ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายคน อาจจะเคยได้ยินคำว่า 'ความผิดปกติของหลอดเลือด' มาบ้าง แต่พอพูดถึง 'ในระบบทางเดินอาหารของทารก' หลายคนก็อาจจะเริ่มสงสัยว่ามันคืออะไรกันแน่ แล้วจะเกิดกับลูกน้อยของเราได้ไหม วันนี้คุณหมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ถึงเรื่องนี้กัน เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ทำความเข้าใจ และรู้เท่าทันอาการของเจ้าตัวเล็ก

ทำความรู้จัก: ปัญหาหลอดเลือดในระบบย่อยอาหารของลูกน้อยคืออะไรกันแน่?

ความผิดปกติของหลอดเลือดในระบบทางเดินอาหารของทารก หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Vascular Malformation คือภาวะที่หลอดเลือดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำ หรือหลอดน้ำเหลือง ที่อยู่ในบริเวณระบบทางเดินอาหารตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ไปจนถึงทวารหนัก มีการพัฒนาหรือเชื่อมต่อกันที่ผิดปกติไปตั้งแต่ตอนที่ลูกน้อยยังอยู่ในครรภ์

พูดง่ายๆ ก็คือ แทนที่หลอดเลือดเหล่านั้นจะเรียงตัวและทำงานได้ตามปกติ แต่กลับมีรูปร่าง ขนาด หรือการเชื่อมต่อที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้

แล้วความผิดปกติแบบไหนที่เจอบ่อยในเด็กๆ?

ความผิดปกติของหลอดเลือดมีหลายชนิด แต่ที่พบได้บ่อยในระบบทางเดินอาหารของทารก เช่น:

  • หลอดเลือดฝอยผิดปกติ (Capillary Malformation หรือ Hemangioma): เกิดจากเส้นเลือดฝอยเล็กๆ เจริญผิดปกติ บางครั้งอาจเห็นเป็นปานแดงๆ ที่ผิวหนัง แต่ก็สามารถเกิดในอวัยวะภายในอย่างระบบทางเดินอาหารได้
  • หลอดเลือดดำผิดปกติ (Venous Malformation): เป็นความผิดปกติของหลอดเลือดดำที่ขยายใหญ่ผิดปกติ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี
  • หลอดเลือดแดงและดำเชื่อมต่อกันโดยตรง (Arteriovenous Malformation - AVM): เป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงเชื่อมต่อโดยตรงกับหลอดเลือดดำ โดยไม่มีหลอดเลือดฝอยมาคั่นกลาง ทำให้เลือดไหลเวียนผิดปกติและอาจเกิดแรงดันสูง

ทำไมเจ้าตัวเล็กถึงมีปัญหาแบบนี้? (สาเหตุที่พ่อแม่ควรรู้)

ส่วนใหญ่แล้วความผิดปกติของหลอดเลือดเหล่านี้มักจะเป็นมาแต่กำเนิด เกิดจากการพัฒนาที่ผิดปกติของหลอดเลือดตั้งแต่ตอนที่ทารกยังอยู่ในครรภ์คุณแม่ คุณหมอยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมถึงเกิด แต่ที่แน่ๆ คือไม่ใช่ความผิดที่คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรผิดไป ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ หรือเกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอกโดยตรงเสียทีเดียว มักจะเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นเอง (Sporadic) โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน

สัญญาณเตือนจากลูกน้อย: อาการแบบไหนที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกต?

อาการของความผิดปกติของหลอดเลือดในระบบทางเดินอาหารของทารกนั้น แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิด ตำแหน่ง และขนาดของความผิดปกติ บางรายอาจไม่มีอาการเลยจนกว่าจะโตขึ้น แต่บางรายก็แสดงอาการตั้งแต่ยังเป็นทารก:

  • เลือดออกในทางเดินอาหาร: นี่คืออาการที่พบได้บ่อยที่สุด อาจเห็นเป็นเลือดสดๆ ปนมากับอุจจาระ หรืออุจจาระมีสีดำเหมือนยางมะตอย (เกิดจากเลือดที่ถูกย่อยแล้ว) หากเลือดออกเรื้อรังหรือออกมาก อาจทำให้ลูกน้อยซีด
  • ซีด อ่อนเพลีย: เกิดจากการเสียเลือดเรื้อรัง ทำให้ลูกน้อยขาดธาตุเหล็ก มีภาวะโลหิตจาง ตัวซีด เซื่องซึม ไม่ร่าเริง
  • ปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ: ลูกน้อยอาจงอแง ร้องไห้บ่อยๆ โดยเฉพาะหลังกินนมหรืออาหาร
  • น้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์: หากลูกน้อยมีปัญหาเลือดออกเรื้อรัง หรือมีอาการปวดท้องจนกินได้น้อย อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต
  • อาเจียน: บางครั้งอาจมีเลือดปนออกมาด้วย หากความผิดปกติอยู่บริเวณกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร
  • ภาวะลำไส้อุดตัน: ในบางกรณี หากก้อนหลอดเลือดผิดปกติมีขนาดใหญ่ อาจไปกดเบียดหรือทำให้ลำไส้บิดเกลียว เกิดภาวะลำไส้อุดตันได้ ซึ่งจะมีอาการปวดท้องรุนแรง อาเจียน ท้องอืด และไม่ถ่ายอุจจาระ

คุณหมอจะวินิจฉัยปัญหาหลอดเลือดในท้องลูกน้อยได้อย่างไร?

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นอาการผิดปกติ คุณหมอจะเริ่มจากการสอบถามประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัย:

  • การตรวจอุจจาระ: เพื่อหาเลือดแฝงในอุจจาระ
  • การตรวจเลือด: เพื่อดูภาวะโลหิตจาง และความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
  • การส่องกล้องทางเดินอาหาร (Endoscopy หรือ Colonoscopy): คุณหมอจะใช้กล้องขนาดเล็กสอดเข้าไปในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร หรือลำไส้ เพื่อมองหาความผิดปกติโดยตรง และอาจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ
  • การตรวจภาพถ่ายทางรังสี (Imaging Studies): เช่น การฉีดสารทึบแสงแล้วเอกซเรย์ (Angiography) เพื่อดูโครงสร้างของหลอดเลือด, การทำ MRI หรือ CT scan เพื่อดูรายละเอียดของอวัยวะและหลอดเลือด

เมื่อตรวจพบแล้ว... คุณหมอจะดูแลรักษาเจ้าตัวเล็กอย่างไรบ้าง?

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด ตำแหน่งของความผิดปกติ และความรุนแรงของอาการในลูกน้อยของคุณหมอจะพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด

ทางเลือกการรักษา: ผ่าตัด หรือใช้วิธีอื่น?

  • การเฝ้าระวัง (Observation): หากความผิดปกติมีขนาดเล็ก ไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่รุนแรง คุณหมออาจแนะนำให้เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
  • การรักษาด้วยยา (Medication): สำหรับ Hemangioma บางชนิด อาจใช้ยาเพื่อช่วยให้ขนาดของก้อนเล็กลง
  • การฉีดสารอุดหลอดเลือด (Embolization): เป็นการใช้เทคนิคทางรังสีวิทยา โดยคุณหมอจะใส่สายสวนขนาดเล็กเข้าไปยังหลอดเลือดที่ผิดปกติ แล้วฉีดสารบางชนิดเข้าไปเพื่ออุดกั้นการไหลเวียนของเลือดในบริเวณนั้น ทำให้ความผิดปกติยุบลงหรือเล็กลง
  • การผ่าตัด (Surgical Resection): หากความผิดปกติมีขนาดใหญ่ มีเลือดออกมาก หรือทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง คุณหมออาจแนะนำให้ผ่าตัดนำส่วนที่ผิดปกติออก

เรื่องที่ต้องระวัง: ภาวะแทรกซ้อนที่อาจตามมา

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ภาวะความผิดปกติของหลอดเลือดในระบบทางเดินอาหารของทารก อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น:

  • ภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง: จากการเสียเลือดเรื้อรัง อาจทำให้ลูกน้อยต้องได้รับการให้เลือดบ่อยๆ
  • การอุดตันในลำไส้: ทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน ถ่ายไม่ได้ ต้องได้รับการผ่าตัดฉุกเฉิน
  • ภาวะขาดสารอาหารและน้ำหนักตัวไม่ขึ้น: ส่งผลต่อพัฒนาการของลูกน้อย

คุณพ่อคุณแม่จะดูแลลูกน้อยที่มีภาวะนี้ได้อย่างไร?

การดูแลลูกน้อยที่มีภาวะนี้ต้องอาศัยความเข้าใจและความร่วมมือกับทีมแพทย์:

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด: ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับประทานยา การนัดหมายเพื่อติดตามอาการ
  • สังเกตอาการเปลี่ยนแปลงของลูกน้อย: หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นใหม่ หรืออาการเดิมแย่ลง ให้รีบแจ้งคุณหมอ
  • ดูแลเรื่องอาหารและโภชนาการ: ให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่เพียงพอ หากมีภาวะซีด คุณหมออาจแนะนำให้เสริมธาตุเหล็ก
  • ให้กำลังใจและดูแลสภาพจิตใจ: ทั้งของลูกน้อยและตัวคุณพ่อคุณแม่เอง การมีลูกป่วยเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ความรักและการดูแลเอาใจใส่จะช่วยให้ผ่านพ้นไปได้

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบพาเจ้าตัวเล็กไปหาคุณหมอ?

หากลูกน้อยมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพาไปพบคุณหมอทันที:

  • มีเลือดออกทางทวารหนักจำนวนมาก หรืออาเจียนเป็นเลือดสดๆ
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง ลูกน้อยร้องไม่หยุด งอตัว
  • มีอาการหน้าซีด ตัวเย็น ซึมลง หรือหมดสติ
  • ท้องอืดมาก ไม่ถ่าย ไม่ผายลม

คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลใจมากเกินไป หากลูกน้อยมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาคุณหมอตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม การดูแลเอาใจใส่ และความร่วมมือกับทีมแพทย์ จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กกลับมาแข็งแรงและเติบโตได้อย่างสมวัยค่ะ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ