ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทุกครั้งที่ลูกน้อยมีอาการไอ หอบหืด หรือหลอดลมอักเสบ และแพทย์จ่ายยาพ่นกลับมาให้ทำเองที่บ้าน สิ่งที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หนักใจที่สุดมักไม่ใช่เรื่องของตัวยา แต่เป็นคำถามที่ว่า จะทำอย่างไรให้ลูกยอมพ่นยาแต่โดยดีโดยไม่ร้องไห้โยเยดิ้นหนี และยาที่พ่นไปนั้นจะเข้าสู่ปอดของลูกได้เต็มที่จริงหรือไม่

ความกังวลใจเหล่านี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่หมอเจอในห้องตรวจแทบทุกวัน เพราะปอดของทารกยังมีขนาดเล็ก แรงสูดหายใจก็น้อย แถมเด็กๆ ยังไม่สามารถทำตามคำสั่งให้สูดยาลึกๆ เหมือนผู้ใหญ่ได้ การพ่นยาในวัยนี้จึงต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมและเทคนิคเฉพาะตัว วันนี้หมออยากมาชวนคุยและแชร์เทคนิคที่จะช่วยเปลี่ยนเรื่องพ่นยาที่แสนวุ่นวาย ให้กลายเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยสำหรับเจ้าตัวเล็กกัน

รู้จักกับอุปกรณ์พ่นยาคู่ใจ: แบบไหนที่เหมาะกับลูกเราที่สุด

ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการพ่นยา หมออยากทำความเข้าใจก่อนว่า สำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก เราไม่สามารถให้เขาอมกระบอกยาแล้วกดพ่นเข้าปากโดยตรงเหมือนผู้ใหญ่ได้ อุปกรณ์หลักๆ ที่เรามักจะได้รับจากโรงพยาบาลจึงแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักตามความเหมาะสมของอาการ

  • ยาพ่นชนิดสูดดมผ่านกระบอกกักยา (Spacer) ร่วมกับหน้ากากซิลิโคน (Mask): นี่คืออุปกรณ์มาตรฐานที่คุณหมอเด็กนิยมจ่ายให้มากที่สุด ตัวกระบอกจะช่วยกักละอองยาไว้ด้านใน เพื่อให้ลูกค่อยๆ หายใจสูดยาเข้าไปได้ตามจังหวะการหายใจปกติ โดยมีหน้ากากซิลิโคนนุ่มๆ คอยครอบปิดบริเวณจมูกและปากเพื่อไม่ให้ยารั่วไหลออกไปด้านนอก
  • เครื่องพ่นละอองยา (Nebulizer): เครื่องนี้จะเปลี่ยนยาส่วนที่เป็นของเหลวให้กลายเป็นละอองฝอยละเอียด คล้ายกับควันสีขาวพ่นออกมาอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับทารกที่มีอาการหอบเหนื่อยรุนแรง หรือในรายที่ยังไม่สามารถร่วมมือในการใช้กระบอกกักยาได้

ขั้นตอนการพ่นยาแบบจับมือทำ: เทคนิคการพ่นยาสำหรับทารกอย่างถูกต้องและปลอดภัย เพื่อให้ยาเข้าสู่ปอดได้เต็มที่

สำหรับการพ่นยาโดยใช้กระบอกกักยาร่วมกับหน้ากาก ซึ่งเป็นวิธีที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำเองบ่อยที่สุดที่บ้าน หมอมีขั้นตอนง่ายๆ ที่อยากให้จำและนำไปปฏิบัติตาม เพื่อให้มั่นใจว่าลูกน้อยจะได้รับยาอย่างครบถ้วนและปลอดภัยที่สุด

1. เตรียมอุปกรณ์และความพร้อมของตัวเราเอง

ก่อนเริ่มทำทุกครั้ง ควรล้างมือให้สะอาดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปยังอุปกรณ์ของลูก จากนั้นตรวจดูความเรียบร้อยของหน้ากากและกระบอกกักยาว่าสะอาด ไม่มีฝุ่นละอองเกาะอยู่ภายใน

2. เขย่ายาและประกอบเข้ากับกระบอกกักยา

ถอดฝาครอบละอองยาออก เขย่าขวดยาในแนวตั้งประมาณ 5-10 ครั้ง เพื่อให้ตัวยาผสมเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเสียบขวดยาเข้ากับช่องเสียบของกระบอกกักยาให้แน่นสนิท

3. ครอบหน้ากากให้แนบสนิทกับหน้าของลูก

จัดท่าทางให้ลูกนั่งบนตักในท่าสบายๆ หรือกึ่งนั่งกึ่งนอน หากเป็นทารกอาจให้อุ้มแนบในอ้อมอก จากนั้นนำหน้ากากมาครอบลงบนใบหน้าของลูก โดยต้องครอบให้คลุมทั้งจมูกและปาก และที่สำคัญที่สุดคือหน้ากากต้องแนบสนิทกับผิวหน้า ไม่มีช่องว่างให้อากาศภายนอกรั่วซึมเข้าไปได้ เพราะหากมีช่องว่างแม้เพียงเล็กน้อย ปริมาณยาที่ลูกจะได้รับจะลดลงไปอย่างมาก

4. กดพ่นยาและสังเกตจังหวะการหายใจ

กดขวดยาลงไป 1 ครั้ง ยาจะพ่นเข้าไปกักอยู่ในกระบอก จากนั้นให้ประคองหน้ากากให้อยู่กับที่เพื่อให้ลูกหายใจเข้าออกตามปกติประมาณ 5-10 ครั้ง หรือนับในใจประมาณ 10-15 วินาที สำหรับกระบอกกักยารุ่นใหม่ๆ มักจะมีวาล์วสีสันสดใสที่ขยับไปมาตามแรงหายใจของลูก คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตการขยับของวาล์วนี้เพื่อนับจำนวนครั้งการหายใจได้

5. เว้นระยะห่างก่อนกดพ่นครั้งต่อไป

ในกรณีที่คุณหมอสั่งให้พ่นยาครั้งละ 2 กด ห้ามกดพ่นยา 2 ครั้งพร้อมกันในทีเดียวเด็ดขาด เพราะจะทำให้ละอองยาจับตัวกันเป็นหยดน้ำใหญ่ๆ เกาะอยู่ข้างกระบอกและไม่เข้าสู่ปอด สิ่งที่ถูกต้องคือ หลังจากพ่นครั้งแรกเสร็จแล้ว ให้ถอดหน้ากากออก พักให้ลูกหายใจปกติประมาณ 1-2 นาที จากนั้นค่อยเริ่มขั้นตอนการเขย่ายาและกดพ่นครั้งที่สองใหม่อีกครั้ง

เรื่องสำคัญที่หมออยากเตือน: ข้อควรระวังหลังพ่นยาเพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็ก

เมื่อกระบวนการพ่นยาเสร็จสิ้นลงแล้ว งานของคุณพ่อคุณแม่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น หมออยากเน้นย้ำถึงสองเรื่องสำคัญที่จะช่วยป้องกันผลข้างเคียงจากยาพ่นได้อย่างดีเยี่ยม

  • เช็ดทำความสะอาดรอบปากและใบหน้าทันที: ยาพ่นบางชนิด โดยเฉพาะยาในกลุ่มสเตียรอยด์ที่ใช้ควบคุมอาการหอบหืด หากทิ้งคราบละอองยาไว้บนผิวหน้าอันบอบบางของทารก อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง ผิวหนังอักเสบ หรือรอยแดงได้ ดังนั้นเมื่อพ่นยาเสร็จแล้ว ให้ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดรอบปากและแก้มของลูกทุกครั้ง
  • บ้วนปากหรือดื่มน้ำตาม: เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราในช่องปาก ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากยาพ่นสเตียรอยด์ สำหรับทารกที่ยังบ้วนปากไม่เป็น คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว เช็ดทำความสะอาดเหงือก ลิ้น และกระพุ้งแก้มให้ทั่ว หรือให้ลูกดื่มน้ำตามสักเล็กน้อยหลังจากพ่นยาเสร็จ

หมดห่วงเรื่องลูกร้องไห้ต่อต้าน: เคล็ดลับช่วยให้การพ่นยากลายเป็นเรื่องง่ายและไม่น่ากลัว

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะกังวลเมื่อลูกร้องไห้เวลาพ่นยา บางคนถึงกับถอดใจไม่ยอมพ่นต่อ ในความเป็นจริงแล้ว หมออยากให้เบาใจได้ในระดับหนึ่งว่า การที่เด็กร้องไห้ขณะพ่นยาไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรง และพวกเขายังคงได้รับยาอยู่เนื่องจากจังหวะที่ร้องไห้ เด็กจะมีการสูดหายใจเข้าลึกๆ ทำให้ยาผ่านลงไปในปอดได้ดี แต่อย่างไรก็ตาม การพ่นยาขณะที่ลูกสงบย่อมดีที่สุดและสร้างความเครียดให้ทั้งครอบครัวน้อยกว่า

ทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่หมอแนะนำให้นำไปปรับใช้คือ ลองนำหน้ากากพ่นยามาเล่นสมมติกับตุ๊กตาตัวโปรดของลูกให้เขาดูก่อน หรือนำมาทาบที่หน้าของคุณพ่อคุณแม่เองเพื่อให้ลูกเห็นว่านี่ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว หากเป็นไปได้ การเลือกช่วงเวลาที่ลูกกำลังเคลิ้มหลับหรือเพิ่งตื่นนอนใหม่ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังผ่อนคลาย ก็จะช่วยให้การครอบหน้ากากพ่นยาเป็นไปได้อย่างราบรื่นและง่ายดายขึ้นอย่างมาก

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ