ช่วงนี้ไข้หวัดระบาดทีไร คนไข้เดินเข้ามาที่คลินิกมักจะมาด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ และปวดเมื่อยเนื้อตัวเหมือนกันไปหมดทุกราย หลายคนกังวลใจว่าตกลงแล้วอาการที่เป็นอยู่มันคือโรคอะไรกันแน่ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน ทั้งโรคอาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ และโรคโควิด-19 ก็ดูจะมีอาการคล้ายคลึงกันจนแยกด้วยตาเปล่ายากเหลือเกิน
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้อยู่ทุกวัน ผมอยากพามาทำความเข้าใจถึงรายละเอียดและการสังเกตอาการแบบง่ายๆ เพื่อที่เราจะได้รู้เท่าทันโรค ดูแลตัวเองและคนในครอบครัวได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ
ไข้หวัดใหญ่กับโควิด-19 ต่างกันตรงไหน ทำไมแยกยากจัง
ถ้าพูดถึงไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 สองโรคนี้มีความใกล้เคียงกันมากในแง่ของการแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม แต่จุดที่หมอมักจะใช้สังเกตเบื้องต้นคือเรื่องของความเร็วในการแสดงอาการและความรุนแรง
ไข้หวัดใหญ่ มักจะมาแบบฉับพลันทันทีทันใด เมื่อวานยังรู้สึกดีอยู่ วันนี้ไข้ขึ้นสูงปรี๊ด ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัวแบบร้าวไปหมดแทบไม่อยากลุกจากเตียง ส่วนใหญ่จะมีอาการไอแห้งๆ ร่วมด้วย
โควิด-19 ในช่วงหลังๆ อาการจะค่อนข้างกลาย aทเป็นไข้หวัดธรรมดามากขึ้น แต่อาจมีเอกลักษณ์เรื่องอาการเจ็บคอที่ค่อนข้างรุนแรงเหมือนมีเข็มทิ่มในคอ บางคนมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่นหรือลิ้นไม่รับรสร่วมด้วย แม้จะน้อยลงในสายพันธุ์ปัจจุบัน แต่ก็ยังพบได้บ้าง
เจาะลึกไวรัสอาร์เอสวี ตัวการร้ายที่พ่อแม่ปวดหัว
สำหรับ โรคอาร์เอสวี หรือ RSV นั้น เป็นไวรัสที่ผู้ปกครองที่มีลูกเล็กๆ หวาดกลัวกันมาก เพราะในเด็กเล็กโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ไวรัสตัวนี้ไม่ได้ทำให้แค่เป็นไข้หวัดธรรมดา แต่มันมักจะลงลอดลมทำให้เกิดภาวะหลอดลมฝอยอักเสบ
จุดสังเกตที่สำคัญของอาร์เอสวีคือ น้องจะมีอาการไอโขลกๆ แบบมีเสมหะมาก บางคนหายใจมีเสียงครืดคราด หรือหายใจลำบากจนซี่โครงบุ๋ม ทานนมไม่ได้เพราะเหนื่อยหอบ หากเป็นในผู้ใหญ่อาจจะแค่เหมือนเป็นหวัดธรรมดา แต่ถ้าติดในเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องนอนโรงพยาบาลได้เลย
ตารางเปรียบเทียบอาการแบบเข้าใจง่าย
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูการประเมินอาการคร่าวๆ จากห้องตรวจของหมอกันครับ
- ไข้: ไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 มักไข้สูงทันที ส่วนอาร์เอสวีอาจเริ่มจากไข้ต่ำๆ แล้วค่อยๆ สูงขึ้นพร้อมอาการไอ
- การไอและเสมหะ: ไข้หวัดใหญ่จะไอแห้งๆ โควิด-19 ไอได้ทั้งแห้งและมีเสมหะ แต่อาร์เอสวีจะไอหนักมาก มีเสมหะเหนียวข้นชัดเจน
- อาการทางเดินหายใจส่วนล่าง: อาร์เอสวีเด่นเรื่องหลอดลมตีบ หายใจมีเสียงวี๊ดหรือครืดคราด ซึ่งพบบ่อยกว่าในไข้หวัดใหญ่ทั่วไป
วิธีตรวจแยกโรคให้ชัวร์เพื่อการรักษาที่ตรงจุด
เนื่องจากอาการของทั้งสามโรคนี้ทับซ้อนกันค่อนข้างมาก การเดาจากอาการเพียงอย่างเดียวอาจทำให้รักษาล่าช้า ปัจจุบันเราจึงมีชุดตรวจคัดกรอง หรือที่เรียกว่า Antigen Test Kit แบบรวม ที่สามารถตรวจหาทั้งไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ได้ในไม้ก้านเดียว (Combo Test) หรือในเด็กที่มีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจส่วนล่าง แพทย์อาจพิจารณาตรวจหาเชื้ออาร์เอสวีเพิ่มเติมด้วยวิธีแยงจมูก
การรู้ว่าติดเชื้อตัวไหนมีความสำคัญมาก เพราะแนวทางการรักษาต่างกัน เช่น ไข้หวัดใหญ่มียาต้านไวรัสเฉพาะที่ถ้าได้กินเร็วภายใน 48 ชั่วโมงแรกจะช่วยลดความรุนแรงได้ดีมาก ส่วนโควิด-19 ก็มีกลุ่มยาต้านไวรัสสำหรับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน ขณะที่อาร์เอสวีเน้นการรักษาตามอาการและพ่นยาขยายหลอดลมเป็นหลัก
อาการแบบไหนที่แปลว่าต้องรีบไปหาหมอด่วน
ไม่ว่าผลตรวจจะออกมาเป็นโรคไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเฝ้าระวังอาการเตือนภัย โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางอย่างเด็กเล็กและผู้สูงอายุ หากมีอาการเหล่านี้ ห้ามรอเด็ดขาดครับ
- หายใจลำบาก หายใจเหนื่อยหอบจนซี่โครงยุบ หรือหายใจเร็วผิดปกติ
- ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มมีสีเขียวคล้ำ
- ซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดื่มน้ำหรือทานอาหารจนปัสสาวะน้อยลง
- มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวันแล้วไข้ไม่ยอมลดลงเลย
ท้ายที่สุดนี้ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรักษาสลักสำคัญเรื่องสุขอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อไปในที่แออัด และหากถึงกำหนดฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี ก็ควรไปรับฉีดเพื่อลดความรุนแรงของโรคเอาไว้ก่อน ร่างกายจะได้มีภูมิคุ้มกันที่พร้อมรับมือกับไวรัสเหล่านี้ครับ