ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมภาวะวิกฤตถึงส่งผลกระทบต่อสมองลูกมากกว่าที่เราคิด

เวลาลูกน้อยต้องเผชิญกับเหตุการณ์รุนแรงหรือภาวะวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วยหนัก ร่างกายของเด็กไม่ได้แค่ได้รับผลกระทบทางกายภาพเท่านั้น แต่สมองและระบบประสาทของเขาก็ได้รับแรงกระแทกไปเต็มๆ ในฐานะหมอ ผมมักจะเห็นความกังวลจากพ่อแม่ว่าทำไมหลังจากเหตุการณ์นั้น ลูกถึงดูเปลี่ยนไป หรือมีการตอบสนองที่แปลกไปจากเดิม นั่นเพราะระบบประสาทของเด็กยังอยู่ในช่วงพัฒนา ซึ่งอ่อนไหวต่อความเครียดและสภาวะวิกฤตมากกว่าผู้ใหญ่อย่างมาก

กลไกการรับมือของสมองเด็กเมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

เมื่อเด็กตกอยู่ในภาวะคับขัน สมองส่วนที่ทำหน้าที่จัดการกับอารมณ์และความกลัว หรือที่เรียกว่า อะมิกดาลา (Amygdala) จะทำงานหนักเกินปกติ เพื่อสั่งการให้ร่างกายเข้าสู่โหมดสู้หรือหนี (Fight or Flight) หากภาวะวิกฤตนั้นยาวนาน สมองจะหลั่งสารความเครียดออกมามากเกินไป ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท ทำให้เด็กอาจดูซึมลง กระวนกระวาย หรือมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

สัญญาณเตือนจากลูกที่บอกว่าระบบประสาทกำลังถูกกระทบ

พ่อแม่ควรสังเกตอาการผิดปกติที่อาจบ่งบอกว่าระบบประสาทกำลังปรับตัวไม่ได้กับภาวะวิกฤตที่ผ่านมา ได้แก่:

  • การนอนหลับเปลี่ยนไป เช่น ฝันร้ายบ่อย หรือสะดุ้งตื่นง่าย
  • มีอาการเหม่อลอย ไม่ค่อยมีสมาธิเหมือนช่วงก่อนเกิดเหตุ
  • มีพฤติกรรมถดถอย เช่น กลับมาปัสสาวะรดที่นอน หรือติดแม่มากผิดปกติ
  • การตอบสนองทางอารมณ์รุนแรงเกินจริง เช่น ร้องไห้ไม่หยุดหรือโมโหร้ายโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน

วิธีดูแลใจและสมองลูกให้ผ่านวิกฤตไปได้ด้วยกัน

การช่วยเหลือเด็กให้ก้าวข้ามผลกระทบต่อระบบประสาทและการตอบสนองต่อภาวะวิกฤตของเด็ก ต้องอาศัยความใจเย็นเป็นสำคัญ

การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมั่นคง

ความรู้สึกมั่นคงเป็นยาวิเศษสำหรับสมองของเด็ก การกอด การพูดคุยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล และการรักษากิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติมากที่สุด จะช่วยให้สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ที่ทำหน้าที่จัดการเหตุผลกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา

หากสังเกตว่าลูกมีอาการทางระบบประสาทที่ชัดเจน เช่น อาการชักเกร็ง การพูดที่ติดขัดลงอย่างผิดปกติ หรือความสามารถในการสื่อสารและการเคลื่อนไหวถดถอยลงอย่างรวดเร็ว อย่ารอช้าที่จะพาลูกมาตรวจเช็กกับหมอโดยละเอียด เพราะหากตรวจพบความผิดปกติเร็ว การรักษาและฟื้นฟูระบบประสาทก็จะทำได้เห็นผลดีกว่า

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down