ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เพิ่งไปเสี่ยงมา ทำอย่างไรดีกับความกังวลใจเรื่องเชื้อเอชไอวี

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการตกใจ หรือความกังวลใจหลังจากไปสัมผัสความเสี่ยงมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถุงยางแตก ถุงยางหลุด หรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอื่นๆ สิ่งแรกที่อยากบอกคือ ตั้งสติให้ดี เพราะเหตุการณ์นี้มีทางแก้ไขและมีระยะเวลาที่จำกัดในการยับยั้งเชื้อก่อนที่จะฝังตัวเข้าสู่ร่างกายอย่างถาวร สิ่งนั้นที่เราเรียกกันว่า PEP คือทางออกสำคัญที่ต้องรีบจัดการ

PEP คืออะไรและทำไมเวลาถึงสำคัญที่สุด

PEP ย่อมาจาก Post-Exposure Prophylaxis หรือภาษาชาวบ้านคือยาต้านเชื้อเอชไอวีฉุกเฉินที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อที่อาจเพิ่งได้รับเข้าไปเกิดการแบ่งตัวและกระจายไปทั่วร่างกาย โดยหลักการทำงานของยาคือการไปสกัดกั้นขั้นตอนการเพิ่มจำนวนของเชื้อตั้งแต่วินาทีแรกๆ

กุญแจสำคัญคือ เวลา ยิ่งเริ่มกินยาได้เร็วเท่าไหร่ โอกาสสำเร็จยิ่งสูงเท่านั้น ทางการแพทย์ถือว่าช่วงเวลาทองคือไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสเชื้อ หากเกินจากนี้ประสิทธิภาพในการป้องกันจะลดลงอย่างมากจนแทบจะไม่มีผลในการป้องกัน

ขั้นตอนแรกเมื่อรู้ตัวว่าเสี่ยง ต้องทำอย่างไร

เมื่อมั่นใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยง สิ่งที่ต้องทำทันทีคือ:

  • ล้างทำความสะอาดบริเวณที่สัมผัสเชื้อด้วยน้ำสะอาดและสบู่
  • รีบไปพบแพทย์หรือคลินิกที่ให้บริการยา PEP โดยเร็วที่สุด ไม่ต้องรอให้อาการปรากฏ
  • เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หมอฟังตามความจริง เพื่อให้หมอประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจเลือกสูตรยาที่เหมาะสม

การกินยาให้ได้ผลต้องมีวินัยแค่ไหน

ยา PEP ไม่ใช่ยาเม็ดเดียวจบ แต่เป็นการกินยาต้านไวรัสต่อเนื่องกันเป็นเวลา 28 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดสำหรับคนไข้หลายคน เพราะต้องกินยาให้ตรงเวลาทุกวันโดยห้ามขาดแม้แต่มื้อเดียว การลืมกินยาอาจส่งผลให้ระดับยาในเลือดไม่เพียงพอต่อการยับยั้งเชื้อ และนั่นอาจทำให้ความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า

ผลข้างเคียงที่อาจเจอและวิธีรับมือ

เนื่องจากเป็นยาต้านไวรัสเข้มข้น คนไข้อาจมีอาการข้างเคียงได้บ้าง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย หรือมึนงงเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์แรก ส่วนใหญ่เป็นอาการที่ไม่รุนแรงและมักจะหายไปเองเมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้ หากใครมีอาการหนักจนกินข้าวไม่ได้ หรือผื่นขึ้นตามตัว ให้รีบกลับมาพบแพทย์เพื่อปรับสูตรยา อย่าตัดสินใจหยุดยาเองเด็ดขาด

ก้าวข้ามความกังวลแล้ววางแผนอนาคต

หลังจากกินยาครบ 28 วันแล้ว แพทย์จะนัดกลับมาตรวจเลือดเพื่อยืนยันสถานะอีกครั้ง การทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าความเสี่ยงนั้นจะผ่านไปได้ด้วยดี สิ่งสำคัญคือหลังจากนี้ต้องกลับมาทบทวนพฤติกรรมและความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน หากยังคงมีความเสี่ยงอยู่ การพิจารณาใช้ PrEP ซึ่งเป็นการกินยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้ออาจเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนและเหมาะสมมากกว่าการใช้ยาฉุกเฉินซ้ำๆ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down