เวลาที่เข้าห้องน้ำแล้วพบว่ามีเลือดหรือมูกใสปนมากับอุจจาระ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยต้องตกใจและใจหายวาบกันทุกคน อาการนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่จะปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ เพราะมักเป็นเสียงตะโกนจากลำไส้ที่กำลังบอกว่ามีแผล การอักเสบ หรือการติดเชื้อรุนแรงซ่อนอยู่ข้างใน ซึ่งในฐานะแพทย์ที่ตรวจคนไข้ด้วยอาการนี้มาบ่อยๆ มักพบว่าสาเหตุหลักมักมาจากสองกลุ่มใหญ่ คือการติดเชื้อแบคทีเรียเฉียบพลันหรือโรคกลุ่มลำไส้อักเสบเรื้อรังที่ต้องอาศัยการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี
แยกให้ออก: มูกเลือดจากแบคทีเรียเฉียบพลันกับลำไส้อักเสบเรื้อรังต่างกันอย่างไร
อาการอุจจาระมีมูกเลือดปนจากโรคติดเชื้อแบคทีเรีย มักมาแบบสายฟ้าแลบ กินอะไรแปลกๆ หรือไม่สะอาดเข้าไปไม่นานก็เริ่มปวดท้องบีบเกร็งถี่ๆ ท้องเสียอย่างรุนแรง และมีไข้ร่วมด้วย ตัวการมักเป็นเชื้ออย่างเช่นแบคทีเรียซัลโมเนลลาหรือแคมไพโลแบคเตอร์ ในขณะที่อีกกลุ่มคือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง อาการจะมาแบบเรื้อรังเป็นๆ หายๆ นานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน น้ำหนักลดลงโดยไม่รู้สาเหตุ และมีแผลอักเสบเรื้อรังอยู่ตามผนังทางเดินอาหาร ซึ่งทั้งสองแบบนี้ให้ผลลัพธ์หน้าตาคล้ายกันคือมีมูกเลือดปน แต่กระบวนการรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง
ช่วงวันแรกที่มีอาการ: สังเกตสัญญาณเตือนภัยรอบตัว
ตอนที่เริ่มมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด สิ่งแรกที่ต้องประเมินคือความรุนแรงของร่างกาย หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย ผู้ป่วยมักจะมีไข้สูงร่วมด้วย ปวดมวนท้องจนเดินไม่ไหว และถ่ายเหลววันละหลายๆ รอบจนร่างกายเริ่มอ่อนเพลียจากภาวะขาดน้ำ แต่ถ้าเป็นลำไส้อักเสบเรื้อรัง ไข้มักจะไม่สูงหรือไม่มีเลย แต่จะมีอาการปวดท้องเรื้อรังร่วมกับความรู้สึกอยากถ่ายตลอดเวลาแต่ถ่ายไม่ออก หรือถ่ายออกมามีแต่มูกและเลือดล้วนๆ ไม่มีกากอุจจาระ
ทำไมลำไส้ถึงมีแผลจนมีเลือดไหลออกมาได้
ผนังลำไส้ของเราปกติจะเรียบเนียนและมีหน้าที่ดูดซึมน้ำกับสารอาหาร แต่เมื่อเชื้อโรคหรือภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดปกติเข้ามาจู่โจม จะเกิดกระบวนการอักเสบรุนแรงทำให้เซลล์เยื่อบุลำไส้ตายและเกิดเป็นแผลเปิด เมื่อกากอาหารเคลื่อนตัวผ่านแผลเหล่านี้จึงเกิดการเสียดสีและมีเลือดซึมออกมาปะปนกับเมือกที่ผนังลำไส้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง กลายเป็นอุจจาระมีมูกเลือดปนที่เรามองเห็น และถ้ายิ่งปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา แผลเหล่านี้อาจลุกลามจนทำให้ผนังลำไส้บางลงและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้
วิธีรักษาจากแพทย์และการดูแลตัวเองเบื้องต้น
เมื่อมาพบแพทย์เพื่อตรวจอุจจาระและวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง หากพบว่าเกิดจากแบคทีเรีย แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะที่ตรงกับเชื้อร่วมกับการชดเชยน้ำและเกลือแร่ แต่ถ้าผลตรวจพบว่าเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง การรักษาจะซับซ้อนกว่าเพราะต้องใช้ยากลุ่มกดภูมิคุ้มกันหรือยาต้านการอักเสบระยะยาว ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนอาหารอย่างเคร่งครัด
อาหารแบบไหนที่ช่วยให้ลำไส้ที่กำลังอักเสบได้พักฟื้น
- งดอาหารรสจัด เผ็ดจัด หรือเปรี้ยวจัด เพราะจะไปกระตุ้นแผลในลำไส้ให้แสบและอักเสบมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมชั่วคราว เนื่องจากช่วงที่ลำไส้อักเสบ ร่างกายจะสร้างน้ำย่อยย่อยน้ำตาลแลคโตสได้น้อยลง ทำให้ท้องอืดและถ่ายเหลวหนักกว่าเดิม
- เลือกทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มปลาเนื้อขาว ซุปใส หรือผักต้มเปื่อย
- ดื่มน้ำเกลือแร่จิบทีละน้อยเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำจากการถ่ายบ่อย
อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีไม่ต้องรอ
หากมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือดร่วมกับอาการเหล่านี้ ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเพราะอาจเกิดภาวะช็อกจากการติดเชื้อหรือลำไส้ทะลุได้:
- มีไข้สูงหนั่นสั่นหรือความดันโลหิตต่ำหน้ามืดจะเป็นลม
- ปวดท้องรุนแรงมากจนเกร็งหน้าท้องแข็งทื่อ
- ถ่ายเป็นเลือดสดๆ ปริมาณมากๆ หรืออาเจียนเป็นเลือด
- อ่อนเพลียมาก ปัสสาวะน้อยลงหรือมีสีเข้มจัดจนผิดปกติ