เคยไหมที่ทำงานไปสักพักแล้วรู้สึกปวดข้อมือจี๊ดๆ บางทีก็ชา บางทีก็เหมือนมีอะไรมาทิ่ม หรือแค่ขยับนิดหน่อยก็เจ็บแปลบขึ้นมา นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าข้อต่อหรือเส้นเอ็นบริเวณข้อมือของคุณกำลังอักเสบจากการใช้งานหนักหรือท่าทางที่ไม่เหมาะสมจากการทำงานก็เป็นได้
ในฐานะที่คุณหมอที่ได้เจอคนไข้หลายๆ ท่านที่มีปัญหาคล้ายๆ กันนี้บ่อยๆ วันนี้หมอเลยอยากจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าทำไมข้อมือของเราถึงอักเสบได้ง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานใช้ข้อมือเยอะๆ และมีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่เราควรรู้ เพื่อที่เราจะได้ดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเรื้อรังตามมา
ทำความเข้าใจกันก่อนว่า "ข้อมืออักเสบ" มันเกิดจากอะไร?
เวลาที่เราพูดถึง “ข้อมืออักเสบ” โดยทั่วไปแล้วมักจะหมายถึงการอักเสบของข้อต่อเล็กๆ บริเวณข้อมือ หรือการอักเสบของเส้นเอ็นที่อยู่รอบๆ ข้อมือและปลายแขน ซึ่งเส้นเอ็นเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญในการช่วยให้เราขยับนิ้วมือและข้อมือได้ และเวลาที่เราใช้งานซ้ำๆ มากเกินไป หรืออยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมต่อเนื่องนานๆ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเหล่านี้ก็จะเกิดการเสียดสี ระคายเคือง จนเกิดการอักเสบ บวม แดง ร้อน และปวดขึ้นมาได้ในที่สุด
ท่าทางและลักษณะงานแบบไหนบ้าง ที่ทำให้ข้อมือเสี่ยงอักเสบง่าย?
นี่คือปัจจัยหลักๆ จากการทำงานที่เรามักจะมองข้ามไป จนทำให้ข้อมือต้องรับภาระหนักจนเกิดการอักเสบ
ขยับซ้ำๆ ซ้ำไปซ้ำมา: ตัวการหลักที่ทำให้ข้อมือเมื่อยล้า
- พิมพ์คอมพิวเตอร์ หรือใช้เมาส์นานๆ: ไม่ว่าจะพิมพ์ดีด หรือคลิกเมาส์ การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ แต่ทำซ้ำๆ กันเป็นพันๆ ครั้งตลอดวัน ทำให้เส้นเอ็นต้องทำงานหนักและเกิดการเสียดสีตลอดเวลา
- งานที่ต้องหยิบจับของชิ้นเล็กๆ: เช่น การประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ งานหัตถกรรม หรือแม้แต่งานครัวที่ต้องสับ หั่น ซอย ก็ทำให้ข้อมือต้องเคลื่อนไหวซ้ำๆ ในมุมที่ไม่เป็นธรรมชาติ
- งานที่ต้องบิด หมุนข้อมือ: เช่น การขันน็อต การใช้ไขควง หรือการบิดผ้า ก็ทำให้เส้นเอ็นและข้อต่อข้อมือถูกใช้งานในลักษณะที่เพิ่มแรงเค้น
ท่าทางการทำงานที่ไม่ถูกสุขลักษณะ: ทำร้ายข้อมือโดยไม่รู้ตัว
- การงอข้อมือหรือเหยียดข้อมือผิดท่าเป็นเวลานาน: เช่น การนั่งพิมพ์งานโดยที่ข้อมืองอขึ้นหรือก้มลงมากเกินไป หรือวางพักแขนบนโต๊ะในมุมที่ข้อมือไม่ตรง
- การวางข้อมือในลักษณะที่กดทับเส้นเอ็น: เช่น การใช้เมาส์โดยที่ข้อมือถูกกดทับอยู่บนขอบโต๊ะเป็นเวลานาน
- การยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง: โดยเฉพาะของหนักๆ ที่ต้องใช้ข้อมือเป็นจุดรับน้ำหนักหลัก
ออกแรงเยอะ หรือมีแรงกระแทกบ่อยๆ: ข้อมือก็พังได้นะ
- งานที่ต้องใช้แรงบีบหรือจับแน่นๆ: เช่น การใช้คีม การจับเครื่องมือช่าง หรือการยกของหนักๆ ที่ต้องใช้การบีบที่แข็งแรง
- งานที่ต้องรับแรงกระแทก: เช่น การตอก การใช้ฆ้อน หรือเครื่องมือที่มีแรงกระแทกซ้ำๆ
เครื่องมือสั่นสะเทือน: ภัยเงียบที่มองไม่เห็น
- การใช้เครื่องมือไฟฟ้าที่มีการสั่นสะเทือน: เช่น สว่านไฟฟ้า เลื่อยไฟฟ้า หรือเครื่องขัดกระดาษทราย การสั่นสะเทือนต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ สามารถส่งผลกระทบต่อเส้นเอ็นและเส้นประสาทบริเวณข้อมือได้
ปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่ทำให้ข้อมือคุณเสี่ยงอักเสบได้ง่ายขึ้น
นอกเหนือจากลักษณะงานและท่าทางแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ในตัวเราเองที่อาจทำให้เรามีความเสี่ยงต่อการอักเสบของข้อมือได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
อายุและเพศ: เกี่ยวข้องยังไงกับการอักเสบของข้อมือ?
- อายุที่มากขึ้น: เมื่ออายุเพิ่มขึ้น เส้นเอ็นและเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายจะเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ ทำให้ฟื้นตัวได้ช้าลงและบาดเจ็บง่ายขึ้น
- เพศหญิง: พบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาข้อมืออักเสบ โดยเฉพาะกลุ่มอาการปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ (De Quervain's Tenosynovitis) หรืออุโมงค์ข้อมือกดทับเส้นประสาท (Carpal Tunnel Syndrome) ได้มากกว่าผู้ชาย อาจเป็นเพราะความแตกต่างทางกายวิภาคของข้อมือและผลของฮอร์โมน
โรคประจำตัวบางอย่าง: ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ข้อมือ
- โรคเบาหวาน: ผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีปัญหาเรื่องการไหลเวียนโลหิตและการเสื่อมสภาพของเส้นประสาท ทำให้มีความเสี่ยงต่อการอักเสบและการบาดเจ็บของเส้นเอ็นง่ายขึ้น
- โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์: เป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีข้อต่อของตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังตามข้อต่างๆ รวมถึงข้อมือด้วย
- ภาวะไทรอยด์ทำงานผิดปกติ: อาจส่งผลต่อการบวมและการทำงานของเส้นเอ็น
น้ำหนักตัวและไลฟ์สไตล์: ตัวแปรที่ไม่ควรมองข้าม
- ภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน: น้ำหนักที่มากเกินไปอาจเพิ่มแรงกดทับและความเครียดให้กับข้อต่อต่างๆ รวมถึงข้อมือด้วยในบางท่าทาง
- การสูบบุหรี่: มีผลต่อการไหลเวียนโลหิตและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้การฟื้นตัวช้าลง
- การขาดการออกกำลังกาย: ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นไม่แข็งแรงพอที่จะรับมือกับการใช้งาน
ความเครียด: ส่งผลถึงร่างกายมากกว่าที่คิด
ความเครียดไม่ได้ส่งผลแค่ทางใจ แต่ยังส่งผลถึงร่างกายด้วย โดยเฉพาะเมื่อเครียด กล้ามเนื้อของเรามักจะหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจทำให้เส้นเอ็นและข้อต่อบริเวณข้อมือมีความตึงตัวและอ่อนแอลงกว่าปกติ ทำให้เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้นเมื่อมีการใช้งาน
จะเห็นได้ว่าสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดข้อมืออักเสบจากการทำงานนั้นมีอยู่รอบตัวเรามากกว่าที่คิด การที่เราเข้าใจถึงสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราหันมาใส่ใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมือของเราต้องเจ็บปวดและสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไปนานๆ