หมอมักจะเจอคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาในคลินิกด้วยอาการปวดแก้ม แก้มบวม หรือบ่นว่าแผลร้อนในธรรมดาๆ ทำไมรอบนี้เจ็บปวดทรมานกว่าทุกครั้ง บางคนเพิ่งไปถอนฟันมาแล้วคิดว่าอาการปวดระบมหลังถอนฟันเป็นเรื่องปกติ แต่ผ่านไปสามสี่วันกลับปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนอ้าปากแทบไม่ได้ อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากแผลเดิมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากภาวะการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนในช่องปากที่ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่
จากแผลในปากธรรมดา กลายเป็นภาวะการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนในช่องปากได้อย่างไร?
ในช่องปากของคนเราเป็นแหล่งรวมของเชื้อแบคทีเรียนับล้านตัว ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายจะมีระบบภูมิคุ้มกันและเนื้อเยื่อเมือกในช่องปากคอยปกป้องไม่ให้เชื้อเหล่านี้ทำอันตรายเราได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดบาดแผลขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผลร้อนใน แผลจากการกัดโดนกระพุ้งแก้ม แผลผ่าฟันคุด หรือแผลหลังการถอนฟัน เกราะป้องกันตามธรรมชาติจะเปิดออกทันที หากเราดูแลความสะอาดไม่ดีพอ หรือร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง แบคทีเรียเจ้าถิ่นเหล่านั้นก็จะฉวยโอกาสแทรกซึมเข้าไปในบาดแผล ลึกเข้าไปถึงเนื้อเยื่อใต้ผิวเมือก จนเกิดเป็น การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนใน ช่องปากตามมา
สัญญาณเตือนภัย: อาการแบบไหนที่บอกว่าเชื้อแบคทีเรียเริ่มบุกรุกแล้ว
หลายคนแยกไม่ออกระหว่างอาการเจ็บแผลตามปกติ กับอาการปวดจากการติดเชื้อ หมออยากให้ลองสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ หากพบอาการข้อใดข้อหนึ่ง ควรรีบไปพบทันตแพทย์ทันที
- อาการปวดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ: ปกติแล้วแผลถอนฟันหรือแผลร้อนในจะค่อยๆ หายเจ็บภายในไม่กี่วัน แต่หากผ่านไป 3 วันแล้วกลับยิ่งเจ็บปวดรุนแรง ยาแก้ปวดธรรมดาเริ่มเอาไม่อยู่ นั่นคือสัญญาณแรกที่ต้องระวัง
- มีอาการบวม แดง และร้อน: บริเวณเหงือก แก้ม หรือใต้คางเริ่มมีอาการบวมโตอย่างเห็นได้ชัด เอามือจับแล้วรู้สึกอุ่นๆ ผิวหนังตึงแดง
- มีกลิ่นปากรุนแรงหรือมีรสชาติแปลกๆ ในปาก: เกิดจากการสะสมของหนองและเชื้อแบคทีเรียภายในแผล บางครั้งอาจมีน้ำหนองสีเหลืองหรือเขียวซึมออกมาจากแผลด้วย
- อ้าปากได้น้อยลง หรือกลืนอาหารลำบาก: บ่งบอกว่าการติดเชื้อเริ่มแพร่กระจายไปยังกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยวและกลืน
- มีไข้และต่อมน้ำเหลืองโต: ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยระบบส่วนกลาง มีไข้ต่ำๆ ไปจนถึงไข้สูง และคลำพบก้อนเจ็บใต้ขากรรไกรหรือลำคอ
ทำไมบางคนถึงเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนในช่องปากได้ง่ายกว่าคนอื่น?
หมอมักจะถูกถามบ่อยๆ ว่า ทำไมเพื่อนไปถอนฟันแล้วหายไวมาก แต่ทำไมตัวเราถึงมีอาการติดเชื้อแทรกซ้อน ปัจจัยที่ทำให้แต่ละคนมีความเสี่ยงต่างกันมีดังนี้
- สุขอนามัยในช่องปากที่ไม่ดีพอ: การละเลยการแปรงฟันหรือบ้วนปากอย่างถูกวิธี ทำให้มีเศษอาหารสะสมและกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศของแบคทีเรีย
- พฤติกรรมการแกะ เกา หรือดูดแผล: หลายคนชอบใช้ลิ้นไปดุนแผลบ่อยๆ หรือใช้นิ้วมือที่อาจจะไม่สะอาดไปสัมผัสแผลในปาก ซึ่งเป็นการนำเชื้อโรคเข้าสู่แผลโดยตรง
- ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ: คนที่พักผ่อนน้อย มีความเครียดสูง หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี ร่างกายจะต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียได้แย่ลง
- ภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย: น้ำลายมีเอนไซม์และสารต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ หากมีภาวะปากแห้งจากการกินยาบางชนิด หรือดื่มน้ำน้อย เกราะป้องกันส่วนนี้จะลดลงทันที
วิธีรักษาเมื่อเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนในช่องปาก
เมื่อมีการติดเชื้อแทรกซ้อนเกิดขึ้นแล้ว การซื้อยาแก้ฆ่าเชื้อมากินเองเป็นเรื่องที่หมอไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้เกิดการดื้อยา หรือรักษาไม่ตรงจุด ทันตแพทย์จะมีขั้นตอนการรักษาที่ถูกต้องดังนี้
- การกำจัดแหล่งรังโรค: หากมีหนอง ทันตแพทย์จะทำการเจาะระบายหนองออก หรือหากเกิดจากเศษอาหารอุดตันในแผลถอนฟัน ก็จะทำการล้างทำความสะอาดแผลอย่างละเอียด
- การใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม: ทันตแพทย์จะจ่ายยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ตรงกับชนิดของเชื้อ ซึ่งคนไข้จำเป็นต้องกินยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
- การรักษาประคับประคองอาการ: เช่น การจ่ายยาแก้ปวดลดไข้ ยาน้ำบ้วนปากฆ่าเชื้อเฉพาะที่ เพื่อช่วยให้แผลสะอาดและลดอาการระคายเคือง
วิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนในช่องปาก
การป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนตั้งแต่แรกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง
- รักษาความสะอาดอย่างอ่อนโยน: หลังถอนฟันหรือมีแผลในปาก ยังคงต้องแปรงฟันตามปกติ แต่ให้เว้นบริเวณแผลไว้ หรือแปรงอย่างเบามือที่สุด และใช้การอมกลั้วปากด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ แทนน้ำยาบ้วนปากรสเผ็ดร้อน
- หลีกเลี่ยงการรบกวนแผล: ห้ามใช้ลิ้นดุน ห้ามเอานิ้วจิ้ม และหลีกเลี่ยงการดูดแผลแรงๆ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลเปิดกว้างขึ้น
- เลือกกินอาหารที่เหมาะสม: ในช่วงวันแรกๆ ควรทานอาหารอ่อน รสไม่จัด และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีเศษเล็กๆ เช่น ข้าวคั่ว งา หรือถั่ว ซึ่งอาจจะเข้าไปอุดตันและเน่าเสียในแผลได้
- งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สารเคมีในบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดหดตัว แผลหายช้าลงอย่างมาก และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างน่ากลัว
แผลในช่องปากส่วนใหญ่สามารถหายได้เองตามธรรมชาติหากได้รับการดูแลที่เหมาะสม แต่หากสังเกตเห็นอาการผิดปกติที่หมอกล่าวไปข้างต้น อย่ารีรอที่จะกลับไปพบทันตแพทย์ทันที เพราะการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายลึกลงไป และช่วยให้ช่องปากกลับมาแข็งแรงใช้งานได้ปกติโดยเร็วที่สุด