เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยที่เป็นโรคหัวใจมาตรวจที่คลินิก สิ่งหนึ่งที่หมอมักจะกังวลและคอยเตือนอยู่เสมอก็คือเรื่องของโรคปอดอักเสบ หลายคนอาจจะสงสัยว่า โรคหัวใจกับปอดมันเกี่ยวกันตรงไหน ทำไมเด็กกลุ่มนี้ถึงป่วยเป็นปอดอักเสบได้ง่ายเหลือเกิน แถมเวลาเป็นทีไร อาการก็มักจะหนักกว่าเด็กทั่วไปจนต้องนอนโรงพยาบาลนานหลายวัน
ในฐานะหมอที่ดูแลเด็กๆ กลุ่มนี้ วันนี้อยากชวนมาทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงจากภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ส่งผลต่อโรคปอดอักเสบ แบบเข้าใจง่ายๆ เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันปกป้องเจ้าตัวเล็กให้ปลอดภัยจากโรคร้ายนี้ครับ
หัวใจกับปอดทำงานเป็นทีมเดียวกันอย่างไร
ก่อนอื่นต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า หัวใจและปอดของคนเราทำงานประสานกันเหมือนเครื่องยนต์สองชิ้นที่ขาดกันไม่ได้ หน้าที่หลักของหัวใจคือการสูบฉีดเลือดไปฟอกที่ปอด แล้วรับเลือดดีกลับมาส่งต่อให้ร่างกาย หัวใจของคนเราจะมีผนังกั้นระหว่างห้องซ้ายและขวา เพื่อแยกเลือดแดงที่มีออกซิเจนสูงกับเลือดดำที่มีออกซิเจนต่ำออกจากกันอย่างชัดเจน
แต่สำหรับเด็กที่มีความผิดปกติตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือที่เรียกว่าภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด ความสมดุลตรงนี้จะเสียไป เช่น มีรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจ หรือมีเส้นเลือดเกิน ทำให้เลือดที่ไม่ควรปะปนกันเกิดการไหลวนผิดปกติ
เมื่อความผิดปกติที่หัวใจ กลายมาเป็นจุดอ่อนที่ปอด
ทีนี้พอกลไกการทำงานของหัวใจมันรวน ปอดก็เริ่มรับเคราะห์ครับ ปัญหาหลักๆ ที่เกิดขึ้นกับเด็กกลุ่มนี้มีอยู่สองเรื่องใหญ่ๆ คือ
- เลือดคั่งในปอด: เมื่อหัวใจทำงานไม่ไหว เลือดจะไหลไปคั่งอยู่ในปอดเยอะเกินไป ทำให้เนื้อเยื่อปอดมีความบวมและชื้นตลอดเวลา ซึ่งสภาพแวดล้อมแบบนี้แหละครับที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของเชื้อโรค
- การไหลเวียนเลือดที่ผิดปกติ: เลือดที่วิ่งผ่านปอดมีปริมาณมากและแรงดันสูงเกินไป ทำให้หลอดเลือดฝอยในปอดเสียหาย ความสามารถในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนลดลง ภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ในปอดจึงทำงานได้ไม่เต็มที่
ด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง ทำให้ความเสี่ยงจากภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ส่งผลต่อโรคปอดอักเสบ สูงกว่าเด็กทั่วไปหลายเท่าตัว เชื้อโรคไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือแบคทีเรียที่เข้ามาทางทางเดินหายใจ จึงฉวยโอกาสนี้เล่นงานปอดของเด็กๆ ได้ง่ายขึ้นมาก
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าลูกกำลังจะแย่
เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้ทุนเดิมเรื่องระบบหายใจก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว เวลาที่ติดเชื้อปอดอักเสบ อาการจึงมักจะลุกลามรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตอาการเหล่านี้ให้ดี ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องพามาหาหมอทัน
- หายใจเร็วผิดปกติ หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบานเวลาหายใจ
- ตัวเขียว ปลายมือปลายเท้าเขียว หรือริมฝีปากคล้ำลง
- มีไข้สูง ไอมาก หอบเหนื่อยจนกินนมไม่ได้ หรือดูซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
- กระสับกระส่าย ร้องกวนต่อเนื่องเพราะอึดอัดหายใจไม่ออก
วิธีดูแลและป้องกันไม่ให้ลูกรักต้องเผชิญโรคร้าย
การรอให้ป่วยแล้วมารักษาที่โรงพยาบาลนั้นเหนื่อยทั้งเด็กและครอบครัวครับ สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกัน โดยคุณหมอจะมีแนวทางดูแลร่วมกัน ดังนี้ครับ
รับวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันให้ครบถ้วน: นอกจากวัคซีนพื้นฐานแล้ว เด็กที่เป็นโรคหัวใจควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคไอพีดี (เชื้อนิวโมคอคคัส) และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความรุนแรงหากติดเชื้อ
หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัดและคนป่วย: พยายามงดพาลูกไปในที่สาธารณะที่มีคนพลุกพล่านในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ และระวังคนในบ้านที่เป็นหวัดไม่ให้เข้าใกล้เด็กในช่วงนี้
ล้างมือและรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด: สุขอนามัยพื้นฐานเป็นเกราะป้องกันด่านแรกที่สำคัญมาก ล้างมือบ่อยๆ และทำความสะอาดของเล่นของใช้ของเด็กอยู่เสมอ
โรคหัวใจในเด็กอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เครียด แต่ถ้าเราเข้าใจความเสี่ยง เข้าใจกลไกที่มันเชื่อมโยงกับโรคปอดอักเสบ เราก็จะสามารถเตรียมตัวรับมือและดูแลลูกน้อยได้อย่างถูกวิธี ช่วยลดความรุนแรงของโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพวกเขาได้ครับ