เวลาที่เห็นผื่นแดงหรือตุ่มใสขึ้นตามตัว หลายคนมักจะนึกถึงโรคอีสุกอีใสเป็นอันดับแรก เพราะเป็นโรคที่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผื่นตุ่มน้ำในลักษณะนี้ไม่ได้แปลว่าเป็นอีสุกอีใสเสมอไป ในฐานะแพทย์ที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้บ่อยๆ ผมมักจะเจอโรคผิวหนังหลายชนิดที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกันจนทำให้สับสนได้ง่าย วันนี้เรามาลองดูกันว่า หมอมีวิธีแยกแยะโรคเหล่านี้อย่างไร และมีโรคอะไรบ้างที่ชอบทำเนียนมาคล้ายอีสุกอีใส
อีสุกอีใสหน้าตาเป็นอย่างไร ทำไมถึงสับสนกับโรคอื่นบ่อย?
ก่อนจะไปดูโรคอื่น เรามาทบทวนลักษณะเด่นของอีสุกอีใสกันก่อน โรคนี้เกิดจากไวรัส Varicella Zoster จุดสังเกตที่สำคัญคือ ผื่นจะเริ่มจากจุดแดงๆ กลายเป็นตุ่มนูน แล้วกลายเป็นตุ่มน้ำใสที่มีฐานสีแดง ภายในวันสองวันตุ่มน้ำนี้จะขุ่นขึ้นแล้วยุบตัวกลายเป็นสะเก็ด สิ่งที่สำคัญที่สุดของอีสุกอีใสคือ ตุ่มจะทยอยขึ้นทีละระลอก ทำให้ในเวลาเดียวกัน เราจะเห็นผื่นหลายระยะอยู่บนตัวคนไข้พร้อมกัน ทั้งตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส และสะเก็ด ซึ่งเราเรียกว่าลักษณะเหรียญรวมมิตร และมักจะมีไข้ร่วมด้วยในระยะแรก
โรคงูสวัด: ญาติสนิทชิดเชื้อจากไวรัสตัวเดียวกัน
โรคแรกที่ต้องนึกถึงคือ งูสวัด หลายคนอาจสงสัยว่าต่างกันอย่างไรในเมื่อเกิดจากไวรัสตัวเดียวกัน ความจริงคือ งูสวัดเป็นการกำเริบซ้ำของเชื้ออีสุกอีใสที่เคยหลบซ่อนอยู่ในปมประสาท จุดสังเกตที่ต่างกันอย่างชัดเจนคือ ลักษณะการกระจายตัว งูสวัดจะไม่ขึ้นกระจายทั่วตัวเหมือนอีสุกอีใส แต่จะขึ้นเป็นกลุ่มเฉพาะในแนวเส้นประสาทซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย เช่น ที่สีข้าง ใบหน้า หรือแนวหลัง และมักมีอาการปวดแสบปวดร้อนนำมาก่อนที่ผื่นจะขึ้นค่อนข้างชัดเจน
โรคมือ เท้า ปาก: ตุ่มใสวัยเด็กที่ชอบขึ้นในที่ลับตา
โรคนี้มักเจอในเด็กเล็กและบางครั้งในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนหรือเวลาที่โรงเรียนเปิดเทอม หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นอีสุกอีใสเพราะมีไข้และมีตุ่มน้ำขึ้น แต่ความแตกต่างคือ ตำแหน่งของตุ่มโรคมือ เท้า ปาก จะไม่ได้กระจายทั่วตัวเหมือนอีสุกอีใส แต่จะกระจายตัวเด่นชัดบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในช่องปาก รวมถึงบริเวณก้นหรือหัวเข่า ตุ่มน้ำในโรคนี้มักจะแบนรีและมีอาการเจ็บในปากมากกว่าคัน ต่างจากอีสุกอีใสที่มักจะมีอาการคันนำมาก่อน
แพ้ยาชนิดรุนแรงและผื่นแพ้สัมผัส: ร่องรอยจากสิ่งที่สัมผัสหรือกินเข้าไป
บางครั้งคนไข้เดินเข้ามาด้วยตุ่มน้ำพองใสทั่วตัว ซึ่งอาจเกิดจากปฏิกิริยาแพ้ยาที่รุนแรง หรือโรคผิวหนังอักเสบจากการแพ้สารเคมีหรือพืชบางชนิด การแยกโรคนี้หมอจำเป็นต้องซักประวัติอย่างละเอียดเรื่องประวัติการใช้ยา อาหารเสริม หรือการไปสัมผัสสิ่งแปลกปลอมในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก่อนหน้า ผื่นจากการแพ้มักจะไม่มีไข้เด่นชัดเหมือนอีสุกอีใสในระยะเริ่มต้น และมักจะมีประวัติการสัมผัสหรือใช้ยาใหม่ร่วมด้วย
ตุ่มจากแมลงกัดต่อยและภูมิแพ้ผิวหนัง: อาการระคายเคืองที่ใกล้ตัวที่สุด
อีกหนึ่งสาเหตุที่พบบ่อยมากคือ ตุ่มจากแมลงกัดต่อย เช่น หมัด ไร หรือตัวเรือดูดเลือด ซึ่งบางครั้งตุ่มน้ำอาจมีขนาดใหญ่จนดูน่ากลัวและทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นอีสุกอีใส แต่จุดสังเกตคือ ตุ่มจากแมลงมักจะขึ้นบริเวณที่นอกร่มผ้าหรือจุดที่แมลงเข้าถึงได้ง่าย และมักจะมีอาการคันมากเป็นหลัก ไม่มีไข้ร่วมด้วย และไม่มีลักษณะการขึ้นเป็นระลอกทั่วตัวเหมือนโรคติดเชื้อไวรัส
อาการแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์เพื่อความแน่ใจ?
หากคุณหรือคนในครอบครัวมีผื่นตุ่มใสขึ้น แล้วไม่แน่ใจว่าเป็นอีสุกอีใสจริงหรือไม่ แนะนำให้ลองสังเกตอาการรอบตัวร่วมด้วย เช่น มีไข้ร่วมด้วยไหม ผื่นกระจายตัวอย่างไร หรือมีอาการปวดแสบปวดร้อนร่วมด้วยหรือเปล่า หากมีอาการไข้สูง ผื่นลามเร็วมาก หรือมีอาการเจ็บตาและตามัวร่วมด้วย ควรรีบมาพบแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ทั่วไปเพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด เพราะการรักษาแต่ละโรคมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การรู้โรคตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุดครับ