ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่พูดถึงโรคหนองใน ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักจะเป็นอาการปัสสาวะแสบขัด หรือมีมูกหนองไหลออกจากอวัยวะเพศ แต่ในห้องตรวจทางการแพทย์ หมอมักพบเคสที่คนไข้มาด้วยอาการเจ็บคอเรื้อรัง ปวดระบมบริเวณทวารหนัก หรือแม้กระทั่งตาบวมแดงอักเสบรุนแรง โดยที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสาเหตุมาจากเชื้อชนิดเดียวกัน นั่นคือ การติดเชื้อหนองในในตำแหน่งนอกระบบสืบพันธุ์

เชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของโรคนี้มีชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae ซึ่งมีความชอบและเติบโตได้ดีในเยื่อบุผิวที่อ่อนนุ่มและมีความชื้น ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเยื่อบุช่องคอ เยื่อบุทวารหนัก หรือเยื่อบุตา เชื้อชนิดนี้ก็สามารถเข้าไปฝังตัวและก่อให้เกิดการอักเสบได้ไม่แพ้บริเวณอวัยวะเพศ

หนองในแอบซ่อนอยู่ที่ไหนได้บ้าง นอกจากระบบสืบพันธุ์?

หลายคนอาจสงสัยว่าเชื้อแบคทีเรียย้ายตำแหน่งไปอยู่ในบริเวณอื่นของร่างกายได้อย่างไร คำตอบสั้นๆ คือ เกิดจากการสัมผัสโดยตรงระหว่างเยื่อบุที่มีเชื้อกับเยื่อบุที่ยังไม่ติดเชื้อ โดยช่องทางหลักๆ แบ่งตามตำแหน่งได้ดังนี้

  • ช่องคอ: มักเกิดจากการร่วมเพศทางปาก (Oral Sex) โดยไม่มีการใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงยางอนามัย หรือแผ่นยางอนามัย (Dental Dam)
  • ทวารหนัก: เกิดจากการร่วมเพศทางทวารหนัก (Anal Sex) โดยไม่ได้ป้องกัน หรือเกิดจากการปนเปื้อนของสารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศเข้ามายังบริเวณทวารหนัก
  • เยื่อบุตา: เกิดจากการใช้มือที่สัมผัสกับสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ แล้วนำมาขยี้ตา หรือในทารกแรกเกิดที่ติดเชื้อผ่านทางช่องคลอดของคุณแม่ขณะคลอด

สังเกตอาการเตือนเมื่อหนองในไม่ได้อยู่ที่อวัยวะเพศ

ความน่ากลัวของการติดเชื้อนอกระบบสืบพันธุ์คือ คนไข้จำนวนมากแทบไม่มีอาการเลย หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยจนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคทั่วไป ทำให้แพร่เชื้อให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว

สัญญาณเตือนเมื่อติดเชื้อที่ช่องคอ

การติดเชื้อที่ช่องคอมากกว่าครึ่งหนึ่งมักไม่มีอาการ แต่หากแสดงอาการ มักจะคล้ายกับอาการเจ็บคอจากไข้หวัดทั่วไป ได้แก่:

  • เจ็บคอ รู้สึกเคืองคอ หรือระคายเคืองเวลากลืนอาหาร
  • คอหอยและต่อมทอนซิลมีอาการแดง หรือมีจุดหนองเล็กๆ เกาะอยู่
  • ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอบวมโตและกดเจ็บ

สัญญาณเตือนเมื่อติดเชื้อที่ทวารหนัก

อาการติดเชื้อบริเวณทวารหนักอาจทำให้เกิดความทรมานในการดำเนินชีวิตประจำวัน ได้แก่:

  • รู้สึกคัน ปวด หรือระบมบริเวณรอบรูทวารหนัก
  • มีมูกผสมหนองหรือเลือดสดไหลออกมาจากทวารหนัก
  • รู้สึกปวดเบ่ง อยากถ่ายอุจจาระตลอดเวลา หรือปวดมากขณะถ่ายอุจจาระ

สัญญาณเตือนเมื่อติดเชื้อที่เยื่อบุตา

การติดเชื้อที่ตาถือเป็นภาวะเร่งด่วนทางตา เพราะหากปล่อยไว้เยื่อบุตาอาจเกิดแผลเป็นหรือส่งผลกระทบต่อการมองเห็นได้ อาการที่พบ ได้แก่:

  • ตาแดงอย่างรุนแรง มีอาการปวดตา และตาบวมตึง
  • มีหนองสีเหลืองหรือเขียวไหลออกจากตาเป็นจำนวนมาก จนตาแทบเปิดไม่ขึ้น
  • ระคายเคืองตา สู้แสงไม่ได้ และรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตาตลอดเวลา

ทำไมการติดเชื้อนอกระบบสืบพันธุ์ถึงวินิจฉัยยากและอันตราย?

สาเหตุหลักที่ทำให้การวินิจฉัยล่าช้า มาจากตัวคนไข้เองที่มักไม่คิดว่าอาการเจ็บคอหรือตาแดงจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางเพศ จึงเลือกกินยาแก้เจ็บคอหรือซื้อยาหยอดตามาใช้เอง ซึ่งยาเหล่านั้นไม่สามารถฆ่าเชื้อหนองในได้ ส่งผลให้เชื้อเกิดการดื้อยา หรือเชื้อกระจายลึกลงไปจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด หรืออักเสบลามไปยังข้อต่อต่างๆ ของร่างกาย

นอกจากนี้ ในกรณีของการติดเชื้อที่ช่องคอและทวารหนัก เชื้อสามารถแฝงตัวอยู่ได้เป็นเวลานานโดยไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ติดเชื้อกลายเป็นพาหะส่งต่อเชื้อไปยังคู่นอนคนอื่นๆ โดยไม่ตั้งใจ

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยและรักษาในมุมมองของคุณหมอ

หากคุณสงสัยว่าตัวเองมีความเสี่ยง หรือมีอาการเข้าข่าย ไม่ต้องกังวลหรือรู้สึกเขินอายเมื่อมาพบแพทย์ การตรวจวินิจฉัยปัจจุบันทำได้ง่าย สะดวก และแม่นยำมาก

  • การตรวจวินิจฉัย: แพทย์จะใช้ไม้พันก้านสำลีปราศจากเชื้อ ป้ายเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากตำแหน่งที่สงสัย เช่น ป้ายในลำคอ ป้ายทวารหนัก หรือป้ายหนองจากตา เพื่อนำไปตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อ (NAATs) หรือนำไปเพาะเชื้อ
  • แนวทางการรักษา: โรคหนองในสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่เนื่องจากปัจจุบันพบปัญหาเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้น แพทย์จึงต้องวางแผนการใช้ยาอย่างรัดกุม โดยมักจะใช้ยาฉีดร่วมกับยารับประทาน และอาจต้องรักษาโรคติดเชื้อร่วมอย่างซิฟิลิสหรือหนองในแท้-หนองในเทียมไปพร้อมกัน

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้ามซื้อยากินเองเด็ดขาด เพราะการได้ยาไม่ครบขนาดหรือได้ยาไม่ตรงกับชนิดเชื้อ จะทำให้เชื้อดื้อยาและรักษายากขึ้นหลายเท่า

วิธีดูแลและป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ

การป้องกันการติดเชื้อนอกระบบสืบพันธุ์ อาศัยหลักการเดียวกับการป้องกันโรคติดต่อทางสืบพันธุ์ทั่วไป แต่ต้องเพิ่มความใส่ใจในรายละเอียดของการสัมผัสมากขึ้น:

  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันทุกครั้งที่มีกิจกรรมทางเพศ ไม่ว่าจะทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก โดยใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี หรือใช้แผ่นยางอนามัย (Dental Dam) กั้นขณะทำออรัลเซกส์
  • หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสอวัยวะเพศหรือทวารหนัก แล้วนำมาขยี้ตาโดยยังไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาด
  • หากตรวจพบการติดเชื้อ ต้องแจ้งคู่นอนเพื่อให้มารับการตรวจและรักษาไปพร้อมกัน แม้คู่นอนจะไม่มีอาการก็ตาม เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำไปซ้ำมา
  • เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางสืบพันธุ์เป็นประจำทุกปี หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนคู่นอนใหม่

การดูแลสุขภาพเพศไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องอวัยวะเพศเท่านั้น การสังเกตความผิดปกติของร่างกายในทุกส่วน และการเข้าพบแพทย์อย่างทันท่วงที คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีและปลอดภัยจากโรคติดเชื้อได้อย่างยั่งยืน

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ