ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้หลายคนคงเคยมีประสบการณ์กินกุ้ง หอย ปู ปลา แล้วจู่ๆ ก็ปวดท้องบิดเกร็งอย่างรุนแรงตามด้วยอาการท้องเสีย อาเจียน จนแทบหมดแรง หลายคนคิดว่าเป็นแค่โรคอาหารเป็นพิษธรรมดา แต่ถ้าต้นเหตุมาจากเจ้าแบคทีเรียตัวร้าย อาการอาจรุนแรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะภาวะลำไส้อักเสบจากเชื้อวิบริโอพาราฮิโมไลติคัส ซึ่งมักแอบแฝงมากับอาหารทะเลสดหรืออาหารที่ปรุงไม่สุก วันนี้ผมจะพามาทำความรู้จักกับเชื้อตัวนี้และการดูแลตัวเองให้ปลอดภัยกันครับ

ทำความรู้จักเจ้าแบคทีเรียตัวร้ายในอาหารทะเล

ภาวะลำไส้อักเสบจากเชื้อวิบริโอ เกิดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า วิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus) ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่ชอบน้ำเค็มและเติบโตได้ดีมากๆ ในช่วงอากาศร้อน เชื้อนี้มักจะปนเปื้อนมากับอาหารทะเลดิบๆ หรืออาหารที่ปรุงแบบสุกๆ ดิบๆ เช่น กุ้งแช่น้ำปลา หอยนางรมสด ยำทะเล หรือแม้แต่ปลาดิบ ถ้าเรากินเข้าไปโดยที่ความร้อนยังฆ่าเชื้อไม่หมด เจ้าแบคทีเรียพวกนี้ก็จะเข้าไปอาศัยและทำลายเนื้อเยื่อในทางเดินอาหารของเรา ทำให้เกิดอาการอักเสบตามมา

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าติดเชื้อวิบริโอแล้วแน่ๆ?

โดยทั่วไป หลังจากที่เรากินอาหารที่มีเชื้อเข้าไปแล้ว ประมาณ 12 ถึง 24 ชั่วโมง หรือบางคนอาจจะเร็วกว่านั้น ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยออกมา อาการหลักๆ ที่คนไข้มักจะมาเล่าให้ฟังที่คลินิกมีดังนี้ครับ

  • ปวดท้องบิดเกร็งอย่างรุนแรง ส่วนใหญ่มักจะเป็นบริเวณรอบสะดือหรือท้องน้อย
  • ท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำเหลวหรือบางครั้งมีมูกเลือดปน
  • คลื่นไส้ และอาเจียนหลายครั้งจนเพลีย
  • มีไข้ต่ำๆ หนาวสั่น หรือรู้สึกเนื้อตัวรุมๆ
  • อ่อนเพลียมากจากภาวะขาดน้ำและเกลือแร่

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อท้องเสียจากอาหารทะเล

ถ้าอาการยังไม่รุนแรงมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำครับ เพราะเวลาที่เราท้องเสียและอาเจียน ร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่จำนวนมาก แนวทางการดูแลเบื้องต้นมีดังนี้

  • จิบเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป ห้ามดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวปริมาณมากๆ เพราะจะทำให้เกลือแร่ในเลือดเจือจางลงไปอีก
  • กินอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มปลา โจ๊ก หรือซุปใส หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด นม และอาหารมันๆ ชั่วคราว
  • พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟู
  • หลีกเลี่ยงการซื้อยาหยุดถ่ายมากินเองโดยไม่จำเป็น เพราะบางครั้งร่างกายต้องการขับเชื้อโรคออก

อาการแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องรีบไปหาหมอทันที?

แม้ว่าอาการท้องเสียบางรายจะหายได้เอง แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบมาโรงพยาบาลทันทีครับ

  • ถ่ายเป็นมูกเลือดปริมาณมาก หรืออุจจาระมีสีดำเข้ม
  • มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส และหนาวสั่นรุนแรง
  • อาเจียนจนกินอะไรไม่ได้เลย แม้แต่น้ำเปล่าก็อาเจียนออกหมด
  • มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้ง ตาโหล เวียนศีรษะเวลาลุกขึ้นยืน หรือปัสสาวะน้อยมากและมีสีเข้มจัด
  • ปวดท้องรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกดเจ็บ

เคล็ดลับง่ายๆ ป้องกันลำไส้อักเสบจากเชื้อวิบริโอ

การป้องกันไม่ให้ภาวะลำไส้อักเสบจากเชื้อวิบริโอมากวนใจเราทำได้ไม่ยากครับ แค่ปรับพฤติกรรมการกินเล็กน้อย ดังนี้

  • เลือกกินอาหารทะเลที่ปรุงสุกด้วยความร้อนสูงเท่านั้น หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือไม่สุก
  • ระวังการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) เช่น การใช้เขียงและมีดร่วมกันระหว่างของดิบกับของสุกที่พร้อมรับประทาน
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนเตรียมอาหารและก่อนรับประทานอาหาร
  • หากซื้ออาหารทะเลมาทำเอง ต้องล้างทำความสะอาดและปรุงให้สุกทั่วถึง

การกินอาหารอร่อยควรมาพร้อมกับความปลอดภัยครับ ใส่ใจเรื่องความสะอาดและการปรุงสุกสักนิด จะช่วยให้เราห่างไกลจากอาการปวดท้องทรมานและลำไส้อักเสบได้อย่างแน่นอนครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down