ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้ที่มีอาการอักเสบเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคสะเก็ดเงิน หรือแม้แต่โรคหอบหืดขั้นรุนแรง แล้วพบว่าคนไข้รู้สึกท้อแท้ใจ เพราะกินยาเดิมๆ มานาน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น หรือบางคนต้องเผชิญกับผลข้างเคียงของยาสเตียรอยด์จนร่างกายแทบรับไม่ไหว จนกระทั่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ได้พัฒนาวิธีการรักษาที่เรียกว่า การใช้ยาชีววัตถุ (Biologics) เข้ามาช่วยเปลี่ยนชีวิตของคนไข้กลุ่มนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

ยาชีววัตถุ (Biologics) คืออะไร? ทำไมถึงเป็นความหวังใหม่ของคนไข้โรคเรื้อรัง

เวลาที่พูดถึงยารักษาโรค เรามักจะคุ้นเคยกับยาเม็ดหรือยาแคปซูลที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์ แต่ยาชีววัตถุแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ยาชนิดนี้ผลิตขึ้นมาจากสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ของมนุษย์ สัตว์ หรือจุลชีพ ผ่านกระบวนการทางเทคโนโลยีชีวภาพที่ซับซ้อน เพื่อสร้างโปรตีนเลียนแบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติในร่างกายของเรา

ด้วยความที่ผลิตจากกระบวนการทางชีวภาพ ตัวยาจึงมีความจำเพาะเจาะจงสูงมากในการเข้าไปจัดการกับเป้าหมายที่เป็นต้นเหตุของการอักเสบ ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มคนไข้ที่มีอาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาทางเคมีแบบเดิม

ไขข้อข้องใจ: ยาชีววัตถุทำงานต่างจากยาเคมีทั่วไปอย่างไร?

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น หมออยากให้ลองจินตนาการถึงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีการอักเสบเกิดขึ้นเปรียบเสมือนไฟไหม้

  • ยาเคมีแบบเดิม (ยากดภูมิคุ้มกันทั่วไป): ทำหน้าที่เหมือนการสาดน้ำปูพรมไปทั่วบริเวณ เพื่อดับไฟทั้งหมด ซึ่งผลที่ตามมาคือ ส่วนที่ดีของบ้าน (เซลล์ปกติ) ก็จะเสียหายและเปียกโชกไปด้วย ส่งผลให้คนไข้มีอาการข้างเคียงเยอะและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย
  • ยาชีววัตถุ (Biologics): ทำหน้าที่เหมือนทีมนักดับเพลิงที่ติดตั้งปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เล็งตรงไปที่จุดต้นเพลิงเพียงจุดเดียวอย่างแม่นยำ ยาจะเข้าไปบล็อกสารเคมีหรือโปรตีนจำเพาะที่กระตุ้นการอักเสบโดยตรง ทำให้ควบคุมโรคได้ดีกว่าและลดผลกระทบต่อระบบอื่นๆ ในร่างกาย

เมื่อไหร่ที่คุณหมอจะพิจารณาใช้ยาชีววัตถุรักษาอาการระยะรุนแรง

การใช้ยาชีววัตถุ (Biologics) ไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับคนไข้ทุกคน เนื่องจากเป็นยากลุ่มใหม่ที่มีกระบวนการผลิตซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หมอจะพิจารณาใช้ยานี้เมื่อคนไข้มีข้อบ่งชี้สำคัญ ดังนี้

ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินชนิดรุนแรง

คนไข้ที่มีผื่นแดงหนา มีขุย คันกระจัดกระจายทั่วร่างกายมากกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่ผิว หรือมีอาการร่วมกับข้ออักเสบสะเก็ดเงินที่ทำให้ปวดข้อจนขยับตัวลำบาก และไม่ตอบสนองต่อการฉายแสงอาทิตย์เทียมหรือยาทานกลุ่มเดิม

ผู้ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์ระยะรุนแรง

คนไข้ที่ข้อต่อบวม แดง ร้อน และปวดอย่างรุนแรงจนขยับมือหรือเดินไม่ได้ หากปล่อยทิ้งไว้ข้อต่อจะถูกทำลายจนผิดรูปอย่างถาวร การใช้ยาชีววัตถุจะเข้าไปยับยั้งการทำลายข้อได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

ผู้ป่วยโรคหอบหืดรุนแรงชนิดรักษายาก

คนไข้ที่ต้องพ่นยาสเตียรอยด์โดสสูงเป็นประจำ แต่ยังมีอาการหอบรุนแรงจนต้องเข้าห้องฉุกเฉินบ่อยครั้ง ยาชีววัตถุจะเข้าไปจัดการกับโปรตีนจำเพาะที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้และการอักเสบในทางเดินหายใจ ช่วยลดอัตราการนอนโรงพยาบาลได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขั้นตอนการรักษาด้วยยาชีววัตถุ ต้องเตรียมตัวและดูแลตัวเองอย่างไร

เนื่องจากยาชีววัตถุเป็นโปรตีนโมเลกุลใหญ่ หากทานเข้าไปจะถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำลายจนหมด ยานี้จึงต้องบริหารด้วยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหรือหยดเข้าทางหลอดเลือดดำเท่านั้น

ก่อนที่หมอจะเริ่มให้ยา คนไข้ทุกคนจำเป็นต้องผ่านการตรวจคัดกรองอย่างละเอียด เช่น การตรวจหาวัณโรคแฝง การตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี เนื่องจากยาชีววัตถุมีฤทธิ์ปรับเปลี่ยนระบบภูมิคุ้มกัน หากมีเชื้อโรคแฝงอยู่ในร่างกาย เชื้อเหล่านั้นอาจกำเริบขึ้นมาได้

หลังจากเริ่มยาแล้ว คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาด ทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคติดต่อ และมาพบหมอตามนัดเพื่อเจาะเลือดติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ

เรื่องที่ต้องระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาชีววัตถุ

แม้ว่ายาชีววัตถุจะมีความปลอดภัยสูงและส่งผลกระทบต่อร่างกายน้อยกว่ายาเคมีดั้งเดิม แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่คนไข้ควรรู้ไว้

  • ปฏิกิริยาบริเวณที่ฉีด: อาจมีอาการบวม แดง หรือคันบริเวณผิวหนังที่ฉีดยา ซึ่งมักจะหายไปเองในเวลา 1-2 วัน
  • ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้น: เนื่องจากยาเข้าไปปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน คนไข้จึงอาจเป็นหวัด ท้องเสีย หรือติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่ายกว่าปกติ หากมีไข้สูง หนาวสั่น หรือไอเรื้อรัง ต้องรีบมาพบหมอทันที
  • อาการแพ้ยา: เช่น มีผื่นคันขึ้นตามตัว หายใจลำบาก หรือปากบวม ซึ่งพบได้น้อยมาก แต่หากมีอาการเหล่านี้ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที

ท้ายที่สุดนี้ หมออยากบอกคนไข้ทุกท่านที่กำลังเผชิญกับโรคเรื้อรังระยะรุนแรงว่า อย่าเพิ่งหมดหวังกับการรักษา การใช้ยาชีววัตถุ (Biologics) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเปิดประตูบานใหม่ในการรักษาโรคให้ตรงจุดและปลอดภัยยิ่งขึ้น หากรู้สึกว่าการรักษาที่ผ่านมายังไม่ตอบโจทย์ ลองเข้ามาปรึกษาหมอ เพื่อประเมินร่วมกันว่าร่างกายของคุณเหมาะกับการใช้ยานี้หรือไม่ เพื่อให้เราสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและไร้ความทรมานอีกครั้ง

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down