ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่เราเดินเข้าไปทำงานแล้วเจอเรื่องชวนปวดหัวตั้งแต่เช้า บางคนเลือกที่จะสูดหายใจลึกแล้วจัดการมันทีละเปลาะ แต่บางคนกลับรู้สึกเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุใส่ทุกคนที่เดินผ่าน ความแตกต่างเล็กๆ ตรงนี้แหละที่ทำให้เราเห็นว่า คนเรามีความสามารถในการรับมือกับความรู้สึกข้างในไม่เท่ากัน ซึ่งในทางการแพทย์และจิตวิทยา เราเรียกสิ่งนี้ว่าความฉลาดทางอารมณ์ หรือที่คุ้นหูกันว่า EQ

วิธีตรวจเช็กความฉลาดทางอารมณ์ คืออะไร ทำไมหมอถึงชวนมาเช็กกัน

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูงคือคนอารมณ์ดีตลอดเวลา ยิ้มเก่ง หรือไม่เคยโกรธใครเลย แต่จริงๆ แล้วมันกว้างกว่านั้นมาก การประเมินความฉลาดทางอารมณ์ เป็นเหมือนเครื่องมือสะท้อนกระจกเงาให้เราเห็นว่า ตัวเองรู้จัก เข้าใจ และควบคุมโลกภายในจิตใจได้ดีแค่ไหน รวมถึงเราอ่านใจและรับมือกับความรู้สึกของคนอื่นได้แนบเนียนแค่ไหนด้วย

การที่เราหันมาทำความเข้าใจเรื่องนี้ ไม่ใช่เพื่อเอาไว้ไปตัดสินใครว่าใครฉลาดน้อยหรือฉลาดมาก แต่เพื่อให้เรารู้จุดอ่อนของตัวเอง เวลาเจอความเครียดหรือความกดดัน สมองส่วนอารมณ์จะได้ไม่ทำงานหนักจนเกินไปจนส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าเรากำลังสอบตกเรื่องการควบคุมอารมณ์

เวลาที่เกิดปัญหา หมอมักจะเจอคนที่เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการนอนไม่หลับ ปวดหัวไมเกรนเรื้อรัง หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการอั้นปัสสาวะทำงาน เพราะเครียดสะสม ซึ่งพอดึงสาเหตุจริงๆ ออกมา มักจะพบพฤติกรรมเหล่านี้ซ่อนอยู่:

  • ปะทุไวเกินเบอร์: เรื่องเล็กนิดเดียวแต่กลับโมโหจนคุมตัวเองไม่ได้ เหมือนฟางเส้นสุดท้ายหักสะบั้น
  • เก็บกดจนป่วย: ไม่กล้าปฏิเสธใคร เก็บความอึดอัดไว้ข้างในจนร่างกายแสดงออกเป็นโรคทางกาย เช่น กรดไหลย้อน หรือความดันโลหิตสูง
  • ฟังคนอื่นไม่เป็น: เวลาคุยกัน มักจะเอาความรู้สึกตัวเองเป็นศูนย์กลาง จนความสัมพันธ์เริ่มพังทีละนิด
  • ไม่รู้ว่าตอนนี้รู้สึกอะไร: ถามว่าโกรธไหมก็ตอบไม่ได้ ถามว่าเสียใจไหมก็ตอบไม่ถูก รู้แค่ว่าอึดอัดแต่ไม่รู้จะจัดการอย่างไร

องค์ประกอบสำคัญที่ใช้มองความรู้สึกข้างใน

เวลาที่เราพูดถึงการประเมินความรู้สึกตัวเอง นักจิตวิทยาและแพทย์มักจะมองผ่าน 4 มุมหลักๆ นี้ ซึ่งเราเอามาลองสำรวจตัวเองง่ายๆ ได้เลยในชีวิตประจำวัน

รู้ทันความรู้สึกตัวเองตอนที่มันกำลังเกิด

ข้อนี้สำคัญที่สุด ถ้าเราไม่รู้ตัวว่าตอนนี้กำลังโกรธ หงุดหงิด หรือน้อยใจ เราก็ไม่มีทางจัดการมันได้ คนที่รู้จักตัวเองดีจะรู้ทันทีว่า อ้อ... ตอนนี้เริ่มหายใจเร็วและสั้นแล้วนะ แปลว่าความโกรธกำลังมาเยือน

รู้จักวิธีเบรกและจัดการอารมณ์ไม่ให้ล้ำเส้น

ไม่ใช่การอดกลั้นหรือเก็บความรู้สึกไว้จนอกแตกตาย แต่คือการรู้ว่าควรระบายมันออกมาอย่างไรในเวลาที่เหมาะสม เช่น เดินเลี่ยงออกมาตั้งสติก่อนตอบข้อความ หรือนับหนึ่งถึงสิบในใจเวลามีคนพูดจาชวนโมโหใส่

เข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้างแบบไม่เข้าข้างตัวเอง

ลองถอดหมอนรองความรู้สึกของเราออกแล้วลองใส่รองเท้าของคนอื่นดูบ้าง ว่าทำไมเขาถึงพูดจาแบบนั้น ทำไมเขาถึงแสดงพฤติกรรมแบบนี้ การมองเห็นอกเห็นใจผู้อื่นช่วยลดความขัดแย้งในชีวิตประจำวันได้มหาศาล

ประคับประคองความสัมพันธ์ให้ไปต่อได้

เมื่อเรารู้จักตัวเองและเข้าใจคนอื่นแล้ว การสื่อสารจะเปลี่ยนไป เราจะกล้าพูดคุยเคลียร์ปัญหาด้วยเหตุผลมากกว่าอารมณ์ ทำให้ความสัมพันธ์ทั้งในครอบครัวและที่ทำงานราบรื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

วิธีบริหารและยกระดับความรู้สึกนึกคิดให้แข็งแรงขึ้น

ข่าวดีคือเรื่องพวกนี้ไม่ใช่พรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เป็นทักษะที่ฝึกฝนกันได้เหมือนกับการออกกำลังกาย ถ้าอยากให้จิตใจยืดหยุ่นและรับมือกับแรงกระแทกจากโลกภายนอกได้ดีขึ้น ลองเริ่มต้นง่ายๆ ตามนี้:

  • จดบันทึกความรู้สึกประจำวัน: ก่อนนอนลองเขียนดูว่าวันนี้มีเหตุการณ์ไหนที่ทำให้รู้สึกแย่ และเราจัดการมันอย่างไร
  • ฝึกหยุดก่อนตอบสนอง: ให้เวลากับตัวเองสักสามวินาทีก่อนจะพูดหรือพิมพ์อะไรออกไปในช่วงที่กำลังอารมณ์ร้อน
  • เปิดใจรับฟังคำติชม: ลองฟังเวลาคนใกล้ตัวสะท้อนพฤติกรรมของเรา โดยไม่ต้องรีบแก้ตัว เพื่อจะได้เห็นมุมมองที่เรามองไม่เห็น

สุดท้ายแล้ว การประเมินตัวเองไม่ใช่เรื่องของการหาข้อบกพร่องเพื่อมานั่งโทษตัวเอง แต่เป็นการโอบกอดความรู้สึกของตัวเองในเวอร์ชันที่เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่ย่อมมีความรู้สึกขึ้นลงเป็นธรรมดา แค่เราเข้าใจมันให้มากขึ้น ชีวิตก็จะเบาสบายขึ้นเยอะเลย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down