ เพิ่มนะครับ ไม่งั้นอาจจะยิ่งท้องอืดหนักกว่าเดิม
จัดการความเครียดและสร้างบรรยากาศผ่อนคลายในบ้าน
ข้อนี้สำคัญมากแต่หลายคนมองข้าม ความกดดันเรื่องการเรียนหรือกิจกรรมต่างๆ สามารถส่งผลให้ลำไส้ของเด็กปั่นป่วนได้ การหากิจกรรมสนุกๆ ทำร่วมกัน การให้ลูกได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ และการพูดคุยรับฟังปัญหาของเด็ก จะช่วยลดความวิตกกังวลและทำให้อาการปวดท้องดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เช็กให้ชัวร์ อาการแบบไหนที่แปลว่าไม่ใช่แค่ลำไส้แปรปรวนธรรมดา
แม้โรคลำไส้แปรปรวนจะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ก็สร้างความทรมานให้เด็กไม่น้อย สิ่งที่หมอย้ำเสมอคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตธงแดง หรืออาการเตือนที่บอกว่าโรคนี้น่าจะมาจากสาเหตุอื่นที่รุนแรงกว่า เช่น มีไข้ร่วมด้วย น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว มีเลือดปนออกมากับอุจจาระ หรือปวดท้องจนสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก หากลูกมีอาการเหล่านี้ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาส สาเหตุที่แท้จริงทันทีครับ