ช่วงนี้ไข้หวัดระบาดทีไร คนไข้เดินเข้ามาบ่นเรื่องไข้ ไอ เจ็บคอ กันแน่นคลินิกทุกที คำถามยอดฮิตที่หมอมักจะได้ยินบ่อยๆ คือ นี่เราติดโรคอะไรกันแน่ ระหว่างอาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ หรือเจ้าโควิดตัวแสบ เพราะดูผิวเผินแล้ว อาการเริ่มต้นมันช่างคล้ายกันเสียเหลือเกินจนแทบแยกไม่ออก
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้โรคทางเดินหายใจอยู่ทุกวัน วันนี้เลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ถึงความแตกต่างทางอาการระหว่างโรคอ เพื่อให้ทุกคนสังเกตตัวเองและคนในบ้านได้ทันท่วงที ก่อนที่อาการจะลุกลามใหญ่โตครับ
แกะรอยโรคตัวร้าย: รู้จักหน้าตาของ RSV ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19
ก่อนจะไปดูว่าอาการต่างกันตรงไหน เรามาทำความรู้จักผู้ร้ายทั้งสามตัวนี้คร่าวๆ กันก่อนครับ
ตัวแรกคือ อาร์เอสวี (RSV) เจ้าตัวนี้เป็นไวรัสที่คุ้นเคยกันดีในกลุ่มเด็กเล็ก แต่ผู้ใหญ่ก็ติดได้เหมือนกัน สองคือ ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ไส้ศึกตัวเดิมที่มาทักทายเราทุกปีตามฤดูกาล และสามคือ โควิด-19 (COVID-19) ที่แม้เราจะเริ่มคุ้นชิน แต่เขาก็ยังแปลงร่างเก่งและอยู่รอบตัวเราเสมอ ทั้งสามตัวนี้ติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือสัมผัสร่วมกันเหมือน 18 มงกุฎในคราบคนป่วย
เทียบกันชัดๆ: จุดสังเกตว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับไวรัสตัวไหน
แม้ว่าอาการไข้ ไอ น้ำมูก จะมีครบทุกโรค แต่ถ้าเราสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เราจะเริ่มเห็นร่องรอยความต่างครับ
อาการเด่นของเจ้าตัวเล็กอาร์เอสวีที่ต่างจากเพื่อน
ถ้าเป็นโรคอาร์เอสวี สิ่งที่หมอมักจะเจอเป็นเอกลักษณ์เลยคือ อาการเสมหะเยอะมาก หายใจมีเสียงครืดคราด หรือหายใจมีเสียงหวีด (Wheezing) โดยเฉพาะในเด็กเล็กๆ เชื้อตัวนี้ชอบลงหลอดลมฝอย ทำให้เด็กหายใจเหนื่อยหอบได้ง่ายกว่าไข้หวัดทั่วไป ส่วนไข้ในอาร์เอสวีอาจจะไม่สูงปรี๊ดเท่าไข้หวัดใหญ่ แต่เรื่องน้ำมูกและเสมหะนี่มาเต็มพิกัดแน่นอน
ไข้หวัดใหญ่: มาเร็ว เคลมเร็ว ปวดเมื่อยเนื้อตัวแบบลุกไม่ไหว
จำง่ายๆ ว่า ไข้หวัดใหญ่ชอบความรวดเร็วและรุนแรง อาการจะจู่โจมแบบปุบปับ ไข้จะพุ่งสูงปรี๊ดแตะ 38-39 องศาเซลเซียสทันทีภายในวันสองวันแรก และจุดตายที่ทำให้รู้ว่าไม่ใช่แค่หวัดธรรมดาคือ อาการปวดเมื่อยตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อแบบรุนแรง อ่อนเพลียจนแทบไม่อยากลุกจากเตียง ร่วมกับอาการปวดหัวและหนาวสั่น
โควิด-19: กิ้งก่าเปลี่ยนสีที่มีอาการเฉพาะตัวอย่างการสูญเสียการรับรส
สำหรับโควิด-19 ความยากคืออาการกว้างมาก ตั้งแต่ไม่มีอาการเลย จนถึงป่วยหนัก แต่ถ้าเอาแบบสังเกตได้บ่อยในยุคนี้ อาการมักเริ่มจากเจ็บคอ ระคายคอ เหมือนมีอะไรติดคอ ตามด้วยไข้ ไอแห้งๆ และเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ส่วนอาการสูญเสียการรับรสหรือได้กลิ่น แม้ช่วงนี้จะพบน้อยลงกว่าสายพันธุ์แรกๆ แต่ถ้าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ นึกถึงโควิดไว้ก่อนได้เลยครับ
ตารางเช็คลิสต์ด่วน: อาการแบบนี้เดาทางโรคอย่างไร
- ไข้สูงปรี๊ด ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทันที: สงสัยไข้หวัดใหญ่ไว้ก่อน
- ไอมีเสมหะมาก หายใจครืดคราด มีเสียงหวีด: นึกถึงอาร์เอสวี โดยเฉพาะในเด็ก
- เจ็บคอระคายเคือง เพลียมาก ลิ้นไม่ค่อยรับรส: โควิด-19 มีสิทธิ์สูง
สัญญาณอันตรายแบบไหนที่ต้องรีบมาหาหมอทันที
ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นไวรัสตัวไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเฝ้าระวังอาการรุนแรงครับ หากคุณหรือคนในบ้านมีอาการเหล่านี้ ห้ามรอเด็ดขาด ต้องรีบมาโรงพยาบาล
- หายใจลำบาก หายใจหอบเหนื่อย จนซี่โครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบาน (โดยเฉพาะในเด็ก)
- แน่นหน้าอก หรือเจ็บหน้าอกตลอดเวลา
- ซึมลง ปลุกไม่ค่อยตื่น หรือสับสนพูดไม่รู้เรื่อง
- ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีม่วง ซึ่งแสดงว่าร่างกายขาดออกซิเจน
การรู้เท่าทันความแตกต่างทางอาการระหว่างโรคอาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 จะช่วยให้เราดูแลเบื้องต้นได้อย่างเหมาะสม และแยกตัวเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่คนรอบข้าง ที่สำคัญที่สุดคือการหมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยในที่แออัด และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอครับ