ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

PEP คืออะไรและทำไมเวลาถึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

หลายคนอาจเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่กังวลว่าตัวเองเพิ่งไปเสี่ยงสัมผัสเชื้อเอชไอวีมา ไม่ว่าจะเป็นจากถุงยางอนามัยแตก หรืออุบัติเหตุจากของมีคม ในทางการแพทย์เรามีแนวทางการป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า PEP ซึ่งย่อมาจาก Post-Exposure Prophylaxis ให้เข้าใจง่ายๆ คือยาต้านไวรัสฉุกเฉินที่กินเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เชื้อที่อาจหลุดรอดเข้ามาตั้งหลักหรือแบ่งตัวในร่างกายได้สำเร็จ

กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดของ PEP คือเวลา ยิ่งกินยาเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่ยาจะช่วยป้องกันการติดเชื้อก็ยิ่งสูงเท่านั้น โดยช่วงเวลาทองคือไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสเชื้อ ยิ่งเริ่มได้เร็วภายใน 2-24 ชั่วโมงแรก ยิ่งเป็นผลดีต่อประสิทธิภาพในการป้องกันสูงสุด

ขั้นตอนแรกเมื่อรู้ตัวว่ามีความเสี่ยง

หากคุณสงสัยว่าได้รับความเสี่ยงมา สิ่งที่ต้องทำทันทีคือการทำความสะอาดร่างกายเบื้องต้น ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป หากเป็นแผลให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ไม่จำเป็นต้องขัดถูจนแผลช้ำ หากเข้าตาหรือปากให้ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือล้างแผล จากนั้นให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ให้บริการด้านนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทีมแพทย์ประเมินความเสี่ยงและเริ่มจ่ายยาให้ทันเวลา

กระบวนการประเมินความเสี่ยงจากมุมมองหมอ

เมื่อมาถึงมือหมอ เราไม่ได้สั่งยาให้ทันทีโดยไม่มีการซักถาม เพราะการประเมินความเสี่ยงเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล แพทย์จะสอบถามถึงรายละเอียดเหตุการณ์ว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ประเภทของของเหลวที่สัมผัส หรือพฤติกรรมในขณะนั้น เพื่อตัดสินใจว่าจำเป็นต้องใช้ยา PEP หรือไม่ และเพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้ไม่มีภาวะสุขภาพอื่นที่อาจได้รับผลกระทบจากตัวยาต้านไวรัส

วิธีรับประทานยา PEP ให้ได้ผลดีที่สุด

การกินยา PEP ไม่ใช่แค่กินแล้วจบไป แต่ต้องอาศัยวินัยที่เคร่งครัดมาก เพราะยาต้องกินต่อเนื่องเป็นเวลา 28 วัน

  • กินยาตรงเวลาทุกวัน ห้ามขาดแม้แต่มื้อเดียว
  • หากลืมกินยา ให้รีบนึกขึ้นได้แล้วกินทันที แต่หากใกล้ถึงมื้อถัดไปให้ข้ามมื้อที่ลืมไปเลย ห้ามกินเบิ้ลสองเท่าเด็ดขาด
  • ติดตามผลเลือดตามนัดหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อดูการทำงานของตับและไต รวมถึงการตรวจเลือดเพื่อยืนยันสถานะการติดเชื้อในระยะยาว

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ระหว่างกินยา

ยา PEP เป็นยาต้านไวรัสที่ค่อนข้างแรง ในช่วงแรกที่เริ่มกินยา หลายคนอาจมีอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ พะอืดพะอม อ่อนเพลีย หรือปวดหัว อาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังจากร่างกายเริ่มปรับตัวได้ อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง หากใครมีอาการหนักจนกินข้าวไม่ได้หรืออาเจียนตลอดเวลา ควรกลับมาปรึกษาแพทย์เพื่อปรับแนวทางการดูแล อย่าตัดสินใจหยุดยาเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้การป้องกันล้มเหลว

ชีวิตหลังจากจบการกินยา 28 วัน

แม้จะกินยาครบ 28 วันแล้ว แต่การป้องกันยังไม่สิ้นสุด แพทย์จะนัดติดตามผลเลือดเพื่อตรวจซ้ำอีกครั้งในช่วง 1-3 เดือนหลังสัมผัสเชื้อ เพื่อยืนยันผลที่แน่นอนที่สุด ระหว่างนี้ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อหรือรับเชื้อซ้ำ และที่สำคัญที่สุดคือการใช้ PEP เป็นเพียงมาตรการฉุกเฉิน ไม่ควรใช้เป็นวิธีหลักในการป้องกัน ควรหันมาใช้ถุงยางอนามัยหรือพิจารณาการใช้ยา PrEP หากมีความเสี่ยงต่อเนื่องจะดีต่อสุขภาพระยะยาวมากกว่า

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down