ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเครียดหรือแค่ดื้อ? สังเกตอย่างไรว่าเด็กกำลังแบกรับความกดดัน

หลายครั้งที่พ่อแม่มักเข้าใจว่าเด็กไม่มีเรื่องให้ต้องเครียดเหมือนผู้ใหญ่ เพราะชีวิตดูเหมือนมีแค่การเล่นและการเรียน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เด็กสามารถเผชิญกับความเครียดและภาวะวิตกกังวลในวัยเด็กได้ไม่ต่างกัน เพียงแต่เขาอาจสื่อสารออกมาไม่เป็นภาษาเหมือนเรา การสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจึงเป็นกุญแจสำคัญ เช่น การที่ลูกบ่นปวดหัวปวดท้องบ่อยๆ โดยที่ร่างกายไม่ได้ป่วยไข้ หรือการที่ลูกเริ่มเก็บตัว ไม่ร่าเริงเหมือนเคย รวมถึงอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายผิดปกติ สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนที่กำลังบอกว่าเด็กกำลังแบกรับความกังวลบางอย่างอยู่ภายใน

สาเหตุที่ทำให้เด็กๆ รู้สึกกังวลเกินวัย

ความเครียดในเด็กมักมีรากฐานมาจากหลายปัจจัยรอบตัว ทั้งเรื่องที่โรงเรียนและที่บ้าน โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อยได้แก่

  • การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เช่น การย้ายโรงเรียน การหย่าร้างของพ่อแม่ หรือการมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว
  • ความคาดหวังที่สูงเกินไป ทั้งเรื่องผลการเรียนหรือการทำกิจกรรมต่างๆ
  • ความขัดแย้งระหว่างเพื่อน หรือการถูกรังแกในโรงเรียน
  • พันธุกรรมและพื้นฐานอารมณ์ของเด็กบางคนที่ไวต่อความรู้สึกมากกว่าเด็กคนอื่น

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะวิตกกังวลมักแสดงออกมาผ่านทั้งทางร่างกายและจิตใจ หากคุณพ่อคุณแม่พบพฤติกรรมเหล่านี้ต่อเนื่องกันนานเกิน 2 สัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

อาการทางกายที่ฟ้องว่าลูกไม่สบายใจ

เด็กหลายคนแสดงความเครียดผ่านอาการทางกาย เช่น ปวดท้องก่อนไปโรงเรียน อาหารไม่ย่อย ปวดหัวบ่อยครั้ง หรือนอนหลับยาก ฝันร้าย หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก ซึ่งอาการเหล่านี้หากตรวจร่างกายแล้วไม่พบความผิดปกติทางกายภาพ ให้สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นผลมาจากความเครียด

อาการทางใจและการแสดงออก

ลูกอาจเริ่มมีความมั่นใจในตัวเองต่ำลง กังวลเรื่องความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ หรือกลัวการแยกจากพ่อแม่ นอกจากนี้ยังรวมถึงสมาธิที่สั้นลง เรียนรู้ได้ช้าลงกว่าเดิม เพราะสมองมัวแต่ยุ่งกับการจัดการกับความกังวลจนไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับการเรียนรู้

วิธีช่วยลูกก้าวผ่านความกังวลด้วยความเข้าใจ

การเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกคือหัวใจสำคัญที่สุด เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการรับฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่ว่าเรื่องที่ลูกเล่าจะดูเล็กน้อยในสายตาเราแค่ไหน สำหรับเขามันคือเรื่องใหญ่เสมอ ให้โอกาสเขาได้พูดระบายความรู้สึกออกมา และช่วยเขาหาวิธีรับมือกับปัญหา แทนที่จะแก้ปัญหาให้ลูกทั้งหมด

เมื่อไหร่ที่ต้องพาเด็กไปพบคุณหมอ

หากอาการวิตกกังวลเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของลูก เช่น ไม่ยอมไปโรงเรียนอย่างเด็ดขาด กินไม่ได้นอนไม่หลับ หรือมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง การปรึกษาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นทางออกที่จะช่วยให้เด็กได้รับวิธีการบำบัดที่เหมาะสม เช่น การปรับพฤติกรรม หรือการทำจิตบำบัด เพื่อให้เขากลับมามีความสุขและเติบโตได้อย่างสมวัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down