หลายครั้งเวลาที่นั่งตรวจคนไข้ในห้องตรวจ ผมมักจะได้ยินเรื่องเล่าชวนอึดอัดใจจากคนไข้ที่มีอาการท้องผูกเรื้อรัง แต่พอคุยกันลึกๆ ลงไปจึงได้รู้ว่า ต้นเหตุจริงๆ ไม่ได้มาจากเรื่องอาหารการกินอย่างเดียว แต่มาจากความกลัวฝังใจเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ จนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมการกลั้นอุจจาระเนื่องจากความกลัวการขับถ่าย ซึ่งสร้างความทรมานทั้งร่างกายและจิตใจให้กับคนไข้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ทำไมการเข้าห้องน้ำถึงกลายเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับใครหลายคน?
อาการกลัวการขับถ่ายไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด และไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคิดไปเอง แต่มันมักจะมีจุดเริ่มต้นจากประสบการณ์เจ็บปวดในอดีต เช่น เคยมีแผลปริที่ขอบทวารหนักจากอุจจาระแข็งมากๆ หรือเคยเป็นริดสีดวงทวารที่อักเสบจนปวดแสบปวดร้อนสุดๆ ความเจ็บปวดระดับที่จำไม่ลืมนี้เองที่ฝังอยู่ในสมองส่วนที่ควบคุมความกลัว ทำให้ร่างกายสั่งการอัตโนมัติว่า การถ่ายอุจจาระเท่ากับความเจ็บปวด ส่งผลให้เมื่อรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ สมองกลับสั่งให้กล้ามเนื้อขมิบและพยายามอั้นเอาไว้แทน เพื่อหลีกเลี่ยงความทรมานที่จะตามมา
วงจรอุบาทว์ของการอั้นอุจจาระที่ยิ่งทำยิ่งแย่
เมื่อเราเลือกที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการอั้นอุจจาระ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ ลำไส้ใหญ่จะทำหน้าที่ดูดน้ำกลับจากก้อนอุจจาระที่ค้างอยู่เรื่อยๆ ยิ่งอั้นนานเท่าไหร่ ก้อนอุจจาระก็ยิ่งแห้ง แข็ง และมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่านั้น ผลลัพธ์คือ เมื่อทนไม่ไหวและต้องขับถ่ายจริงๆ ในรอบถัดไป ก้อนอุจจาระที่แข็งและใหญ่นั้นก็จะยิ่งบาดและสร้างความเจ็บปวดมากกว่าเดิม กลายเป็นแผลซ้ำซ้อน และตอกย้ำความกลัวให้ฝังรากลึกยิ่งขึ้นไปอีก จนบางคนกลายเป็นโรคกลัวการขับถ่ายอย่างรุนแรง
สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อเราชอบอั้นอุจจาระบ่อยๆ
การตามใจความกลัวด้วยการอั้นอุจจาระไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องความเจ็บปวดตอนเบ่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบย่อยอาหารและสุขภาพโดยรวมด้วย
- ท้องผูกเรื้อรัง: ลำไส้สูญเสียการทำงานตามธรรมชาติ เพราะความรู้สึกอยากถ่ายถูกกด ให้อัตโนมัติลดลง
- ปวดท้อง แน่นท้อง: มีแก๊สสะสมในทางเดินอาหารเพราะของเสียค้างอยู่นาน
- แผลปริที่ขอบทวารหนักและริดสีดวง: เกิดขึ้นวนเวียนไม่รู้จบจากการผ่านของอุจจาระแข็ง
- ความเครียดสะสม: วิตกกังวลทุกครั้งที่ถึงเวลาต้องเข้าห้องน้ำ
วิธีปรับความคิดและร่างกายเพื่อเอาชนะความกลัวการขับถ่าย
ในฐานะแพทย์ ผมมักจะบอกคนไข้เสมอว่า เราต้องตัดวงจรนี้ด้วยการจัดการทั้งทางกายและทางใจไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้การเข้าห้องน้ำกลับมาเป็นเรื่องปกติที่ผ่อนคลายอีกครั้ง
ปรับความนิ่มของอุจจาระให้อยู่หมัดด้วยอาหารและน้ำ
หัวใจสำคัญคือทำให้อุจจาระนิ่มที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เกิดความเจ็บปวดเวลาขับถ่าย การดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ ในระหว่างวัน และเพิ่มกากใยจากผักผลไม้สด คือยาสมานแผลจากธรรมชาติที่ดีที่สุด บางครั้งแพทย์อาจพิจารณาให้ยาระบายที่ช่วยเพิ่มน้ำในอุจจาระในช่วงแรก เพื่อช่วยให้ถ่ายง่ายขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงเบ่ง
จัดท่าทางในการนั่งห้องน้ำให้ถูกต้อง
การนั่งราบกับโถส้วมแบบชักโครกอาจทำให้ลำไส้ตรงไม่อยู่ในแนวที่เอื้อต่อการขับถ่าย ลองหาเก้าอี้เตี้ยๆ มาวางรองเท้าเพื่อให้เข่าอยู่สูงกว่าสะโพกเล็กน้อย หรือโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ท่านี้จะช่วยให้ช่องทางออกเปิดกว้างขึ้น และลดแรงเบ่งได้อย่างMมหาศาล
ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
ความกลัวทำให้เราเกร็งโดยไม่รู้ตัว ก่อนเข้าห้องน้ำลองหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ เพื่อบอกตัวเองว่าร่างกายปลอดภัย การฝึกโยคะเบาๆ หรือการแช่น้ำอุ่นก็ช่วยคลายกล้ามเนื้อรอบทวารหนักที่เกร็งตัวให้ผ่อนคลายลงได้เช่นกัน
เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการดูแลอย่างจริงจัง
ถ้าลองปรับพฤติกรรมเบื้องต้นด้วยตัวเองแล้ว อาการไม่ดีขึ้น หรือมีความกังวลใจอย่างมากจนไม่กล้ากินอาหารเพื่อหลีกเลี่ยงการขับถ่าย แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดครับ เราสามารถตรวจดูสภาพแผล ความรุนแรงของริดสีดวง และวางแผนการรักษาที่ตรงจุด ทั้งการใช้ยา การปรับสมดุลลำไส้ หรือการรักษาแผลให้หายสนิท เพื่อให้คุณก้าวข้ามความกลัวและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจอีกครั้ง