ช่วงนี้เวลาตรวจน้องๆ ในคลินิก สิ่งหนึ่งที่มักจะทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจอยู่เสมอคือเรื่องอาการป่วยของลูกน้อยที่เพิ่งหายดี แต่ไม่นานก็กลับมาป่วยซ้ำอีก ยิ่งในวัยทารกด้วยแล้ว ภูมิคุ้มกันของเขายังทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ ทำให้การป่วยแต่ละครั้งสร้างความเหนื่อยใจให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่น้อย วันนี้ผมจึงอยากชวนมาคุยกันสบายๆ ถึงเรื่องการเฝ้าระวังการติดเชื้อซ้ำในทารก ว่าเราจะสังเกตอย่างไร และมีวิธีดูแลปกป้องลูกรักอย่างไรให้ห่างไกลจากวงจรกรรมการป่วยซ้ำซากนี้ครับ
ทำไมลูกน้อยถึงป่วยซ้ำแล้วซ้ำเล่า?
หลายคนสงสัยว่าทำไมลูกเพิ่งกินยาหมดไปไม่กี่วัน ถึงกลับมาเป็นหวัดหรือท้องเสียอีกแล้ว สาเหตุหลักไม่ได้แปลว่ารักษาไม่หายขาดนะครับ แต่เป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันของเจ้าตัวเล็กยังอยู่ในช่วงพัฒนาการ เชื้อโรคตัวใหม่ที่เข้ามาจึงเล่นงานเขาได้ง่ายกว่า หรือบางครั้งอาจเป็นเชื้อตัวเดิมที่ยังหลงเหลืออยู่แต่แสดงอาการรุนแรงขึ้น ประกอบกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การไปเนอสเซอรี การมีพี่น้องหลายคน หรือการสัมผัสสิ่งของต่างๆ ยิ่งทำให้มีโอกาสรับเชื้อซ้ำได้ง่ายขึ้นไปอีกครับ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าลูกกำลังติดเชื้อซ้ำ
เวลาที่ลูกหายป่วยแล้ว เรามักจะวางใจและกลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่ช่วงสัปดาห์แรกหลังหายป่วยคือช่วงเวลาที่ต้องระวังเป็นพิเศษครับ อาการที่บ่งบอกว่าลูกอาจจะกำลังมีการติดเชื้อซ้ำซ้อนหรือติดเชื้อใหม่ มีดังนี้ครับ
- ไข้กลับมาสูงอีกครั้ง: หลังจากที่ไข้ลดลงไปจนเป็นปกติแล้ว 1-2 วัน จู่ๆ ตัวร้อนขึ้นมาใหม่แถมซึมลง
- อาการเดิมกลับมาแย่ลง: เช่น อาการไอที่เคยแห้งๆ เริ่มมีเสมหะเขียวข้น หรือน้ำมูกที่เคยใสกลายเป็นสีเหลืองเขียว
- กินนมน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด: ทารกที่ไม่ยอมดูดนม ร้องกวนผิดปกติ หรืออาเจียนทุกครั้งที่กิน
- หายใจเร็วกว่าปกติ: สังเกตเห็นซี่โครงบุ๋ม หรือจมูกบานเวลาหายใจ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเรื่องทางเดินหายใจ
วิธีดูแลและปกป้องลูกน้อยไม่ให้ป่วยวนลูป
การป้องกันไม่ให้ลูกต้องกลับไปนอนซมบนเตียงรักษาอีกรอบ เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การรักษาตอนป่วยครับ เราสามารถเริ่มต้นดูแลได้จากเรื่องใกล้ตัวเหล่านี้
ล้างมือให้สะอาดก่อนอุ้มลูกทุกครั้ง
ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่สำคัญที่สุด มือของเราไปจับสิ่งสกปรกมามากมายโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะอุ้ม ป้อนนม หรือเตรียมของให้ลูก ควรล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้ง หรือใช้เจลแอลกอฮอล์เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อโรค
จัดการสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดโปร่ง
ห้องนอนของลูกไม่ควรมีฝุ่นสะสม หมั่นซักผ้าปูที่นอนและตุ๊กตาด้วยน้ำร้อน หลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์น้ำหอมหรือควันธูปในบ้าน เพราะสิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นเยื่อบุทางเดินหายใจของทารก ทำให้ติดเชื้อทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้นไปอีก
แยกของใช้และงดคนป่วยเข้าใกล้
หากในบ้านมีคนเป็นหวัดหรือไอ จาม ควรใส่หน้ากากอนามัยและงดการหอมแก้มลูกชั่วคราว รวมถึงแยกภาชนะและผ้าเช็ดตัวของเด็กออกจากสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวอย่างเด็ดขาด
อาการแบบไหนที่ต้องพาลูกกลับไปหาหมอด่วน?
หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตพบว่าลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพามาพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงนัดเดิมครับ เพราะอาจมีการติดเชื้อที่รุนแรงแทรกซ้อนขึ้นมา
- ทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือน แล้วมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
- ซึมมาก ปลุกตื่นยาก หรือร้องไห้งอแงไม่ยอมหยุดตลอดเวลา
- มีอาการหายใจหอบเหนื่อย ปากเขียวคล้ำ
- อาเจียนพุ่งทุกครั้งหลังกินนม หรือถ่ายเหลวเป็นน้ำจำนวนมากจนมีภาวะขาดน้ำ ตาโหล กระหม่อมบุ๋ม
การดูแลทารกในช่วงที่กำลังฟื้นตัวจากอาการป่วยต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ครับ หากเราสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและป้องกันความเสี่ยงรอบตัวได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อซ้ำ และช่วยให้ลูกน้อยกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์สมวัยได้อย่างรวดเร็วครับ