ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงเวลาตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ฮอร์โมนที่พุ่งสูงขึ้นและขนาดของมดลูกที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนไปเบียดทับอวัยวะข้างเคียง ทำให้ระบบทางเดินปัสสาวะทำงานเปลี่ยนไปจากเดิม หนึ่งในปัญหาที่คุณหมอมักจะเจอและต้องคอยเตือนคุณแม่เสมอคือเรื่องของกระเพาะปัสสาวะอักเสบในสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่รีบรักษา อาจลุกลามจนเป็นอันตรายต่อทั้งคุณแม่และเจ้าตัวเล็กในท้องได้

ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์ถึงเสี่ยงเป็นโรคนี้มากกว่าคนทั่วไป

เวลาที่ตรวจคนไข้ที่เป็นคุณแม่ตั้งครรภ์แล้วมาด้วยอาการแสบขัด มักจะมาจากสาเหตุทางกายภาพที่เลี่ยงได้ยาก ช่วงท้องโตขึ้นมดลูกจะกดทับท่อไตและกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไหลลงมาได้ช้าลงและค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะนานกว่าปกติ ประกอบกับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่หลั่งออกมามากในช่วงนี้ จะทำให้กล้ามเนื้อเรียบของท่อปัสสาวะคลายตัวและบีบตัวน้อยลง แบคทีเรียเลยถือโอกาสนี้เติบโตได้ดีและเดินทางเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายขึ้น

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่ากระเพาะปัสสาวะเริ่มอักเสบแล้ว

อาการเริ่มต้นมักจะสังเกตได้ไม่ยาก แต่คุณแม่อาจจะเผลอคิดว่าเป็นเรื่องปกติของการตั้งครรภ์ เช่น ปัสสาวะบ่อยขึ้น แต่ถ้ารู้สึกว่ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเริ่มไม่ปกติแล้ว

  • ปวดแสบปวดขัด: เวลาปัสสาวะจะรู้สึกร้อนๆ หรือเจ็บขัดช่วงท้าย
  • ปัสสาวะไม่สุด: เพิ่งลุกจากห้องน้ำ แต่ออกมาเดินไม่กี่ก้าวก็รู้สึกปวดอยากเข้าห้องน้ำอีกแล้ว
  • ลักษณะปัสสาวะเปลี่ยนไป: ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นฉุนจัด หรือบางทีอาจมีเลือดปนออกมาจางๆ
  • ปวดหน่วงท้องน้อย: มีอาการถ่วงๆ บริเวณหัวหน่าวหรือปวดหลังส่วนล่าง

อันตรายแค่ไหนถ้าปล่อยให้อักเสบเรื้อรังโดยไม่หาหมอ

หลายคนคิดว่ากินน้ำเยอะๆ เดี๋ยวก็หายเอง แต่สำหรับคนท้อง การติดเชื้อแค่ที่กระเพาะปัสสาวะอาจลุกลามขึ้นไปที่กรวยไตได้ง่ายมาก แบคทีเรียที่ขึ้นไปถึงกรวยไตจะทำให้เกิดกรวยไตอักเสบ ซึ่งรุนแรงมากพอที่จะกระตุ้นให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักเด็กน้อยกว่าเกณฑ์ หรือทำให้คุณแม่มีไข้สูงหนาวสั่นติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายต่อชีวิตของทั้งแม่และลูก

วิธีดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้เชื้อโรคมาเยือน

การป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อตั้งแต่แรกคือวิธีที่ดีที่สุด คุณแม่สามารถปรับพฤติกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวันเพื่อลดความเสี่ยงได้

  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ: พยายามจิบน้ำตลอดทั้งวัน เพื่อช่วยขับแบคทีเรียออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ
  • อย่ากลั้นปัสสาวะเด็ดขาด: ปวดเมื่อไหร่ต้องเข้าห้องน้ำทันที การอั้นไว้จะเปิดโอกาสให้แบคทีเรียเบ่งบาน
  • ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี: เวลาเข้าห้องน้ำควรเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากทวารหนักลามมาที่ท่อปัสสาวะ
  • หลีกเลี่ยงสวนล้างจุดซ่อนเร้น: ใช้แค่น้ำเปล่าสะอาดล้างภายนอกก็พอ การสวนล้างจะไปทำลายสมดุลแบคทีเรียที่ดี ทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้น

วิธีรักษาเมื่อคุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นแล้ว

ถ้าคุณแม่มีอาการและมาพบแพทย์ เราจะทำการตรวจปัสสาวะเพื่อยืนยันผล หากพบเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะที่ปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์ให้ ซึ่งคุณแม่ต้องกินยาให้ครบตามโดสที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด แม้ว่าอาการแสบขัดจะหายไปตั้งแต่สองวันแรกแล้วก็ตาม ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดเพราะเชื้ออาจจะยังไม่หมดและดื้อยาได้ในภายหลัง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down