พาลูกมาหาหมอทีไร ทำไมต้องเจาะเลือดตรวจความเข้มข้นทุกที?
เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกรักมาตรวจสุขภาพประจำปี หรือเวลาที่น้องดูเพลียๆ กินได้น้อยแล้วคุณหมอแนะนำให้เจาะเลือดเช็กความเข้มข้นของเลือด หลายคนอาจจะแอบใจหายและสงสัยว่าลูกยังเล็กแค่นี้ ทำไมถึงต้องตรวจเรื่องนี้ด้วย จริงๆ แล้วการตรวจความเข้มข้นของเลือดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และเป็นหน้าต่างบานสำคัญที่ช่วยให้เรามองเห็นสุขภาพภายในของเด็กๆ ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการป้องกันโรคโลหิตจางที่แอบซ่อนอยู่
โรคโลหิตจางในเด็กเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด
เด็กๆ ในวัยเจริญเติบโต ร่างกายและสมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เลือดทำหน้าที่สำคัญมากในการขนส่งออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย หากเลือดจางหรือมีความเข้มข้นไม่เพียงพอ สมองและอวัยวะต่างๆ ก็จะได้รับออกซิเจนน้อยลง ส่งผลให้เด็กเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง เรียนรู้ช้า หงุดหงิดง่าย หรือบางคนดูซีดเซียวโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว การตรวจคัดกรองจึงเปรียบเสมือนการสกรีนหาปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ลูกจะมีอาการแสดงที่รุนแรง
ช่วงอายุไหนบ้างที่หมอแนะนำให้ตรวจความเข้มข้นเลือด
ตามแนวทางการดูแลสุขภาพเด็ก เราไม่ได้เจาะเลือดเด็กทุกคนในทุกช่วงวัย แต่จะมีช่วงเวลาทองที่จำเป็นต้องตรวจเพื่อความปลอดภัย ดังนี้
- เด็กอายุประมาณ 6 เดือน: ช่วงนี้เป็นช่วงที่ธาตุเหล็กสะสมที่แม่ให้มาตั้งแต่ในท้องเริ่มหมดลง และนมแม่อย่างเดียวอาจเริ่มมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอกับความต้องการที่สูงขึ้นของร่างกาย
- เด็กวัยเรียนและวัยรุ่น: โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่เริ่มมีประจำเดือน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียธาตุเหล็กในร่างกาย
- เด็กที่มีความเสี่ยงสูง: เช่น เด็กที่คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักน้อย หรือเด็กที่มีปัญหาเรื่องการกินยาก กินอาหารไม่ครบ 5 หมู่
การเตรียมตัวและขั้นตอนการตรวจที่เข้าใจง่าย
การตรวจความเข้มข้นของเลือดหรือที่เรียกว่าฮีมาโตคริต (Hematocrit) และฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ใช้ปริมาณเลือดเพียงนิดเดียวเท่านั้น โดยแพทย์อาจเลือกใช้วิธีเจาะเลือดที่ปลายนิ้วสำหรับเด็กโต หรือเจาะจากข้อพับแขนสำหรับเด็กเล็ก ใช้เวลาไม่นาน เด็กๆ อาจจะเจ็บจี๊ดเหมือนมดกัดแป๊บเดียว การเตรียมตัวก็ไม่ยุ่งยาก เด็กๆ ไม่จำเป็นต้องอดอาหารก่อนมาตรวจ สามารถกินนมหรืออาหารได้ตามปกติ ยกเว้นแต่ว่าคุณหมอมีนัดตรวจเลือดรายการอื่นร่วมด้วย
ผลตรวจบอกอะไรเราบ้าง และต้องแปลผลอย่างไร
หลังจากได้ผลตรวจออกมา คุณหมอจะนำมาเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานตามอายุและเพศของเด็ก หากพบว่าค่าความเข้มข้นของเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ ก็จะวินิจฉัยว่าเป็นภาวะโลหิตจาง ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในเด็กก็คือ การขาดธาตุเหล็กนั่นเอง แต่ก็ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีก เช่น พันธุกรรมอย่างโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งคุณหมอจะซักประวัติและตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาต้นตอที่แท้จริง
วิธีดูแลลูกรักให้ห่างไกลจากภาวะเลือดจาง
หากผลตรวจออกมาว่าปกติ การดูแลรักษาสุขภาพให้ต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่ถ้าผลตรวจพบว่าเริ่มมีความเข้มข้นน้อย หรือเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก คุณหมอจะมีแนวทางดูแลดังนี้
- ปรับเปลี่ยนมื้ออาหาร: เน้นอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อสัตว์สีแดง ตับ ไข่แดง ผักใบเขียวเข้ม และเสริมวิตามินซีจากผลไม้สดเพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
- การกินยาเสริมธาตุเหล็ก: ในกรณีที่จำเป็น คุณหมอจะจ่าย Vd, หรือยาหยอดธาตุเหล็กเสริมให้เด็กกินตามโดสที่เหมาะสม ห้ามซื้อยาให้เด็กกินเองเด็ดขาด
- ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด: นัดมาเจาะเลือดซ้ำตามกำหนดเพื่อดูว่าค่าเลือดปรับตัวดีขึ้นหรือไม่
การตรวจความเข้มข้นของเลือดเด็กไม่ใช่เรื่องไกลตัว และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปูพื้นฐานสุขภาพที่ดีให้ลูกเติบโตสมวัย หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลใจเรื่องพัฒนาการและการกินอาหารของลูก สามารถปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมที่สุดได้เลย