หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ร่วมโต๊ะอาหารทะเลสุกๆ ดิบๆ ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู หรือปลาหมึกย่างแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ แล้วตื่นเช้ามาต้องวิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน ปวดท้องบิดเกร็ง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ และบางคนอาจมีไข้ร่วมด้วย อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการแพ้อาหารธรรมดาเสมอไป แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนจากเจ้าแบคทีเรียตัวร้ายที่แฝงมากับความอร่อย ซึ่งก็คือ ภาวะลำไส้อักเสบจากเชื้อวิบริโอ ที่หมออยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกันในวันนี้ เพื่อจะได้ระวังตัวและดูแลตัวเองให้ถูกต้องเมื่อเกิดอาการขึ้นมาจริงๆ
เชื้อวิบริโอคืออะไร ทำไมถึงแฝงตัวมากับอาหารทะเลใกล้ตัวเรา?
เจ้าเชื้อตัวนี้มีชื่อเต็มๆ ว่า Vibrio parahaemolyticus เป็นแบคทีเรียที่ชอบน้ำเค็มและน้ำกร่อยเป็นชีวิตจิตใจ มักจะพบได้บ่อยตามชายฝั่งทะเลและอาศัยอยู่ตามตัวของสัตว์ทะเลต่างๆ เมื่อเรานำอาหารทะเลเหล่านี้มาปรุงแบบไม่สุก หรือนำอาหารที่ปรุงสุกแล้วไปวางไว้ใกล้กับอาหารดิบจนเกิดการปนเปื้อน เจ้าแบคทีเรียตัวนี้ก็จะเดินทางเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารของเราทันที พอเข้าไปถึงลำไส้ มันก็จะเริ่มปล่อยสารพิษออกมาทำลายเยื่อบุลำไส้ ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และขับน้ำออกมาปริมาณมาก กลายเป็นอาการท้องเสียรุนแรงที่เราต้องทรมานกันนั่นเอง
สัญญาณเตือนภัยหลังมื้ออาหาร: อาแบบไหนที่บอกว่าติดเชื้อนี้แน่ๆ
โดยปกติแล้ว หลังจากที่เรากินอาหารที่มีเชื้อนี้เข้าไป อาการมักจะไม่ได้กำเริบทันที แต่จะต้องรอเวลาให้เจ้าแบคทีเรียมันเพิ่มจำนวนสักพัก ซึ่งมักจะใช้เวลาประมาณ 12 ถึง 24 ชั่วโมง โดยอาการเด่นๆ ที่หมอพบได้บ่อยในคนไข้กลุ่มนี้จะมีลักษณะดังนี้
- ปวดท้องบิดเกร็งอย่างรุนแรง: มักจะเป็นบริเวณรอบสะดือหรือท้องน้อย ปวดแบบจีบๆ เป็นพักๆ
- ถ่ายเหลวเป็นน้ำ: บางคนอาจถ่ายวันละหลายสิบครั้ง จนร่างกายเริ่มอ่อนเพลีย
- คลื่นไส้ อาเจียน: ร่วมกับอาการเบื่ออาหารและรู้สึกพะอืดพะอม
- มีไข้ร่วมด้วย: บางรายอาจมีไข้ต่ำๆ หรือหนาวสั่นเนื่องจากการติดเชื้อในร่างกาย
วิธีรับมือเบื้องต้นเมื่อท้องเสียจากการติดเชื้อวิบริโอ
ข่าวดีคือ ภาวะลำไส้อักเสบจากเชื้อวิบริโอ ส่วนใหญ่สามารถหายได้เองหากร่างกายแข็งแรงและได้รับการดูแลที่ถูกต้อง สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การรีบหายาหยุดถ่ายมากินตามใจชอบ แต่เป็นการป้องกันภาวะขาดน้ำที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หมอแนะนำแนวทางปฏิบัติเบื้องต้นดังนี้
- จิบเกลือแร่ ORS: ให้ค่อยๆ จิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการถ่ายและอาเจียน ห้ามดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวเพราะอาจทำให้เกลือแร่ในร่างกายต่ำเกินไป
- เลือกกินอาหารอ่อนย่อยง่าย: เมื่อเริ่มทานไหว ให้เน้นอาหารรสจืด เช่น ข้าวต้มปลา โจ๊ก หรือซุปใส หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด นม และอาหารไขมันสูงชั่วคราว
- พักผ่อนให้เพียงพอ: ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูพลังงานและระบบภูมิคุ้มกัน
อาการแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที
แม้ว่าอาการส่วนใหญ่จะดีขึ้นได้เองภายใน 2 ถึง 5 วัน แต่ถ้าหากคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย หมอแนะนำว่าอย่าฝืนทนอยู่บ้านเด็ดขาด ควรมาโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจรักษาอย่างเร่งด่วน
- ถ่ายเป็นเลือด หรือมีมูกเลือดปนในอุจจาระ
- มีไข้สูงมากและหนาวสั่นรุนแรง
- อ่อนเพลียมาก หน้ามืด วิงเวียนศีรษะเวลาลุกขึ้นยืน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายขาดน้ำรุนแรง
- อาเจียนตลอดเวลาจนไม่สามารถกินน้ำหรือเกลือแร่ได้เลย
- ปวดท้องรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และกดเจ็บแน่นท้อง
วิธีรักษาทางการแพทย์และการใช้ยา
เมื่อคนไข้มาพบแพทย์ หมอจะทำการประเมินอาการและอาจต้องเก็บอุจจาระไปตรวจหาเชื้อเพิ่มเติม หากมีภาวะขาดน้ำรุนแรง อาจจำเป็นต้องให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ในส่วนของการใช้ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องได้กินยานะครับ หมอจะพิจารณาให้เฉพาะในรายที่มีอาการรุนแรง มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือมีการติดเชื้อกระจายในกระแสเลือดเท่านั้น เนื่องจากเชื้อนี้บางครั้งสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องพึ่งยาปฏิชีวนะ และการกินยาเองโดยไม่จำเป็นอาจดื้อยาได้
วิธีป้องกันความอร่อยที่ไม่ปลอดภัยจากอาหารทะเล
การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะลำไส้อักเสบจากเชื้อวิบริโอนั้นไม่ยากเลยครับ เพียงแค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเล็กน้อย
- ปรุงให้สุกความร้อนสูง: หลีกเลี่ยงการกินอาหารทะเลแบบดิบๆ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ความร้อนต้องทั่วถึงจนเนื้ออาหารเปลี่ยนเป็นสีทึบและสุกดี
- แยกระหว่างของดิบกับของสุก: ใช้อุปกรณ์ทำครัว เช่น มีด เขียง แยกกันระหว่างอาหารสดกับอาหารที่ปรุงสุกแล้ว เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม
- เก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม: อาหารทะเลสดควรเก็บในตู้เย็นทันทีหากยังไม่นำมาปรุง และไม่ควรวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกินไป เพราะเจ้าแบคทีเรียตัวนี้ชอบอากาศร้อนชื้นและขยายพันธุ์ได้เร็วมาก
สุดท้ายนี้ ความสุขในการกินอาหารทะเลสดๆ อาจแลกมาด้วยความทรมานจากอาการท้องเสียได้ ถ้าเราใส่ใจเรื่องความสะอาดและความสุกสักนิด ก็จะช่วยให้เราเอรอร่อยกับมื้ออาหารได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องลำไส้อักเสบกวนใจอีกต่อไป