เวลาเข้าห้องน้ำแล้วสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เช่น กดชักโครกแล้วล้างไม่ออก มีคราบมันลอยวนอยู่บนผิวน้ำ หรือเนื้ออุจจาระเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสว่างแบบแปลกตา หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะมื้ออาหารเมื่อคืนที่กินของมันๆ เข้าไป แต่ถ้าอาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันเดียวแล้วหายไป แต่กลับมาบ่อยๆ หรือเป็นเรื้อรัง ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่างที่สำคัญมากจากระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะเรื่องราวของ อุจจาระสีเหลืองทองและมีมันเยิ้ม ที่หมออยากชวนมาทำความเข้าใจกันในวันนี้
ทำไมอึถึงกลายเป็นสีเหลืองทองและมีคราบมันลอย?
ตามปกติแล้ว อุจจาระของเราจะมีสีน้ำตาลเข้มเนื่องจากน้ำดีที่ถูกขับออกมาจากตับและถุงน้ำดี แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ระบบย่อยอาหารเริ่มทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะกระบวนการย่อยและดูดซึมไขมัน ไขมันเหล่านั้นจะไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ แต่จะถูกขับถ่ายออกมาพร้อมกับอุจจาระโดยตรง ทางการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า สตีทอร์เรีย หรือภาวะที่มีไขมันปนในอุจจาระ (Steatorrhea) ซึ่งมักมาพร้อมกับลักษณะพิเศษคือ อุจจาระจะมีสีเหลืองทองสว่าง มีกลิ่นเหม็นหืนรุนแรงกว่าปกติ และลอยน้ำเพราะความหนาแน่นของไขมันที่ปะปนอยู่นั่นเอง
เมื่อตับอ่อนทำงานไม่ไหว น้ำย่อยไขมันเลยขาดหายไป
ตับอ่อนเปรียบเสมือนโรงงานผลิตเอนไซม์ชิ้นสำคัญของร่างกาย โดยทำหน้าที่สร้างน้ำย่อยกลุ่มไลเปสเพื่อมาย่อยสลายไขมันที่เรากินเข้าไปให้มีขนาดเล็กจนลำไส้เล็กสามารถดูดซึมได้ แต่ถ้าวันหนึ่งตับอ่อนเกิดอักเสบเรื้อรัง เป็นโรคมะเร็งตับอ่อน หรือมีภาวะท่อน้ำอุดตัน เอนไซม์เหล่านี้จะถูกส่งมาที่ลำไส้ไม่ได้ ผลลัพธ์คือไขมันทั้งหมดจะหลุดรอดผ่านระบบทางเดินอาหารไปโดยไม่มีการย่อย ทำให้เกิด อุจจาระสีเหลืองทองและมีมันเยิ้ม ชัดเจน ซึ่งมักจะมีอาการปวดท้องช่วงบนร้าวไปหลังร่วมด้วย
ภาวะลำไส้ดูดซึมสารอาหารไม่ได้ดั่งใจ หรือ Malabsorption
อีกหนึ่งสาเหตุหลักที่พบบ่อยคือ ภาวะที่ลำไส้เล็กสูญเสียความสามารถในการดูดซึมสารอาหาร แม้ว่าตับอ่อนจะผลิตน้ำย่อยออกมาปกติแล้วก็ตาม แต่เยื่อบุลำไส้มีความเสียหายจากโรคต่างๆ เช่น โรแพ้กลูเตน โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือภาวะหลังการผ่าตัดกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้สารอาหารประเภทไขมันและวิตามินที่ละลายในไขมันไม่สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ ผู้ป่วยนอกจากจะมีอุจจาระมันเยิ้มแล้ว มักจะเริ่มมีอาการน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลีย และมีอาการขาดวิตามินร่วมด้วย
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรตัดสินใจไปพบแพทย์ทันที
ถ้าอาการอุจจาระมันเยิ้มเกิดขึ้นแค่วันเดียวแล้วหายไปหลังจากกินอาหารมันจัด อาจเกิดจากการทำงานชั่วคราวของระบบย่อย แต่ถ้าลักษณะดังกล่าวเป็นติดต่อกันเกินหนึ่งสัปดาห์ ร่วมกับอาการเหล่านี้ หมอแนะนำว่าควรมาตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด:
- น้ำหนักตัวลดลงฮวบฮาบทั้งที่กินอาหารได้ปกติหรือมากกว่าเดิม
- มีอาการปวดท้องรุนแรงบริเวณลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงซ้าย ที่มักปวดร้าวทะลุไปที่แผ่นหลัง
- ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะมีสีเข้มจัดเหมือนน้ำชา
- มีไข้ต่ำๆ ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียนหลังมื้ออาหาร
วิธีตรวจวินิจฉัยของแพทย์เพื่อหาต้นตอที่แท้จริง
เมื่อมาพบแพทย์ด้วยอาการ อุจจาระสีเหลืองทองและมีมันเยิ้ม ขั้นตอนการตรวจจะเริ่มต้นจากการซักประวัติการกินอาหารและลักษณะอุจจาระอย่างละเอียด จากนั้นอาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจอุจจาระหาปริมาณไขมันสะสม การเจาะเลือดดูการทำงานของตับและตับอ่อน รวมถึงการทำอัลตราซาวด์ช่องท้องหรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อดูสภาพเนื้อเยื่อของตับอ่อนและลำไส้เล็ก ว่ามีความผิดปกติ เช่น ก้อนเนื้อ นิ่วในท่อน้ำดี หรือภาวะอักเสบเรื้อรังซ่อนอยู่หรือไม่
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลตัวเองเบื้องต้น
ในระหว่างรอพบแพทย์หรือระหว่างการรักษาตามกระบวนการทางการแพทย์ การปรับพฤติกรรมการกินสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ระดับหนึ่ง โดยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอด หรือเนื้อสัตว์ติดมันที่ย่อยยาก หันมาเน้นโปรตีนย่อยง่ายและผักผลไม้ที่มีกากใยพอเหมาะ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และที่สำคัญที่สุดคือควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด หากมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับตับอ่อนหรือระบบทางเดินอาหาร ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอยู่เสมอ เพื่อสุขภาพลำไส้และตับอ่อนที่แข็งแรงในระยะยาว