เวลาที่เราพาเจ้าตัวเล็กไปสนามเด็กเล่น แล้วสังเกตเห็นว่าลูกยืนมองเพื่อนเล่นกันอยู่มุมห้อง หรือเวลาเข้าไปแจมกับคนอื่นแล้วมักจะแย่งของเล่น ทำเพื่อนร้องไห้ หรือโดนเพื่อนปฏิเสธบ่อยๆ หลายครอบครัวอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของเด็ก เดี๋ยวโตขึ้นก็คงดีขึ้นเอง แต่ในฐานะหมอที่ตรวจพัฒนาการเด็กมานาน อยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาลองสังเกตลึกลงไปอีกนิด เพราะบางทีนี่อาจไม่ใช่แค่ความเขินอายธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของการขาดทักษะการเล่นกับผู้อื่นที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการฝึกฝนอย่างถูกวิธี
การเล่นสำคัญกับเด็กแค่ไหน ทำไมเด็กบางคนถึงเข้ากลุ่มกับเพื่อนไม่ได้
การเล่นไม่ใช่แค่เรื่องสนุกฆ่าเวลา แต่สำหรับเด็กแล้ว การเล่นคือสนามฝึกซ้อมชีวิตจริง เป็นพื้นที่ที่สมองและอารมณ์ได้เรียนรู้การเข้าสังคม การควบคุมตัวเอง การแบ่งปัน และการอ่านภาษากายของผู้อื่น เด็กที่เล่นกับเพื่อนเก่ง มักจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดี แต่เด็กที่มีปัญหาเรื่องการขาดทักษะการเล่นกับผู้อื่น มักจะพลาดโอกาสสำคัญในการพัฒนาทักษะทางสังคมเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว หงุดหงิดง่าย หรือไม่อยากไปโรงเรียนในที่สุด
สังเกตลูกรัก อาการแบบไหนที่เรียกว่ามีปัญหาเรื่องการเล่นกับคนอื่น
เวลาที่พูดถึงเด็กที่เข้าสังคมยาก พ่อแม่มักจะนึกถึงเด็กเงียบๆ ที่ไม่ยอมคุยกับใคร แต่ในความเป็นจริง การขาดทักษะการเล่นกับผู้อื่นแสดงออกได้หลายรูปแบบมาก ซึ่งหมออยากให้ลองสังเกตพฤติกรรมรอบตัวลูกดูว่ามีลักษณะเหล่านี้หรือไม่
เล่นคนเดียวตลอดเวลาและไม่สนใจโลกภายนอก
ลูกอาจจะหมกมุ่นอยู่กับการเล่นของตัวเองซ้ำๆ เช่น การเรียงรถของเล่นเป็นแถวยาวนานเป็นชั่วโมง โดยไม่สนใจว่าใครจะมาชวนคุย หรือต่อให้มีเพื่อนมาสะกิดชวนเล่นด้วย ก็ทำท่าเหมือนมองไม่เห็นและเล่นต่อคนเดียว โลกส่วนตัวสูงจนคนอื่นเข้าไม่ถึง
อยากเล่นด้วยแต่เข้าหาคนอื่นไม่ถูกวิธี
กลุ่มนี้ต่างออกไปคืออยากเล่นกับเพื่อนนะ แต่ขาดทักษะทางสังคมที่ดี เวลาอยากได้ของเล่นก็ใช้วิธีเดินไปแย่งดึงมาจากมือเพื่อนทันที หรือเวลาอยากชวนเพื่อนวิ่งไล่จับ ก็ใช้วิธีวิ่งไปผลักหลังเพื่อนแรงๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือเพื่อนตกใจกลัว ร้องไห้ และไม่อยากเล่นด้วย ทำให้ลูกเข้าใจผิดว่าเพื่อนใจร้ายและไมยอมรับตนเอง
เล่นตามกติกาไม่เป็นและยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้
เมื่อต้องเล่นเกมที่มีกติกาหรือต้องผลัดกันเล่น เด็กกลุ่มนี้มักจะทนรอคอยไม่ไหว อยากเป็นผู้ชนะอยู่คนเดียวตลอดเวลา ถ้าแพ้ขึ้นมาจะโกรธอาละวาด ขว้างปาสิ่งของ หรือเปลี่ยนกติกาหน้างานดื้อๆ ทำให้เพื่อนๆ เอือมระอาและไม่อยากชวนเล่นรอบหน้า
เบื้องหลังพฤติกรรม ทำไมลูกถึงขาดทักษะการเล่นกับผู้อื่น
ก่อนที่เราจะไปตำหนิว่าลูกเอาแต่ใจหรือเกเร อยากให้เข้าใจก่อนว่า พฤติกรรมเหล่านี้มักมีรากลึกมาจากปัจจัยทางพัฒนาการและสภาพแวดล้อม เช่น ความล่าช้าทางด้านพัฒนาการทางภาษา ทำให้สื่อสารกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง ความบกพร่องในการประมวลผลทางประสาทสัมผัส หรือแม้กระทั่งการที่เด็กใช้เวลาหน้าจอโทรศัพท์แท็บเล็ตมากเกินไป จนขาดโอกาสในการฝึกปฏิสัมพันธ์แบบเจอหน้ากันจริงๆ ที่มีความซับซ้อนและต้องอ่านอารมณ์ของคู่สนทนา
แนวทางช่วยเหลือจากพ่อแม่ พา การขาดทักษะการเล่นกับผู้อื่น ให้ดีขึ้นได้อย่างไร
ข่าวดีคือทักษะทางสังคมเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรียนรู้และฝึกฝนกันได้ เปรียบเสมือนกล้ามเนื้อที่ต้องหมั่นออกกำลังกาย โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มต้นได้จากบ้านตัวเอง
- เป็นคู่ซ้อมคนแรกให้ลูก: ใช้เวลาเล่นสมมติกับลูกที่บ้าน สอนการผลัดกันเล่น การแบ่งปันของเล่น และการพูดขออนุญาต เช่น "แม่ขอยืมอันนี้หน่อยได้ไหมคะ" เพื่อให้ลูกเห็นตัวอย่างที่ถูกต้อง
- ถอดบทเรียนหลังการเล่น: หากลูกไปเล่นกับเพื่อนแล้วมีปัญหา กลับมาบ้านอย่าเพิ่งดุว่า แต่ชวนคุยด้วยความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนั้น และชวนคิดวิธีแก้ปัญหาใหม่ที่ดีกว่าเดิม
- นัดเพื่อนมาเล่นทีละคนในพื้นที่ปลอดภัย: สำหรับเด็กที่เข้าสังคมยาก การเจอคนหมู่มากอาจจะทำให้ตื่นตระหนก เริ่มจากการชวนเพื่อนสนิทของลูกมาเล่นที่บ้านสักหนึ่งคนในบรรยากาศสบายๆ และคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ เพื่อช่วยไกล่เกลี่ยเวลาเกิดความขัดแย้ง
การปรับปรุงเรื่องการขาดทักษะการเล่นกับผู้อื่นต้องใช้เวลา ความใจเย็น และความเข้าใจจากคนรอบข้างเป็นสำคัญ ค่อยๆ ประคับประคองและให้กำลังใจลูกในทุกๆ ก้าวเล็กๆ ที่เขาพยายามเปิดใจเข้าหาโลกกว้างนะครับ