ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเริ่มสื่อสารหรือตอบโต้กับเราน้อยกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักกังวลใจเมื่อเห็นลูกๆ เพื่อนวัยเดียวกันเริ่มยิ้มตอบ สบตา หรือแสดงท่าทางเรียกร้องความสนใจได้เก่ง แต่ลูกของเราดูเหมือนจะอยู่ในโลกส่วนตัวมากเกินไป ความกังวลเรื่อง พัฒนาการทางอารมณ์และสังคมที่ล่าช้า ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป แต่เป็นสัญญาณที่บอกให้เราต้องหันมาสังเกตและทำความเข้าใจลูกให้มากขึ้น เพื่อหาทางสนับสนุนเขาได้ทันท่วงที

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรหมั่นสังเกตในแต่ละช่วงวัย

พัฒนาการทางอารมณ์และสังคมไม่ใช่เรื่องของการเรียนรู้ตัวเลขหรือตัวอักษร แต่คือทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เราลองมาดูเช็กลิสต์ง่ายๆ ที่ควรสังเกตกันครับ

  • วัยทารกถึง 6 เดือน: ไม่ยิ้มตอบเมื่อมีคนมาหยอกล้อ หรือไม่พยายามสบตาผู้เลี้ยง
  • วัย 12 เดือน: ไม่ตอบสนองต่อการเรียกชื่อ ไม่พยายามชี้นิ้วบอกสิ่งที่ต้องการ หรือไม่มีปฏิกิริยาเมื่อเห็นคนแปลกหน้า
  • วัย 18-24 เดือน: เล่นกับเพื่อนไม่เป็น ไม่พยายามแบ่งปันของเล่น หรือไม่สามารถเลียนแบบพฤติกรรมง่ายๆ ของคนรอบข้างได้

สาเหตุที่ทำให้พัฒนาการทางอารมณ์และสังคมดูช้ากว่าเกณฑ์

หลายครั้งสาเหตุไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของตัวเด็กเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากปัจจัยรอบตัวหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ

สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูที่ขาดการกระตุ้น

เด็กที่ถูกทิ้งให้อยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน มักขาดโอกาสในการฝึกทักษะการสบตาและการอ่านอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของทักษะสังคม

ปัจจัยทางพันธุกรรมและพัฒนาการทางระบบประสาท

เด็กบางคนอาจมีภาวะเฉพาะตัว เช่น ภาวะออทิสติก หรือปัญหาด้านการสื่อสาร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตีความอารมณ์ของคนรอบข้าง ทำให้พวกเขาแสดงออกได้ยากกว่าเด็กทั่วไป

เมื่อสงสัยว่าลูกมีพัฒนาการล่าช้า ควรเริ่มทำอย่างไร

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตั้งสติและเลิกเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่นอย่างเคร่งเครียด เพราะเด็กแต่ละคนมีนาฬิกาชีวิตที่เดินไม่เท่ากัน แต่ถ้าความสงสัยนั้นเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ การปรึกษาคุณหมอพัฒนาการเด็กคือทางออกที่ดีที่สุด

คุณหมอจะไม่ได้เพียงแค่ตรวจร่างกาย แต่จะใช้วิธีการประเมินผ่านการสังเกตการเล่น การทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อดูว่าลูกมีจุดติดขัดตรงไหน และต้องปรับจูนการกระตุ้นที่บ้านอย่างไรให้ตรงจุดที่สุด

วิธีช่วยเสริมพัฒนาการให้ลูกได้ง่ายๆ ที่บ้าน

เราสามารถเปลี่ยนกิจกรรมในชีวิตประจำวันให้เป็นบทเรียนทางสังคมได้โดยไม่รู้ตัว

  • ใช้เวลาคุณภาพด้วยการเล่นสมมติ: การเล่นขายของ เล่นบทบาทสมมติช่วยให้ลูกได้หัดลองสวมบทบาทเป็นคนอื่น ทำให้เข้าใจความรู้สึกและอารมณ์ของผู้อื่นมากขึ้น
  • คุยกับลูกบ่อยๆ และสบตาเสมอ: ให้ความสำคัญกับการสนทนาในระดับสายตา เพื่อฝึกให้เขาสังเกตสีหน้าและท่าทางของเรา
  • เปิดโอกาสให้เจอกับเพื่อนวัยเดียวกัน: การเล่นในสนามเด็กเล่นหรือทำกิจกรรมกลุ่ม ช่วยให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องการแบ่งปัน การรอคอย และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากับคนอื่น

จำไว้ว่าหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่การรีบเร่งให้ลูกเก่งหรือเร็วกว่าใคร แต่คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เขาได้ค่อยๆ เติบโตไปตามจังหวะที่เหมาะสม และมีสุขภาพจิตที่แข็งแรงในระยะยาวครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down