ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมคนในบ้านถึงคุยกันน้อยลงหรือคุยกันแล้วต้องทะเลาะ?

หมอมักได้ยินคนไข้มาปรึกษาเรื่องความเครียดในชีวิตประจำวัน แต่ลึกๆ แล้วต้นตอส่วนใหญ่กลับมาจาก ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวและ การสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน บางคนบอกว่าอยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลก การที่ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนมักไม่ได้เกิดจากเรื่องใหญ่โตเสมอไป แต่มักเริ่มจากการสะสมความน้อยใจหรือการสื่อสารที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน

รูปแบบการสื่อสารแบบไหนที่เป็นพิษต่อความสัมพันธ์?

เราทุกคนมีวิธีสื่อสารที่ต่างกันไปตามการเลี้ยงดู แต่ในทางจิตวิทยาพฤติกรรม มีรูปแบบบางอย่างที่หมออยากให้ลองสังเกตดูว่าเรากำลังทำสิ่งเหล่านี้อยู่หรือไม่ เพราะมันเป็นตัวทำลายความรู้สึกที่รุนแรงที่สุด:

  • การวิจารณ์ตัวตน: ไม่ใช่การติเพื่อก่อ แต่เป็นการโจมตีลักษณะนิสัย เช่น การพูดว่า ทำไมถึงได้เป็นคนเห็นแก่ตัวแบบนี้ แทนที่จะพูดถึงพฤติกรรมที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดี
  • การประชดประชัน: ใช้คำพูดที่ดูถูกหรือเหยียดหยามเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกด้อยค่า ซึ่งสิ่งนี้คือยาพิษที่ทำลายความไว้ใจได้เร็วที่สุด
  • การตั้งรับตลอดเวลา: เมื่ออีกฝ่ายพูดอะไรก็รีบหาข้ออ้างหรือโยนความผิดกลับทันที ทำให้บทสนทนาไม่มีทางจบลงด้วยความเข้าใจ
  • การนิ่งเงียบใส่กัน: หรือที่เรียกกันว่ากำแพงน้ำแข็ง ซึ่งเป็นการตัดการสื่อสารโดยสิ้นเชิง ทำให้ปัญหาไม่เคยได้รับการแก้ไขและสะสมจนระเบิดออกมาในวันหนึ่ง

ปรับเปลี่ยนวิธีสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจใหม่

การสื่อสารที่ดีไม่ใช่การหาว่าใครถูกหรือใครผิด แต่คือการแสดงความต้องการของตัวเองโดยไม่ทำร้ายความรู้สึกของคนอื่น ลองปรับใช้เทคนิคที่หมอแนะนำดูครับ:

ใช้ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยความรู้สึกของตัวเอง

แทนที่จะเริ่มประโยคด้วยคำว่า คุณ ที่มักจะตามด้วยการตำหนิ ให้เปลี่ยนมาใช้คำว่า ฉัน เช่น ฉันรู้สึกเสียใจนะเวลาที่... หรือ ฉันอยากให้เราลองช่วยกันทำแบบนี้มากกว่า เพื่อให้อีกฝ่ายลดการตั้งรับและเริ่มฟังสิ่งที่เราต้องการสื่อสารจริงๆ

ฝึกฟังให้มากกว่าพูด

บ่อยครั้งที่เราฟังเพื่อที่จะเตรียมคำตอบโต้กลับ ไม่ใช่ฟังเพื่อทำความเข้าใจ ความสัมพันธ์จะดีขึ้นทันทีถ้าเราลองนั่งฟังโดยไม่แทรก ไม่ตัดสิน และถามกลับสั้นๆ เพื่อความมั่นใจว่าเราเข้าใจเขาถูกไหม เช่น ที่บอกว่าเหนื่อย คือหมายความว่าอยากให้ช่วยจัดการเรื่องงานบ้านใช่ไหม

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเราควรหันหน้าเข้าหากันจริงจัง

หากการพูดคุยเริ่มกลายเป็นการปะทะทุกครั้ง หรือเริ่มมีการใช้ความเงียบเป็นอาวุธนานจนผิดปกติ หมออยากให้ลองหาเวลาว่างสักช่วงหนึ่งในสัปดาห์มานั่งคุยกันแบบเปิดใจ ไม่ต้องแก้ปัญหาให้จบในวันเดียว แต่ขอแค่ให้ได้ยินเสียงของกันและกันอีกครั้ง เพราะความสัมพันธ์ในครอบครัวคือรากฐานของสุขภาพจิตที่ดี หากภายในบ้านมีความอบอุ่น สุขภาพกายและสุขภาพใจของคนในบ้านก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down