ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เผลอสัมผัสความเสี่ยงมา ทำอย่างไรดี

หลายคนมักตกใจและทำอะไรไม่ถูกเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ถุงยางอนามัยแตก หรือเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานที่เสี่ยงต่อการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งที่มีเชื้อเอชไอวี สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติครับ เพราะแม้จะเกิดการสัมผัสไปแล้ว เรายังมีโอกาสป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายหรือก่อโรคได้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า PEP

PEP คืออะไรและทำงานอย่างไร

PEP ย่อมาจาก Post-Exposure Prophylaxis หรือภาษาชาวบ้านก็คือ การกินยาต้านไวรัสฉุกเฉินหลังสัมผัสเชื้อ หลักการทำงานของมันเหมือนเป็นปราการด่านสุดท้ายที่จะเข้าไปสกัดกั้นไม่ให้เชื้อไวรัสที่เพิ่งหลุดรอดเข้ามา แบ่งตัวและฝังตัวในร่างกายเราได้สำเร็จ แต่มันจะทำหน้าที่ได้ดีก็ต่อเมื่อเราเริ่มกินยาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

กฎเหล็กของเวลา: ยิ่งเร็วยิ่งได้ผล

เวลาคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำ PEP ระยะเวลาที่ถือเป็นนาทีทองคือ 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังสัมผัสเชื้อ หากเป็นไปได้ไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วันเป็นอันขาด เพราะหลังจากช่วงเวลานี้ไปแล้ว เชื้อไวรัสอาจเดินทางเข้าสู่กระแสเลือดและจับจองพื้นที่ในเซลล์เม็ดเลือดขาวไปแล้ว ทำให้ประสิทธิภาพของยาต้านไวรัสลดลงอย่างมาก

ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อรู้ตัวว่าเสี่ยง

  • รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที หากมีเลือดออกให้กดแผลเบาๆ ห้ามถูแรงจนผิวหนังถลอกมากขึ้น
  • ถ้าเข้าตาหรือกระเด็นเข้าปาก ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดต่อเนื่องอย่างน้อย 15 นาที
  • รีบไปพบแพทย์ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที เพื่อประเมินความเสี่ยงและเริ่มกินยา PEP
  • จดจำเวลาที่เกิดเหตุให้ชัดเจน เพื่อให้หมอคำนวณระยะเวลาได้อย่างแม่นยำ

การกินยาให้ครบตามสั่งสำคัญแค่ไหน

เมื่อหมอจ่ายยา PEP ให้แล้ว คุณจะต้องกินยาต่อเนื่องให้ครบตามกำหนดทุกวัน ส่วนใหญ่จะเป็นระยะเวลา 28 วัน ห้ามขาดยาหรือกินไม่ตรงเวลาเด็ดขาด เพราะหากระดับยาในเลือดไม่สม่ำเสมอ ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อจะลดลงทันที การมีวินัยในการกินยาจนครบชุดคือปัจจัยหลักที่จะกำหนดว่าการป้องกันครั้งนี้จะได้ผลหรือไม่

สิ่งที่ต้องเตรียมใจและติดตามผลหลังจากนั้น

การใช้ยา PEP อาจมีผลข้างเคียงบ้าง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือเพลีย ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ร่างกายปรับตัวกับยา และหลังจากกินยาครบแล้ว หมอจะนัดมาตรวจเลือดซ้ำเพื่อยืนยันผลอีกครั้งในช่วง 1 ถึง 3 เดือนข้างหน้า ระหว่างนี้ต้องงดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการรับเชื้อเพิ่มจนกว่าจะทราบผลที่แน่ชัด การทำ PEP ไม่ใช่การฉีดวัคซีนป้องกันตลอดไป ดังนั้นการป้องกันในครั้งต่อๆ ไปด้วยการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีจึงยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down