ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมคนในบ้านถึงเริ่มคุยกันไม่รู้เรื่อง

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้ในคลินิก มักพบว่าอาการป่วยทางกายบางอย่างมีต้นตอมาจากความเครียดสะสมในบ้าน การที่คนเราอยู่ร่วมกันนานๆ บางทีความเคยชินทำให้เราเผลอละเลยเรื่องการสื่อสารไปโดยไม่รู้ตัว ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวและรูปแบบการสื่อสารที่ไม่ตรงกันมักเริ่มต้นจากเรื่องเล็กน้อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานวัน ความไม่เข้าใจเหล่านี้จะค่อยๆ ก่อตัวเป็นกำแพงที่ทำให้คนในบ้านรู้สึกห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อยๆ

รูปแบบการสื่อสารที่ทำให้ความสัมพันธ์พังโดยไม่รู้ตัว

เรามักจะติดกับดักทางความคิดและคำพูดที่ส่งผลลบต่อความรู้สึกคนรอบข้าง ลองสังเกตตัวเองดูว่าเผลอใช้รูปแบบการสื่อสารเหล่านี้บ้างหรือไม่:

  • การใช้คำพูดเชิงตำหนิหรือตัดสิน: แทนที่จะบอกความรู้สึกของตัวเอง มักเปลี่ยนเป็นการกล่าวโทษฝ่ายตรงข้าม เช่น การใช้ประโยคขึ้นต้นว่า คุณทำแบบนั้น... คุณทำแบบนี้... ซึ่งจะกระตุ้นให้ผู้ฟังรู้สึกต้องปกป้องตัวเองแทนที่จะเปิดใจรับฟัง
  • การสื่อสารด้วยความเงียบหรือการประชดประชัน: หลายคนเลือกที่จะนิ่งเงียบเมื่อไม่พอใจ เพื่อรอดูว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไร หรือใช้การประชดประชันเพื่อระบายความอึดอัด ซึ่งเป็นพิษต่อความสัมพันธ์อย่างมากเพราะมันทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย
  • การไม่ฟังอย่างตั้งใจ: มักฟังเพื่อรอสวนกลับ แทนที่จะฟังเพื่อทำความเข้าใจเหตุผลของอีกฝ่าย ทำให้การสนทนาจบลงที่การเถียงกันแทนการแก้ปัญหา

ปรับจูนใหม่เพื่อความเข้าใจที่ดีขึ้น

หมอมักแนะนำให้คนไข้ลองใช้หลักการสื่อสารที่เน้นความรู้สึกของตัวเองมากกว่าการพุ่งเป้าไปที่ความผิดของคนอื่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวและรูปแบบการสื่อสารที่ยั่งยืน:

ใช้ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยความรู้สึกของเรา

ลองเปลี่ยนจากการพูดว่า คุณทำให้ฉันโกรธ เป็น ฉันรู้สึกเสียใจเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดอารมณ์ฉุนเฉียวของคู่สนทนาและทำให้เขาพร้อมรับฟังสิ่งที่เราต้องการสื่อสารจริงๆ มากขึ้น

เปิดใจรับฟังโดยไม่ตัดสิน

ก่อนจะโต้ตอบ ลองหยุดหายใจสักพักแล้วถามตัวเองว่าเราเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการสื่อสารจริงๆ หรือไม่ บางครั้งสิ่งที่คนในครอบครัวต้องการไม่ใช่คำแนะนำหรือการตัดสินถูกผิด แต่ต้องการเพียงแค่พื้นที่ปลอดภัยที่เขาสามารถพูดความในใจออกมาได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตำหนิ

ให้เวลากับการคุยเรื่องยากๆ

เรื่องที่ละเอียดอ่อนมักต้องใช้เวลา ไม่ควรคุยในเวลาที่ต่างฝ่ายต่างเหนื่อยล้าหรืออยู่ในสภาวะอารมณ์ที่ไม่มั่นคง การเลือกเวลาที่เหมาะสมและบรรยากาศที่ผ่อนคลายจะช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และลดการปะทะได้เป็นอย่างดี

ความสัมพันธ์ในครอบครัวเปรียบเสมือนต้นไม้ที่ต้องได้รับการดูแล การปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารอาจไม่ใช่เรื่องง่ายในวันแรก แต่ถ้าค่อยๆ เริ่มปรับทีละนิดด้วยความเข้าใจและความปรารถนาดีต่อกัน หมอมั่นใจว่าความสัมพันธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down