ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

บ้านที่ไม่สงบส่งผลต่อความคิดของเราอย่างไร

บ่อยครั้งที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคนไข้ที่ประสบปัญหาความเครียดสะสม หลายคนมักตั้งคำถามว่าทำไมตัวเองถึงมองโลกในแง่ร้าย หรือทำไมถึงรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ทั้งที่ชีวิตในปัจจุบันก็ไม่ได้มีปัญหาหนักหนาอะไร แต่เมื่อเราค่อยๆ ย้อนกลับไปสำรวจชีวิตในวัยเด็กหรือสภาพแวดล้อมในครอบครัว เรามักจะพบร่องรอยของความขัดแย้งที่ฝังลึกอยู่ การเติบโตมาในบ้านที่มีการทะเลาะเบาะแว้ง การใช้ความรุนแรง หรือบรรยากาศที่กดดันตลอดเวลา ส่งผลโดยตรงต่อ กระบวนการทางความคิดที่บิดเบือน ซึ่งเปรียบเสมือนเลนส์แว่นตาที่มัวหมอง ทำให้เรามองเห็นโลกไม่เป็นไปตามความเป็นจริง

กระบวนการทางความคิดที่บิดเบือน คืออะไรกันแน่

อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด มันคือกับดักทางความคิดที่สมองเราสร้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เพื่อพยายามเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่เจ็บปวดในอดีต เมื่อเด็กคนหนึ่งต้องอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง สมองจะปรับตัวเพื่อปกป้องตัวเองด้วยการสรุปผลหรือตีความเหตุการณ์ต่างๆ อย่างรวดเร็วและผิดเพี้ยนไปจากความจริง เพื่อเตรียมรับมือกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ กลไกเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน แต่มันยังคงทำงานอยู่ ทำให้เราตีความเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันอย่างบิดเบี้ยวจนนำไปสู่ความวิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้า

รูปแบบความคิดที่พบบ่อยเมื่อเติบโตมากับความขัดแย้ง

  • การเหมารวมว่าโลกนี้อันตรายเสมอ: หลายคนมีพื้นฐานความคิดว่าคนอื่นไว้ใจไม่ได้ หรือเชื่อว่าสักวันหนึ่งความสัมพันธ์ต้องจบลงด้วยการทะเลาะเสมอ
  • การคิดเข้าข้างตัวเองในเชิงลบ: เมื่อเกิดความขัดแย้งกับใครสักคน จะเชื่อทันทีว่าเป็นความผิดของตัวเอง หรือคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนไม่มีความสุข
  • การคิดแบบขาวหรือดำ: มองทุกอย่างสุดโต่ง ถ้าไม่ใช่ดีเลิศก็ต้องแย่ที่สุด ไม่มีพื้นที่ตรงกลางให้ความผิดพลาดหรือข้อผิดพลาดของมนุษย์
  • การอ่านใจคนอื่นแบบผิดๆ: เชื่อมั่นว่ารู้ว่าคนอื่นกำลังคิดลบกับเรา หรือกำลังตัดสินเราอยู่ ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

ทำไมสมองถึงต้องบิดเบือนความจริง

การปรับตัวของสมองในวัยเด็กคือความฉลาดรูปแบบหนึ่งครับ ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ความขัดแย้ง การเดาใจพ่อแม่หรือการระวังตัวถือเป็นเครื่องมือเอาตัวรอด สมองจึงเลือกที่จะเน้นย้ำแต่เรื่องลบๆ เพื่อให้เราไม่ประมาท แต่เมื่อเราพ้นจากสถานการณ์เหล่านั้นมาแล้ว กระบวนการนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่คอยทิ่มแทงสุขภาพจิตใจของเราในวัยทำงาน การยอมรับว่านี่เป็นเพียงกลไกการทำงานของสมองไม่ใช่ความผิดปกติของตัวตนที่แท้จริง คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการแก้ไข

วิธีปรับมุมมองเพื่อก้าวข้ามกับดักทางความคิด

การจะแก้ไข กระบวนการทางความคิดที่บิดเบือน ไม่ใช่เรื่องของการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนคิดบวกจ๋า แต่เป็นการฝึกมองโลกตามความเป็นจริงมากขึ้น สิ่งที่ทำได้คือ

  • หยุดและสังเกตความคิดตัวเอง: เมื่อไหร่ที่รู้สึกแย่ ลองถามตัวเองว่า หลักฐานอะไรที่สนับสนุนความคิดนี้ และมีหลักฐานอะไรที่ขัดแย้งกับความคิดนี้บ้าง
  • มองหาพื้นที่ตรงกลาง: ฝึกตั้งคำถามว่านอกจากความคิดแย่ๆ นี้แล้ว ยังมีความเป็นไปได้อื่นอีกไหมในสถานการณ์เดียวกัน
  • ใจดีกับตัวเองให้มากขึ้น: ตระหนักว่าเราไม่จำเป็นต้องแบกรับความขัดแย้งในอดีตไว้กับตัวตลอดไป การให้อภัยตัวเองและยอมรับว่าเราทำดีที่สุดแล้วในขณะที่เติบโตขึ้นมา คือยาวิเศษที่สุดครับ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down