เวลาที่เหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวัน การได้เอนตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆ ควรจะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้ผ่อนคลายและฟื้นฟูพลังงานมากที่สุด แต่สำหรับบางคน ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับที่นอน กลับต้องเผชิญกับอาการบ้านหมุน หน้ามืด ใจสั่น หรือรู้สึกเหมือนจะวูบ ทั้งที่ไม่ได้ขยับตัวรวดเร็วแต่อย่างใด อาการเหล่านี้นำไปสู่ความกังวลใจและรบกวนการนอนหลับอย่างมาก ซึ่งในทางการแพทย์ อาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะความดันโลหิตต่ำในท่านอน ที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นหู
ทำไมบางคนยิ่งนอนราบยิ่งเวียนหัว: รู้จักกลไกที่ซ่อนอยู่
โดยทั่วไปแล้ว เรามักจะคุ้นเคยกับอาการหน้ามืดตอนลุกขึ้นยืนกะทันหัน แต่ภาวะความดันโลหิตต่ำในท่านอนกลับตรงกันข้าม กลไกของภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อร่างกายอยู่ในท่านอนราบ แล้วเกิดการกดทับของอวัยวะหรือการกระจายตัวของเลือดที่ผิดปกติ ส่งผลให้เลือดดำไหลเวียนกลับเข้าสู่หัวใจได้น้อยลง เมื่อปริมาณเลือดที่ส่งกลับหัวใจลดลง หัวใจก็จะไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะสมองได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้ความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็วในขณะที่กำลังนอนราบ
ใครบ้างที่ต้องระวังตัวเป็นพิเศษเมื่อล้มตัวลงนอน
ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่มีกลุ่มเฉพาะที่กลไกการไหลเวียนเลือดไวต่อการเปลี่ยนแปลงในท่าราบเป็นพิเศษ ดังนี้
- คุณแม่ตั้งครรภ์: โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สองและสาม เนื่องจากขนาดของมดลูกและทารกที่โตขึ้นจะมีน้ำหนักมาก เมื่อนอนหงาย มดลูกจะไปกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ในช่องท้อง ทำให้เลือดไหลเวียนกลับสู่หัวใจได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะนี้
- ผู้ที่มีเนื้องอกหรือของเหลวในช่องท้องปริมาณมาก: แรงกดทับจากภายในช่องท้องสามารถส่งผลกระทบต่อเส้นเลือดใหญ่ในลักษณะเดียวกับหญิงตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ: ระบบประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมความดันโลหิตทำงานบกพร่อง ทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับความดันโลหิตให้สมดุลได้เมื่อมีการเปลี่ยนท่าทาง
- ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะขาดน้ำ: ปริมาณเลือดในร่างกายที่น้อยลง ประกอบกับความยืดหยุ่นของเส้นเลือดที่ลดลงตามวัย ทำให้ไวต่อการตกลงของความดันโลหิตได้ง่ายขึ้น
เช็กสัญญาณเตือน ร่างกายกำลังฟ้องว่าความดันตกขณะนอน
อาการของภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นค่อนข้างเร็วหลังจากล้มตัวลงนอนราบ โดยมีสัญญาณเตือนที่ควรสังเกตดังต่อไปนี้
- รู้สึกเวียนศีรษะ บ้านหมุน หรือเบลอๆ ลอยๆ ขณะนอนราบ
- มีอาการคลื่นไส้ พะอืดพะอม หรืออึดอัดแน่นท้อง
- เหงื่อออกมือ ออกเท้า หรือตัวเย็นวาบอย่างกะทันหัน
- หายใจไม่สะดวก รู้สึกหายใจไม่อิ่ม หรือใจสั่นเต้นรัว
- สายตาพร่ามัวชั่วขณะ หรือรู้สึกเหมือนรอบตัวมืดลง
วิธีรับมือและปรับท่านอนให้ปลอดภัย ไกลอาการวูบ
หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่น่าสงสัย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการจัดท่านอนอย่างถูกวิธีสามารถช่วยบรรเทาอาการได้อย่างมาก
ปรับท่านอนตะแคงซ้าย
สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และผู้ที่มีแรงกดทับในช่องท้อง การนอนตะแคงซ้ายเป็นท่าที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยลดแรงกดทับของมดลูกหรืออวัยวะในช่องท้องที่มีต่อเส้นเลือดดำใหญ่ ทำให้เลือดไหลเวียนกลับสู่หัวใจได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ใช้หมอนหนุนศีรษะและลำตัวส่วนบนให้สูงขึ้น
การปรับระดับหัวเตียงให้สูงขึ้นประมาณ 10-15 องศา หรือใช้หมอนรองหนุนตั้งแต่ช่วงไหล่และศีรษะให้สูงขึ้น จะช่วยลดแรงดันและการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตในขณะนอนราบได้ดีกว่าการนอนราบไปกับพื้นเตียง
หลีกเลี่ยงการลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว
เมื่อต้องการลุกจากที่นอน ให้เปลี่ยนท่าอย่างช้าๆ โดยเริ่มจากการตะแคงตัว จากนั้นค่อยๆ ดันตัวขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง พักนิ่งๆ ที่ขอบเตียงประมาณ 1-2 นาทีเพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลความดัน ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวยืนขึ้น
ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน
การรักษาปริมาณน้ำในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มปริมาณเลือดในระบบไหลเวียน ทำให้ความดันโลหิตมีความเสถียรมากขึ้น ลดโอกาสเกิดความดันตกเฉียบพลัน
อาการแบบไหนที่อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
แม้ว่าการปรับท่านอนจะช่วยบรรเทาอาการได้ในระดับหนึ่ง แต่หากมีอาการรุนแรงหรือมีสัญญาณอันตรายเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์โดยละเอียด
- มีอาการวูบ หมดสติ หรือเป็นลมขณะนอนราบหรือตอนกำลังจะลุกขึ้น
- มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจหอบเหนื่อยรุนแรงร่วมด้วย
- อาการเวียนศีรษะไม่ดีขึ้นเลยแม้จะเปลี่ยนมานอนตะแคงแล้วก็ตาม
- อาการเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการนอนหลับอย่างรุนแรง
การเข้าใจกลไกของร่างกายและการสังเกตสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะความดันโลหิตต่ำในท่านอนได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้ค่ำคืนแห่งการพักผ่อนเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้ฟื้นฟูอย่างแท้จริง