ลูกกินนมแล้วมีอาการแปลกๆ ตกลงลูกแพ้นมวัวจริงไหม?
เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกมาหาที่คลินิกแล้วบอกว่า ลูกกินนมวัวแล้วมีผื่นขึ้น ท้องเสีย หรืออาเจียน สิ่งแรกที่หมอมักจะเจอคือความกังวลใจ เพราะอาการเหล่านี้ดูคล้ายกันไปหมดจนแยกยากว่าตกลงแล้วลูกเป็นแค่ภูมิแพ้ผิวหนัง ท้องเสียทั่วไป หรือกำลังเผชิญกับการวินิจฉัยภาวะแพ้นมวัวชนิดเฉียบพลันหรือเรื้อรังกันแน่
ในฐานะหมอเด็ก หมออยากบอกว่าการแพ้นมวัวไม่ใช่เรื่องไกลตัว และความจริงแล้วร่างกายของเด็กแต่ละคนแสดงออกไม่เหมือนกันเลย บางคนกินปุ๊บหน้าบวม ตาบวม หายใจไม่ออกทันที แต่อีกกลุ่มกลับค่อยๆ ซึม ท้องอืด ถ่ายมีมูกเลือดเรื้อรัง การทำความเข้าใจวิธีตรวจวินิจฉัยจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกพ้นจากอาการทรมานนี้ได้อย่างตรงจุดครับ
ประเภทของการแพ้นมวัวที่หมอพบ
ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการตรวจ หมออยากชวนทำความเข้าใจก่อนว่า ภาวะแพ้นมวัวที่เราพูดถึงกันนั้นแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ที่มีหน้าตาและวิธีตรวจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อาการเกิดไว รุนแรงทันที
กลุ่มนี้เรียกว่า IgE-mediated ครับ เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำปฏิกิริยากับโปรตีนในนมวัวอย่างรวดเร็ว มักแสดงอาการภายในไม่กี่นาทีจนถึงสองชั่วโมงหลังจากลูกดื่มนมเข้าไป ลูกจะมีอาการลมพิษขึ้นตามตัว หน้าบวม ปากบวม อาเจียนพุ่ง หรือบางรายอาจมีอาการหายใจมีเสียงหวีดร่วมด้วย ซึ่งกลุ่มนี้ค่อนข้างอันตรายและสังเกตง่ายเพราะอาการเกิดชิดกับเวลาที่กินนมเข้าไปชัดเจน
อาการมาแบบเงียบๆ เรื้อรัง
กลุ่มนี้เรียกว่า non-IgE-mediated เป็นแบบที่พ่อคุณแม่ปวดหัวที่สุด เพราะอาการจะไม่เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่จะค่อยๆ สะสมและแสดงออกในอีกหลายชั่วโมงหรือหลายวันต่อมา ลูกอาจจะมีอาการแหวะนมเรื้อรัง ท้องอืดงอแง น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ ผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่รักษาไม่หายสักที หรือหนักหน่อยคือถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน อาพวกนี้ทำให้คุณหมอต้องอาศัยประวัติอย่างละเอียดร่วมกับการตรวจพิเศษเพื่อยืนยันโรคครับ
ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยเมื่อพามาพบแพทย์
เวลาคุณพ่อคุณแม่พามาตรวจที่คลินิก หมอไม่ได้แค่ฟังอาการแล้วเดาโรค แต่จะมีกระบวนการทางการแพทย์ที่เป็นระบบเพื่อให้ได้คำตอบที่แม่นยำที่สุด ดังนี้ครับ
ซักประวัติอย่างละเอียดเหมือนนักสืบ
ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด หมอจะถามยิบเลยครับว่าลูกกินนมอะไร ปริมาณเท่าไหร่ เริ่มมีอาการหลังจากดื่มนมนานแค่ไหน อาการเป็นอย่างไรบ้าง และในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืด หรือผื่นแพ้ผิวหนังไหม ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้หมอฟันธงได้ถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์แล้วว่าลูกน่าจะแพ้นมวัวชนิดไหน
การตรวจสะดุดผิวหนัง
หรือที่เรียกว่า Skin Prick Test วิธีนี้หมอจะใช้เพื่อหาการแพ้แบบเฉียบพลัน โดยหยดน้ำตานมวัวลงบนแขนของลูก แล้วใช้เข็มสะกิดผิวหนังเบาๆ เพื่อให้นมซึมลงใต้ผิว ถ้าลูกแพ้ ตรงนั้นจะนูนแดงขึ้นมาเหมือนยุงกัดภายในสิบห้านาที รู้ผลไวและค่อนข้างแม่นยำสำหรับกลุ่มอาการเกิดไว
การเจาะเลือดตรวจหาภูมิต้านทานจำเพาะ
หากเด็กยังเล็กมากๆ หรือผิวหนังอักเสบจนทำ Skin Prick Test ไม่ได้ หมอจะเลือกเจาะเลือดตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันชนิด IgE ที่จำเพาะต่อโปรตีนนมวัว วิธีนี้ช่วยบอกได้ว่าร่างกายลูกมีปฏิกิริยาต่อโปรตีนนมวัวมากน้อยแค่ไหน แต่ไม่ได้แปลว่าตรวจเจอแล้วจะแสดงอาการเสมอไป ต้องดูร่วมกับอาการจริงด้วย
การทดสอบการหลีกเลี่ยงและการท้าทาย
สำหรับกลุ่มอาการเรื้อรังที่ตรวจเลือดไม่ค่อยเจอ หมอจะใช้วิธีมาตรฐานทองคำคือ การงดนมวัวเด็ดขาดเป็นเวลาสองถึงสี่สัปดาห์ แล้วดูว่าอาการดีขึ้นไหม ถ้าอาการดีขึ้นจนปลิดทิ้ง และพอกลับมากินนมวัวซ้ำแล้วอาการเดิมกำเริบขึ้นมาอีก ก็จะเป็นเครื่องยืนยันการวินิจฉัยที่ชัดเจนที่สุด แต่ขั้นตอนนี้ต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดนะครับ ห้ามลองเองที่บ้านเด็ดขาดเพราะอาจอันตรายหากลูกแพ้รุนแรง
วิธีดูแลเบื้องต้นและการเตรียมตัวก่อนมาพบแพทย์
หากสังเกตว่าลูกมีอาการเข้าข่าย สิ่งที่พ่อคุณแม่ควรทำคือการจดบันทึกอาหารที่ลูกกินและอาการที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ถ่ายรูปผื่นหรือลักษณะอุจจาระที่มีมูกเลือดเก็บไว้ให้หมอูดูด้วย จะช่วยให้การวินิจฉัยทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้นมากครับ
สุดท้ายนี้ หากลูกมีอาการแพ้ชนิดเฉียบพลัน เช่น หายใจไม่ออก หน้าบวม หรือซึมลง ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอให้ถึงมือแพทย์ที่คลินิก เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ครับ