เวลาที่ตรวจเจอโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง หลายคนมักจะงว่าทำไมจู่ๆ ถึงเป็นโรคนี้ขึ้นมา ทั้งที่ในชีวิตประจำวันก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บป่วยอะไรหนักหนา แต่ความจริงแล้ว ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่อดทนมากครับ มันยอมทำงานหนักเงียบๆ มานานแรมปี กว่าจะแสดงอาการเตือนออกมาให้เราปวดท้องจนทนไม่ไหว วันนี้ผมเลยอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับเจ้าโรคนี้ให้ลึกซึ้งขึ้น แบบเข้าใจง่ายๆ สไตล์หมอเล่าให้ฟังครับ
ตับอ่อนของเรากำลังเผชิญกับอะไรอยู่ ทำไมถึงอักเสบเรื้อรัง?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองนึกภาพตับอ่อนเป็นโรงงานผลิตน้ำย่อยและฮอร์โมนอินซูลินคอยช่วยย่อยอาหารที่เรากินเข้าไปครับ ปกติแล้วน้ำย่อยเหล่านี้จะถูกส่งไปทำงานในลำไส้โดยไม่มีพิษภัยอะไร แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ตับอ่อนเกิดการอักเสบซ้ำๆ เป็นเวลานานจากหลายๆ สาเหตุ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อกันเป็นประจำ หรือมีนิ่วในถุงน้ำดี น้ำย่อยพวกนี้จะเริ่มทำงานตั้งแต่ยังอยู่ในตัวตับอ่อนเอง เปรียบเสมือนกรดที่ค่อยๆ กัดกินและทำลายเนื้อเยื่อตับอ่อนทีละน้อย จนเนื้อเยื่อดีๆ ถูกแทนที่ด้วยพังผืด ทำให้ตับอ่อนแข็งตัวและสูญเสียหน้าที่ไปทีละนิดครับ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าตับอ่อนเริ่มพังทีละน้อย?
อาการของโรคนี้ไม่ได้มาแบบตูมเดียวหายครับ แต่มักจะค่อยๆ ซึมลึกและสร้างความรำคาญใจให้เราเรื่อยๆ โดยอาการเด่นๆ ที่คนไข้มักจะมาเล่าให้ฟังที่ห้องตรวจมีดังนี้ครับ
- อาการปวดท้องเรื้อรัง: มักจะปวดจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงซ้าย แล้วอาจจะร้าวทะลุไปที่หลัง ซึ่งอาการปวดนี้มักจะกำเริบหนักขึ้นหลังจากที่เรากินอาหารมื้อใหญ่ หรือหลังจากดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป
- น้ำหนักลดฮวบโดยไม่รู้ตัว: หลายคนกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน หรือน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจลดความอ้วน
- อุจจาระผิดปกติ: สังเกตว่าอุจจาระจะมีลักษณะเหลว เป็นมันเยิ้ม มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง และล้างออกยาก นั่นเป็นเพราะร่างกายไม่สามารถย่อยไขมันได้ตามปกติแล้ว
- อาการตัวเหลืองตาเหลือง: เกิดขึ้นได้ถ้าท่อน้ำดีถูกพังผืดหรือตัวตับอ่อนที่บวมโตไปกดเบียดเอาไว้
สาเหตุหลักที่ทำให้ตับอ่อนต้องทำงานจนช้ำใน
ถ้าพูดถึงต้นตอของปัญหา โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรังไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ ครับ ตัวการหลักๆ ที่ผมพบเจอในห้องตรวจบ่อยที่สุดมีอยู่ไม่กี่อย่าง
- การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำและยาวนาน: นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งเลยครับ แอลกอฮอล์และสารเคมีที่เกิดจากการเผาผลาญจะไปทำลายเซลล์ตับอ่อนโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังสะสม
- นิ่วในถุงน้ำดี: หากก้อนนิ่วหลุดลงมาอุดตันท่อส่งน้ำย่อย น้ำย่อยจะไหลย้อนกลับและทำลายตับอ่อนทันที
- ระดับไขมันในเลือดสูงเกินไป: ไตรกลีเซอไรด์ที่สูงปรี๊ดสามารถกระตุ้นให้ตับอ่อนอักเสบรุนแรงได้
- พันธุกรรมและความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน: ในบางคนอาจเกิดจากยีนในครอบครัวที่ทำให้ตับอ่อนเปราะบางกว่าปกติ
วิธีดูแลรักษาและการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต
สำหรับการรักษาโรคนี้ เป้าหมายหลักคือการหยุดยั้งความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้น บรรเทาอาการปวด และช่วยให้ร่างกายกลับมาได้รับสารอาหารที่เพียงพอครับ
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน: ต้องเด็ดขาดกับการงดแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ควรเปลี่ยนมากินอาหารมื้อเล็กๆ แต่บ่อยครั้ง เลี่ยงอาหารไขมันสูงจัด เพราะตับอ่อนย่อยไขมันไม่ไหวแล้ว
- การใช้ยาบรรเทาอาการปวด: แพทย์จะพิจารณาให้ยาแก้ปวดที่เหมาะสมตามระดับความรุนแรง
- การกินเอนไซม์ทดแทน: เนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตน้ำย่อยได้เองแล้ว หมอจะจ่ายเอนไซม์เสริมให้กินพร้อมมื้ออาหาร เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารกลับไปใช้ได้เหมือนเดิม และลดอาการท้องเสียอุจจาระมัน
- การควบคุมระดับน้ำตาล: หากตับอ่อนเสียหายมากจนสร้างอินซูลินไม่ได้ ก็อาจจะต้องดูแลเรื่องโรคเบาหวานร่วมด้วย
การอยู่ร่วมกับโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรังต้องอาศัยความเข้าใจและความร่วมมือในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตค่อนข้างมากครับ หากใครเริ่มมีอาการปวดท้องเรื้อรังหรือมีความผิดเกี่ยวกับการย่อยอาหาร อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนดูแลรักษาก่อนที่ตับอ่อนจะเสียหายไปมากกว่านี้นะครับ